<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เทคโนโลยีการเกษตร Archives - วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</title>
	<atom:link href="https://farm.vayo.co.th/blog/category/new-theory-agriculture/agricultural-technology/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://farm.vayo.co.th/blog/category/new-theory-agriculture/agricultural-technology/</link>
	<description>Natural agriculture and holistic health center</description>
	<lastBuildDate>Tue, 08 Jul 2025 14:20:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	
	<item>
		<title>มาตรฐานอาหารโคเชอร์ ของชาวยิว ( Kosher Dietary Law )</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/kosher-dietary-law/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 09:29:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอาหารโคเชอร์ ของชาวยิว ( Kosher Dietary Law )]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1988</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลักการของอาหารโคเชอร์ เมื่อพูดถึงชาวยิว คนส่วนใหญ่จะต้องคิดถึงอาหารโคเชอร์ ( Kosher ) ที่กำหนดตามหลักศาสนาจูดาย ( Judaism ) หมายถึงอาหารที่ได้มาตรฐานตามกฎของยิว ( Jewish Law ) ที่จะบริโภคได้ ซึ่งมี หลักคัชรูท ( Kashrut ) เป็นข้อกำหนดเรื่องอาหารที่กำหนดไวในคัมภีร์โตราห์ ( Torah ) ว่าสิ่งใดรับประทานได้ สิ่งใดรับประทานไม่ได้...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/kosher-dietary-law/">มาตรฐานอาหารโคเชอร์ ของชาวยิว ( Kosher Dietary Law )</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3 style="text-align: left;"><strong>หลักการของอาหารโคเชอร์</strong></h3>
<p>เมื่อพูดถึงชาวยิว คนส่วนใหญ่จะต้องคิดถึงอาหารโคเชอร์ ( Kosher ) ที่กำหนดตามหลักศาสนายูดาย ( Judaism ) หมายถึงอาหารที่ได้มาตรฐานตามกฎของยิว ( Jewish Law ) ที่จะบริโภคได้ ซึ่งมี<br />
หลักคัชรูท ( Kashrut ) เป็นข้อกำหนดเรื่องอาหารที่กำหนดไวในคัมภีร์โตราห์ ( Torah ) ว่าสิ่งใดรับประทานได้ สิ่งใดรับประทานไม่ได้การเตรียมอาหารและรับประทานต้องทำอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นเพื่อให้ผู้บริโภคอาหารโคเชอร์ มั่นใจว่าอาหารนั้นเป็นโคเชอร์บริโภคได้ จึงต้องมีใบรับรองอาหารโคเชอร์ ซึ่งจะต้องมี แรบไบ ( Rabbis ) ตรวจสอบว่าอาหารนั้นได้มาตรฐานโคเชอร์ หรือไม่ผัก ผลไม้อาจจะง่าย เพียงไม่ให้มีแมลงหรือหนอนมาตอมเท่านั้น ส่วนอาหารแปรรูปการตรวจจะต้องตรวจสอบส่วนผสมและกระบวนการผลิตทั้งหมดว่าเป็นโคเชอร์หรือไม่ ซึ่งที่บรรจุภัณฑ์จะต้องมีโลโก้โคเชอร์ ติดอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>โคเชอร์มาตรฐานอาหารยิว ( Kosher Dietary Law )</strong></h3>
<p><strong>ความรู้เกี่ยวกับโคเชอร์ </strong>ศาสนายูดายมีข้อกำหนดเกี่ยวกับอาหารที่ถูกต้องสอดคล้องกับหลักศาสนาเรียกว่า &#8220;คัชรูท&#8221; ( Kashruth ) อาหารที่เหมาะสม เป็นไปตามข้อที่กำหนดและหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตให้รับประทานได้ ข้อกำหนดนั้นเรียกว่า โคเชอร์ คำว่าโคเชอร์เป็นภาษาฮีบรูว์ แปลว่า &#8220;สะอาด&#8221; หรือ &#8220;เหมาะสม&#8221; หรือ &#8220;เป็นที่ยอมรับ&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาหารโคเชอร์ที่ผ่านพิธีกรรมสวดของนักการศาสนาหรือแรบไบนั้น มิใช่เป็นอาหารโคเชอร์ เพราะชาวยะฮูดีทุกคนที่นับถือศาสนายูดายรวมถึงการศาสนาหรือแรบไบ ก็ต้องมีบทสวดก่อนรับประทานอาหาร เพื่อระลึกถึงพระคุณของแหล่งอาหาร ดังนั้นบทสวดดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่ว่าอาหารนั้นจะเป็นหรือไม่เป็นโคเชอร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ลักษณะอาหารโคเชอร์</strong></h3>
<p>ปัจจัยที่จะเป็นเครื่องวัดว่าอาหารนั้นเป็นโคเชอร์ ได้แก่</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>แหล่งวัตถุดิบ</li>
<li>และเครื่องครัว ( ประเภทภาชนะ เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ ) ที่ใช้ในการผลิตอาหารด้วย</li>
<li>กระบวนการรับรองโคเชอร์ต้องอาศัยปัจจัยสองสิ่งดังกล่าวข้างต้นนี้เป็นหลักในการพิจารณาให้เครื่องหมายโคเชอร์ และในอดีตการตัดสินพิจารณาให้เครื่องหมายโคเชอร์เป็นหน้าที่ของนักการศาสนา (Rabbi) แต่ปัจจุบันมีบริษัทตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งโดยนักการศาสนาเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำ ตรวจสอบและออกหนังสือรับรองโคเชอร์ คือ เป็น Kosher auditor ซึ่งคล้ายกับบริษัทที่ให้บริการ ISO Auditor บริษัทพวกนี้เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากแรบไบอีกที ( Orthodox Rabbinic authority )</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>คัมภีร์เตารอตกับโคเชอร์</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>1. แหล่งวัตถุดิบ</strong></h3>
<p>การตรวจสอบพิจารณา &#8220;แหล่งวัตถุดิบอาหาร&#8221; ว่าเหมาะสมที่จะเป็นโคเชอร์หรือไม่นั้นคัมภีร์เตารอต ซึ่งพวกนักการศาสนาหรือนักบวชในศาสนายูดายรุ่นหลังได้ตีความและขยายความในรายละเอียดจัดหมวดหมู่ และอธิบายกฎเกณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบันขึ้น ซึ่งอาหารหมวดสำคัญ ๆ นั้น ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>เนื้อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม</strong> ที่เป็นสัตว์ประเภทเคี้ยวเอื้องหรือมีกีบเท้า ยกเว้นสุกร</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>สัตว์ปีก</strong> ในคัมภีร์ไม่ได้ระบุไว้ว่าสัตว์ปีกประเภทใดอนุญาตให้บริโภคได้ แต่ได้ระบุห้ามไว้จำนวน 24 ประเภท ตามหลักใหญ่ของศาสนาที่เรียกว่า Shulchan Aruch ได้อนุโลมในเรื่องนี้และให้ถือว่า สัตว์ปีกชนิดใดที่ได้รับประทานกันเป็นประเพณีมาช้านานแล้วเป็นโคเชอร์ ยิวในสหรัฐอเมริกาถือว่า ไก่ ไก่งวง เป็ด และห่าน เป็นโคเชอร์</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>ปลา</strong> ที่อนุญาตให้บริโภคต้องเป็นปลาที่มีครีบและเกล็ด ส่วนสัตว์น้ำที่มีเปลือกหรือกระดอง เช่น หอย ปู กุ้ง ไม่เป็นโคเชอร์คือไม่ได้รับอนุญาตให้บริโภค ยกเว้นอาหารทะเล เช่น กุ้ง กุ้งก้ามกราม เหล่านี้เป็นโคเชอร์</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>องุ่นและผลิตภัณฑ์สินค้าที่ผลิตจากองุ่น</strong> และองุ่นที่เป็นผลไม้ธรรมชาตินั้นเป็นโคเชอร์ แต่ผลิตภัณฑ์จากองุ่นจะต้องได้รับการพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ไวน์จากองุ่นเป็นเครื่องดื่มที่ใช้ในพิธีการทางศาสนา จึงถือว่าเป็นโคเชอร์ไปโดยปริยาย แต่ผลิตภัณฑ์จากองุ่นอื่น ๆ จะต้องทำจากน้ำองุ่นที่ได้รับการตรวจตราโดยตลอด ตั้งแต่กระบวนการผลิตแรกจนถึงกระบวนผลิตสุดท้ายถึงจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาให้เป็นโคเชอร์</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>เนยแข็ง (Cheese)</strong> เช่น Cheddar, Muenster, Swiss อาหารประเภทนี้จะได้รับการรับรองได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้การตรวจสอบของนักการศาสนาหรือบวชในศาสนาอย่างสม่ำเสมอ โรงงานเนยแข็งโดยทั่วไปมักใช้เยื่อในจากกระเพาะวัวไม่ได้เป็นโคเชอร์ เนยแข็งที่เป็นโคเชอร์จะต้องได้จากการตกตะกอนด้วยเชื้อจุลินทรีย์เท่านั้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>ผักและผลไม้</strong> โดยทั่วไปเป็นโคเชอร์ แต่ต้องปราศจากหนอนและแมลง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2. เครื่องครัว</strong></h3>
<p>คำว่า &#8220;เครื่องครัว&#8221; หมายถึงภาชนะ เครื่องมือและเครื่องใช้ในการประกอบอาหาร ตลอดจนเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอาหร เครื่องครัวที่เคยใช้ทำอาหารที่ได้รับการรับรองแล้วว่าเป็นโคเชอร์หากนำมาใช้ทำอาหารที่มีส่วนประกอบที่ไม่เป็นโคเชอร์ เครื่องมือนั้นก็หมดสภาพโคเชอร์ไป หากนำกลับมาใช้ทำอาหารที่เป็นโคเชอร์อีก อาหารที่ได้ก็จะไม่ใช่โคเชอร์อีกต่อไป แม้ว่าส่วนประกอบที่นำมาทำอาหารทั้งหมดจะเป็นโคเชอร์ก็ตาม ดังนั้นเครื่องครัวที่ประกอบอาหารโคเชอร์และอาหารที่ไม่เป็นโคเชอร์จึงต้องแยกออกจากกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2.1 วิธีคืนสภาพโคเชอร์</strong></h3>
<p>เครื่องครัวที่เคยปรุงอาหารที่ไม่เคยเป็นโคเชอร์สามารถทำให้กลับมามีสภาพโคเชอร์ได้อีก โดยกระบวนการคืนสภาพโคเชอร์ที่เรียกว่า &#8220;Kosherization&#8221; ซึ่งมีวิธีการที่ต่างกันไปตามประเภทเครื่องครัวและลักษณะของอาหาร ถ้าอาหารที่ไม่ใช่โคเชอร์ที่เป็นของเหลว เช่น ซุป วิธีการคืนสภาพโคเชอร์ Kosherization คือ ลวกเครื่องครัวที่ใส่อาหารจำนวนนั้นด้วยน้ำเดือด ถ้าเป็นอาหารที่ใช้เตาอบการคืนสภาพโคเชอร์ ( Kosherization) สามารถทำได้โดยนำภาชนะที่ใส่อาหารที่ไม่เป็นโคเชอร์นั้นมาอบด้วยความร้อนสูง เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เนื้อสัตว์จะเป็นโคเชอร์ได้หรือไม่นั้นต้องมีการตรวจสอบขั้นต่าง ๆ ตั้งแต่โรงเชือดสัตว์ไปจนถึงร้านขาย พนักงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต ตั้งแต่โรงฆ่าสัตว์ไปจนถึงคนขายเนื้อก็ต้องได้รับการฝึกอบรมในกระบวนการรับรองโคเชอร์ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นตอนระเบียบปฏิบัติการขอรับรองโคเชอร์</strong></h3>
<ul>
<li>ขั้นเตรียมการและยื่นคำร้องพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โรงงาน และรายละเอียดของสินค้าที่ขอรับรองไปที่สำนักงาน Orthodox Union (ou) โดยทาง :-ออนไลน์ ( WWW.OUKOSHER.ORG )</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ขั้นจัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนายูดายเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ :-<br />
การจัดการด้านเอกสาร เพื่อชี้แจงข้อสงสัยและความต้องการของผู้ยื่นคำร้องขอรับรองให้คำปรึกษาแนะนำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรับรอง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ขั้นตรวจโรงงาน/สถานประกอบการโดยตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนายูดาย เพื่อดำเนินการดังนี้<br />
เพื่อดูแลกำกับกระบวนการผลิตเพื่อการขอรับรองสินค้าที่ถูกต้องและรวดเร็ว ทำรายงานสรุปผลเพื่อยื่นไปยังสำนักงานใหญ่ ( OU )</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>หมายเหตุ : รายจ่ายในหมวดนี้ผู้ยื่นคำร้องขอรับรองเป็นผู้รับผิดชอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ขั้นตอนพิจารณาผลการตรวจสอบ<br />
เจ้าหน้าที่ประสานงานจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนายูดายที่จัดหาไว้ให้ตรวจสอบเอกสาร สรุปผลการตรวจที่ส่งมาที่สำนักงานใหญ่ ดำเนินการแนะนำแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อออกใบรับรองต่อไป</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ขั้นตอนการทำพันธสัญญาซึ่งรวมถึง<br />
ระเบียบปฏิบัติและข้อกำหนดต่าง ๆ ขององค์การออร์โธด็อกซ์ ( Orthodox Union ) และเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงตามข้อกำหนดต่าง ๆ ในสัญญาเพื่อการขอรับรองแล้วสัญญาฉบับนั้นจะถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อออกใบรับรองโคเชอร์ต่อไป</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ขั้นตอนสุดท้าย ส่งตัวอย่างสินค้าที่ติดฉลากแสดงเครื่องหมายโคเชอร์เพื่อพิจารณาอนุมัติครั้งสุดท้าย</li>
<li>ระยะเวลาการขอรับรองโดยปกติ ระยะเวลาในการขอรับรองโคเชอร์ประมาณ 3 เดือน และบางทีก็ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกระบวนการผลิตและลักษณะโรงงานว่าถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานโคเชอร์หรือไม่</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ค่าธรรมเนียมการรับรอง</strong></h3>
<p>ค่าธรรมเนียมในการรับรองขึ้นอยู่กับสัดส่วนและตัวแปรในการดำเนินการในแต่ละบริษัท / สถานประกอบการ เช่น ระยะทางในการเดินทางเพื่อดำเนินการตรวจสอบ ความถี่ในการการตรวจสอบ ความซับซ้อนในกระบวนการผลิต และจำนวนสินค้าที่ขอรับรองโคเชอร์ ความรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายโคเชอร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>กลุ่มเครื่องหมาย Kosher จำแนกออกเป็น 5 ระดับด้วยกัน คือ</strong></h3>
<ul>
<li>ระดับ Kosher หรือ Glatt Kosher</li>
<li>ระดับ Kosher &#8211; Pareve</li>
<li>ระดับ Kosher &#8211; Dairy</li>
<li>ระดับ Kosher &#8211; Dairy Equipment</li>
<li>ระดับ Kosher &#8211; Dairy Equipment</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/biochar/">การเผาถ่านบำรุงดิน ( Biochar )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/kosher-dietary-law/">มาตรฐานอาหารโคเชอร์ ของชาวยิว ( Kosher Dietary Law )</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาตรฐานอาหารฮาลาล ( Halal )</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/halal-standard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 09:05:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอาหารฮาลาล ( Halal )]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1985</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาหารฮาลาล ( Halal Food ) หมายถึง อาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งอนุมัติตามบัญญัติศาสนาอิสลามให้มุสลิมบริโภคหรือใช้ประโยชน์ได้   “ฮาลาล” เป็นคำมาจากภาษาอารบิก หมายความว่า การผลิต การให้บริการ หรือการจำหน่ายใด ๆ ที่ไม่ขัดต่อบัญญัติของศาสนา...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/halal-standard/">มาตรฐานอาหารฮาลาล ( Halal )</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>อาหารฮาลาล ( Halal Food )</strong></h3>
<p>หมายถึง อาหารหรือผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งอนุมัติตามบัญญัติศาสนาอิสลามให้มุสลิมบริโภคหรือใช้ประโยชน์ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>“ฮาลาล”</strong></h3>
<p>เป็นคำมาจากภาษาอารบิก หมายความว่า การผลิต การให้บริการ หรือการจำหน่ายใด ๆ ที่ไม่ขัดต่อบัญญัติของศาสนา ดังนั้นเราจึงอาจกล่าวได้ว่า “อาหารฮาลาล” คือ อาหารที่ได้ผ่านกรรมวิธีในการทำ ผสม ปรุง ประกอบ หรือแปรสภาพ ตามศาสนบัญญัตินั่นเอง เป็นการรับประกันว่าชาวมุสลิมโดยทั่วไปสามารถบริโภคอาหาร หรืออุปโภคสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ได้โดยสนิทใจ เราสามารถสังเกตผลิตภัณฑ์ว่าเป็น “ฮาลาล” หรือไม่นั้น ได้จากการประทับตรา “ฮาลาล” ที่ข้างบรรจุภัณฑ์นั้นเป็นสำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>“เครื่องหมายฮาลาล” </strong></h3>
<p>คือเครื่องหมายที่คณะกรรมการฝ่ายกิจการฮาลาลของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย หรือคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดต่าง ๆ ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบการทำการประทับ หรือแสดงลงบนสลาก หรือผลิตภัณฑ์ หรือกิจการใด ๆ โดยใช้สัญลักษณ์ที่เรียกว่า “ฮาลาล” ซึ่งเขียนเป็นภาษาอาหรับภายในกรอบสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หลังกรอบเป็นลายเส้นแนวตั้ง ใต้กรอบภายในเส้นขนานมีคำว่า “สนง.คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย” โดยเครื่องหมายดังกล่าวนี้ จะออกให้กับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ฮาลาลและหรือเนื้อสัตว์ฮาลาลที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>มาตรฐานอาหารฮาลาล</strong></h3>
<p>ปัจจุบันในตลาดโลกมีผู้บริโภคที่เป็นมุสลิมอยู่ประมาณ 2,000 ล้านคน การค้าขายจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางที่จะเข้าไปมีส่วนแบ่งในตลาดอาหารจากประเทศที่มีชาวมุสลิมให้มากขึ้น ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่ผลิตอาหารที่สำคัญของโลก ผู้ผลิตจึงจำเป็นต้องให้ความสนใจในเครื่องหมายนี้อย่างจริงจัง ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเรียนรู้ และอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจอย่างถูกต้องเพื่อเตรียมความพร้อมของการผลิต สร้างฐานที่แข็งแกร่งให้กับประเทศต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Codex ได้จัดทำเอกสาร General Guideline for use of the Term &#8221; Halal &#8221; ตั้งแต่ปี 2540 และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม(สมอ.) ได้นำมาเรียบเรียงและจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยโดยได้ยึดหลัก และอ้างอิงเอกสารภาษาอังกฤษดังกล่าว มอก.1701-2541 ZCAC GL- 24/1997) ข้อแนะนำนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ มีความเข้าใจที่ตรงกัน และมีการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎของศาสนาอิสลาม ทั้งทางด้านแหล่งที่มาของอาหาร วิธีการฆ่าสัตว์ การเตรียมอาหาร การแปรรูปอาหาร การบรรจุหีบห่อ การขนส่งและการเก็บรักษาอาหารอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการค้ากับประเทศมุสลิมที่กำหนดมาตรการนำเข้าอาหารฮาลาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ความสำคัญและความหมายของอาหารฮาลาล</strong></h3>
<p>มุสลิมมีความศรัทธาว่า &#8220;ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ นบีมุฮัมมัดเป็นผู้สื่อ (รอซูล) ของอัลลอฮฺ&#8221; และมุสลิมมีความเชื่ออย่างมั่นใจว่า อัลลอฮฺ คือผู้สร้างมนุษย์และสรรพสิ่งในจักรวาล ดังนั้นคำบัญชาของอัลลอฮฺ (อัล-กุรอาน) คำสอนและแบบอย่างของนบีมุฮัมมัด (ซุนนะห์) จึงเป็นเรื่องที่มุสลิมจะต้องปฏิบัติตามด้วยความจริงใจและจริงจัง กล่าวคือปฏิบัติในสิ่งที่อนุมัติ (ฮาลาล) และไม่ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นข้อห้าม (ฮารอม) ด้วยความเต็มใจและยินดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฮาลาล &#8211; ฮารอม ในอิสลามจึงมิได้หมายความเพียงการบริโภคอาหารเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงวิถีการดำเนินชีวิตในทุกด้าน เพราะอิสลามคือระบอบแห่งการดำเนินชีวิตของมนุษย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาหารฮาลาล ( Halal Food ) จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิมในการบริโภค ส่วนผู้ที่มิใช่มุสลิมหากบริโภคอาหารฮาลาลก็จะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน เพราะอาหารฮาลาลจะต้องมีกระบวนการผลิตที่ถูกต้องตามข้อบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม ปราศจากสิ่งต้องห้าม (ฮารอม) และมีคุณค่าทางอาหาร (ตอยยิบ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>หน้าที่ของผู้เชือดสัตว์ตามศาสนบัญญัติเพื่อให้ได้เนื้อสัตว์ที่ฮาลาล มีดังนี้</strong></h3>
<ul>
<li>ต้องนับถือศาสนาอิสลาม</li>
<li>สัตว์ที่จะเชือดนั้น ต้องเป็นสัตว์ที่รับประทานได้ตามหลักศาสนาอิสลาม</li>
<li>ต้องไม่ปะปนสัตว์ที่จะเชือดกับสัตว์ต้องห้ามในระหว่างขนส่ง</li>
<li>ต้องไม่ทารุณสัตว์ก่อนการเชือด ตลอดจนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชือดต้องมีความคม</li>
<li>ให้ผู้เชือดกล่าวพระนามของพระผู้เป็นเจ้า ขณะเริ่มทำการเชือด โดยต้องเชือดในคราวเดียวกันให้แล้วเสร็จ โดยไม่ทรมานสัตว์</li>
<li>ต้องเชือดให้หลอดลม หลอดอาหารและเส้นเลือดข้างลำคอของสัตว์ที่ถูกเชือด ขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง โดยสัตว์จะต้องตายเพราะการเชือดเท่านั้น สัตว์นั้นต้องตายสนิทเองก่อน จึงจะนำไปดำเนินการอย่างอื่นต่อได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ฮาลาลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้</strong></h3>
<ul>
<li>รักษาอุปกรณ์ในการผลิตผลิตภัณฑ์ฮาลาลให้สะอาดถูกต้องตามศาสนบัญญัติ ตลอดจนไม่ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวร่วมกับของต้องห้ามตามศาสนบัญญัติ</li>
<li>วัตถุดิบหลักในการผลิต ตลอดจนเครื่องปรุงอื่น ๆ ต้องระบุแหล่งที่มาอันน่าเชื่อถือได้ว่า “ฮาลาล” โดยไม่แปดเปื้อนกับสิ่งต้องห้าม</li>
<li>วัตถุดิบที่ได้จากสัตว์ต่าง ๆ นั้น ต้องเป็นสัตว์ที่ศาสนาอิสลามอนุมัติ และหรือได้เชือดตามศาสนบัญญัติ</li>
<li>เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมการผลิต หรือปรุงผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ต้องเป็นมุสลิม</li>
<li>ในระหว่างการขนย้าย ขนส่ง หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฮาลาลนั้น ต้องไม่ปะปนผลิตภัณฑ์ฮาลาลนั้น ต้องไม่ปะปนผลิตภัณฑ์ฮาลาลกับสิ่งต้องห้ามตามศาสนบัญญัติ</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;">ดูข้อมูลเพิ่มเติม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/biochar/">การเผาถ่านบำรุงดิน ( Biochar )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/halal-standard/">มาตรฐานอาหารฮาลาล ( Halal )</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการขอ อย. ผลิตภัณฑ์ อาหาร</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/fda-food-products/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 08:42:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการขอ อย. ผลิตภัณฑ์ อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1977</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิธีการขอ อย. อาหาร อาหาร ในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หมายถึง วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม หรือนำเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่รวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือยาเสพติดให้โทษ นอกจากนี้อาหารยังรวมถึงวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร วัตถุเจือปนอาหาร สี เครื่องปรุงแต่งกลิ่นรสด้วย...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/fda-food-products/">วิธีการขอ อย. ผลิตภัณฑ์ อาหาร</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>วิธีการขอ อย. อาหาร</strong></h3>
<p>อาหารในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หมายถึง วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม หรือนำเข้าสู่ร่างกาย แต่ไม่รวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือยาเสพติดให้โทษ นอกจากนี้อาหารยังรวมถึงวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร วัตถุเจือปนอาหาร สี เครื่องปรุงแต่งกลิ่นรสด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยปัจจุบันนี้ประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ ได้รวมตัวกันเป็นชมรมหรือสหกรณ์ นำวัตถุดิบที่ได้จากการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อบริโภคหรือจำหน่ายเป็นการช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ เช่น เครื่องดื่มทำจากผลไม้ท้องถิ่น เครื่องดื่มจากสมุนไพร กะปิ น้ำปลา ขนมหวาน อาหารขบเคี้ยว เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะต้องสะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพหรือมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ผู้ผลิตอาจต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนที่จะผลิตเพื่อจำหน่ายต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>กลุ่มอาหารที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย อย.</strong></h3>
<p>อาหารกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ไม่แปรรูปหรือถ้าแปรรูปก็จะใช้กระบวนการผลิตง่าย ๆ ในชุมชน ผู้บริโภคจะต้องนำมาปรุงหรือผ่านความร้อนก่อนบริโภค อาหารกลุ่มนี้ผู้ผลิตที่มีสถานที่ผลิตไม่เข้าข่าย โรงงาน ( ใช้อุปกรณ์หรือเครื่องจักรต่ำกว่า 5 แรงม้า หรือคนงานน้อยกว่า 7 คน ) สามารถผลิตจำหน่ายได้โดยไม่ต้องมาขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และ ยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แต่ต้องแสดงฉลากอาหารที่ถูกต้องไว้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>กลุ่มอาหารที่ต้องมีเครื่องหมาย อย.</h3>
<p>อาหารกลุ่มนี้เป็นอาหารที่มีการแปรรูปเป็นอาหารกึ่งสำเร็จรูป หรืออาหารสำเร็จรูปแล้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในระดับต่ำ ปานกลางหรือ สูง แล้วแต่กรณี ได้แก่ อาหารที่ต้องมีฉลาก อาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรืออาหารควบคุมเฉพาะ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องขออนุญาตสถานที่ผลิตอาหารและขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร หรือจดทะเบียนอาหาร หรือแจ้งรายละเอียดของอาหารแต่ละชนิดแล้วแต่กรณี ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เอกสารสำคัญที่ต้องจัดเตรียมเพื่อขอจัดตั้งโรงงาน / สถานที่ผลิต</strong></h3>
<ol>
<li>สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจ</li>
<li>สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีอำนาจ</li>
<li>สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ( เฉพาะกรณีเป็นนิติบุคคล )</li>
<li>สำเนา ภพ.20 ( เฉพาะกรณีเป็นนิติบุคคล )</li>
<li>สำเนาทะเบียนบ้านของร้าน หรือ บริษัท ( กรณีที่อยู่ดังกล่าว ไม่ตรงกับที่อยู่ผู้มีอำนาจ )</li>
<li>แผนที่ตั้งของร้าน หรือ บริษัท</li>
<li>แผนผังภายในร้าน หรือ บริษัท ระบุสถานที่ผลิต,บรรจุ,เก็บสินค้า ให้ชัดเจน</li>
<li>สินค้าตัวอย่างพร้อมฉลาก</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร</strong></h3>
<ol>
<li>ใช้คนงานตั้งแต่ 7 &#8211; 19 คน โดยไม่ใช้เครื่องจักรจนถึงเครื่องจักรไม่ถึง 5 แรงม้า (เข้าข่ายโรงงาน) 3,000 บาท</li>
<li>ใช้คนงานตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป โดยไม่ใช้เครื่องจักรจนถึงเครื่องจักรไม่ถึง 5 แรงม้า (เข้าข่ายโรงงาน) 5,000 บาท</li>
<li>ใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 5 &#8211; 91 แรงม้า 6,000 บาท</li>
<li>ใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 10 &#8211; 24 แรงม้า 7,000 บาท</li>
<li>ใช้เครื่องจักรตั้งแต่ 25 &#8211; 49 แรงม้า 8,000 บาท</li>
<li>ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังตั้งแต่ 50 แรงม้า ขึ้นไป 10,000 บาท</li>
</ol>
<p>สำหรับกรณีไม่เข้าข่ายโรงงาน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น (ฟรี)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>หลักฐานสำคัญเพื่อใช้ขอรับเลขสารบนอาหาร (อย.)</strong></h3>
<ol>
<li>ใบจดทะเบียนอาหาร/แจ้งรายละเอียด ( แบบ สบ.5 ) จำนวน 2 ฉบับ</li>
<li>สำเนาการได้รับอนุญาตตั้งสถานที่ผลิต</li>
<li>ใบรับรองสถานที่ผลิตอาหารที่เทียบเท่าเกณฑ์ Primary GMP</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สรุป 4 ขั้นตอนการขอเครื่องหมาย อย.</strong></h3>
<ol>
<li>จัดเตรียมสถานที่ผลิตอาหารให้ได้ตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดี ( GMP: GOOD MANUFACTURING PRACTICE )</li>
<li>จัดเตรียมเอกสาร โดยติดต่อขอข้อมูลได้ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอที่เป็นที่ตั้งของสถานที่ผลิตอาหารทุกแห่ง</li>
<li>ยื่นเอกสารขออนุญาตตั้งสถานที่ผลิตอาหาร พร้อมนัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อตรวจ สถานที่</li>
<li>ยื่นขอเอกสารอนุญาตขอรับเลขสารบบ “13 หลัก” (เลข อย.) ตามแต่ชนิดของผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่ม ได้แก่ อาหารควบคุม เฉพาะอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน และอาหารที่ต้องมีฉลาก</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สถานที่ยื่นคำขออนุญาต </strong></h3>
<p>ในกรณีสถานที่ผลิตตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ ( One stop service center ) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>กรณีสถานที่ผลิตตั้งอยู่ต่างจังหวัด</strong></h3>
<p>ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสาธารณสุขในจังหวัดนั้นๆ นี่คือเรื่องพื้นฐานในทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่สันทัดในการเดินเอกสารก็มีหลายบริษัทที่เข้าทำหน้าที่รับดำเนินการแทน แต่เราก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางที่ดีเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากทำเองก็จะช่วยลดต้นทุนได้ดีกว่า สำคัญคือสินค้าเรามีคุณภาพสถานที่ผลิตได้มาตรฐานทุกอย่างก็ผ่านอนุมัติง่ายและเร็ว</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/biochar/">การเผาถ่านบำรุงดิน ( Biochar )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/fda-food-products/">วิธีการขอ อย. ผลิตภัณฑ์ อาหาร</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาตรฐาน HACCP : Hazard Analysis and Critical Control Point System</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/hazard-analysis-critical-control-point-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 08:35:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน HACCP]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1969</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระบบ HACCP ย่อมาจาก Hazard Analysis and Critical Control Point System เป็นระบบการจัดการเพื่อความปลอดภัยของการอาหารผลิตอาหาร HACCP เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานโรงงานผลิตอาหาร ที่สามารถการันตีความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ว่ามาจากโรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/hazard-analysis-critical-control-point-system/">มาตรฐาน HACCP : Hazard Analysis and Critical Control Point System</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><strong>ระบบ HACCP</strong> ย่อมาจาก Hazard Analysis and Critical Control Point System เป็นระบบการจัดการเพื่อความปลอดภัยของการผลิตอาหาร HACCP เป็นอีกหนึ่งมาตรฐานโรงงานผลิตอาหาร ที่สามารถการันตีความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ว่ามาจากโรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ อาหารที่ได้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นมาตรฐานในระดับสากลที่ใช้กันทั่วโลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นหากท่านผู้ประกอบการที่ต้องการจะผลิตสินค้าประเภทอาหาร ควรศึกษาข้อมูลและผ่านการรับรองมาตรฐาน HACCP ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในตัวสินค้ามากขึ้น วันนี้แอดมินมีความรู้และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับมาตรฐาน HACCP สำหรับโรงงานผลิตอาหารมาฝากกันค่ะกับ 7 ข้อ. ควรรู้เกี่ยวกับการทำโรงงานผลิตมาตรฐาน HACCP</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>1. HACCP ใช้กับโรงงานอาหาร</strong></h3>
<p>HACCP เป็นระบบควบคุมการผลิตรูปแบบหนึ่งสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม และถูกกำหนดให้ใช้กับสินค้าประเภทอาหารโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอาหารสำเร็จรูป โรงงานอาหารแช่แข็ง หรือโรงงานอาหารเสริม โดยได้ทำการควบคุมความสะอาด ทั้งในด้านชีวภาพ สารเคมี และกายภาพ ป้องกันการเจือปนในอาหาร ไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อน ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค นอกจากโรงงานอาหาร โรงงานอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวกับอาหารก็ใช้ระบบนี้ได้ เช่น โรงงานผลิตชิ้นงานโลหะที่ใช้ในการผลิตอาหาร เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2. ระบบ HACCP ป้องกันอันตราย 3 อย่าง</strong></h3>
<p>ระบบ HACCP ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายถึง 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่</p>
<p>อันตรายทางชีวภาพ อาทิ อันตรายจากเชื้อจุลินทรีย์ เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส อันตรายกลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บจากการติดเชื้อได้</p>
<p>อันตรายจากสารเคมี ครอบคลุมตั้งแต่สารเคมีที่ใช้ในการเลี้ยง เพาะปลูก หรือใช้ในกระบวนการผลิตวัตถุดิบ อาทิ สารกำจัดศัตรูพืช สารเร่งการเจริญเติบโต เป็นต้น สารกันบูด สารทำความสะอาด สารทำความสะอาดเครื่องจักร ฯลฯ อันตรายกลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาภายในร่างกาย เกิดการทำลายระบบต่าง ๆ อาทิ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ หัวใจล้มเหลว สมองถูกทำลาย เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อันตรายทางกายภาพ ซึ่งเกิดจากสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เช่น เศษกระจก เศษแก้ว เศษไม้ โลหะ เป็นต้น อันตรายกลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดอวัยวะภายในถูกทำลาย ทำให้เกิดการฉีกขาด หรืออาจเกิดการติดเชื้อได้ หากสิ่งปนเปื้อนนั้นสกปรก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>3.HACCP มีระบบที่แน่นอน</strong></h3>
<p>มาตรฐาน HACCP มีระบบที่แน่นอน โดยจะดำเนินการเป็นขั้นตอนที่กำหนดเอาไว้ในระบบ เพื่อการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>1. วิเคราะห์อันตราย </strong>: เป็นขั้นตอนแรกของระบบ HACCP ก็คือการวิเคราะห์อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในขั้นตอนต่าง ๆ ระหว่างการผลิต โดยการประเมินโอกาสพร้อมกับระบุมาตรการในการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายเหล่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. หาจุดวิกฤต :</strong> กำหนดจุดที่มีโอกาสเกิดอันตราย เป็นจุดที่อยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน โดยจุดนั้นจะถูกเรียกว่า CCP การกำหนดจุดที่ว่านี้จะทำโดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. กำหนดค่าวิกฤต :</strong> เมื่อได้จุดวิกฤตหรือจุด CCP แล้ว จะต้องทำการควบคุมให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนด เพื่อให้แน่ใจว่าจุด CCP นั้นสามารถควบคุมได้ โดยในหนึ่งจุดสามารถมีค่าวิกฤต (CL) ค่าเดียวหรือหลายค่าก็ได้ ในการกำหนดค่า CL จะต้องใช้ทีมงานที่มีประสบการณ์ นอกจากนั้นยังต้องพึ่งคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลจากการทดสอบ ข้อกำหนดและมาตรฐานอาหารต่าง ๆ ร่วมด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>4. กำหนดระบบเพื่อควบคุมจุดวิกฤต :</strong> คือวิธีการที่ใช้กำหนดแผนการทดสอบ เพื่อเฝ้าระวังจุดวิกฤตไม่ให้เกิดอันตราย มีการติดตามว่าจุดนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมหรือไม่อย่างใกล้ชิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>5. กำหนดมาตรการแก้ไข :</strong> ใช้เมื่อพบว่าจุดวิกฤตไม่อยู่ภายใต้การควบคุม ไม่สามารถควบคุมได้อีก ต้องมีมาตรการแก้ไข เพื่อให้เหมาะสม ระหว่างการเฝ้าสังเกตการณ์อาจพบว่าค่าจำกัดวิกฤตที่ต้องควบคุมเกิดการเบี่ยงเบนไป จึงต้องทำการแก้ไขโดยด่วน หากเกิดในกระบวนการผลิตจะต้องทำการแก้ไข โดยแจ้งกับผู้มีอำนาจให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง แต่ถ้าหากเกิดกับผลผลิต อาจจะต้องทำการผลิตใหม่ หรือไม่ก็ทำลายผลผลิตนั้นเสีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>6. กำหนดวิธีการทวนสอบเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของ HACCP :</strong> คือการทดสอบเพิ่มเติมจากการติดตามผล เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามมาตรฐาน HACCP</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>7. กำหนดมาตรการจัดการเอกสาร :</strong> เอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบ HACCP ควรมีมาตรการการจัดการที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยัน HACCP โรงงาน และตรวจสอบการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตาม HACCP Plan หรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>4. HACCP ใช้ร่วมกับคุณภาพอื่น ๆ ได้</strong></h3>
<p>HACCP โรงงานเป็นระบบที่ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ที่สามารถใช้ร่วมกับคุณภาพอื่นๆ ได้ โดยใน 1 โรงงานอาจมีระบบรับรองมาตรฐานการผลิตอาหารได้มากกว่า 1 ระบบ ยกตัวอย่างเช่น ในสินค้าอาหาร 1 ผลิตภัณฑ์ อาจใช้ระบบ HACCP โรงงาน ระบบ GMP ระบบฮาลาล ฯลฯ ร่วมกันในสินค้านั้นได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>5. HACCP ช่วยเพิ่มอายุการเก็บรักษา</strong></h3>
<p>เนื่องจากระบบ HACCP โรงงานมีส่วนช่วยในเรื่องของการป้องกันอันตรายทางชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการหายใจของอาหาร ทำให้อาหารสุกช้าขึ้น ช่วยควบคุมจุลินทรีย์บางอย่าง ซึ่งมีผลต่อปฏิกิริยาภายในอาหาร ทำให้อาหารที่ผลิตเก็บรักษาได้ยาวนานขึ้นได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>6. อุตสาหกรรมใดบ้างที่ควรใช้มาตรฐาน HACCP</strong></h3>
<p>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับอาหารทุกชนิด ได้แก่ โรงงานอาหารสำเร็จรูป โรงงานอาหารกึ่งสำเร็จรูป โรงงานอาหารแช่แข็ง โรงงานอาหารเสริม รวมถึงโรงงานที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เช่น โรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะเพื่อการผลิตอาหาร เป็นต้น ที่ควรใช้มาตรฐาน HACCP</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลายคนกำลังสงสัยว่าโรงงานเครื่องสำอางจำเป็นต้องใช้มาตรฐาน HACCP หรือไม่ หากเป็นเครื่องสำอางที่ไม่เกี่ยวกับการบริโภค HACCP โรงงาน เป็นมาตรฐานที่ไม่ได้ครอบคลุมในส่วนนี้ เว้นแต่เป็นโรงงานเครื่องสำอางที่ดำเนินการควบคู่กับโรงงานอาหารเสริมด้วย ที่ควรใช้ระบบนี้ในการควบคุมการผลิตนั่นเอง</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;">ดูข้อมูลเพิ่มเติม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/biochar/">การเผาถ่านบำรุงดิน ( Biochar )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/hazard-analysis-critical-control-point-system/">มาตรฐาน HACCP : Hazard Analysis and Critical Control Point System</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การขอรับรองเกษตรอินทรีย์ ( Organic ) กับ สำนักมาตรฐานเกษตรอินทรีย์</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/organic-certification/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2021 00:49:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[การขอรับรองเกษตรอินทรีย์ ( Organic )]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1920</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์กับ ACT   ขั้นที่ 1 ศึกษาทำความเข้าใจและเตรียมชุดใบสมัคร ศึกษาประเภทการรับรอง และ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ขอแนะนำให้ผู้สมัคร เลือกประเภทการผลิต  ตามลักษณะการผลิต / การประกอบการของท่านและตลาด   เอซีที ออร์แกนิค...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/organic-certification/">การขอรับรองเกษตรอินทรีย์ ( Organic ) กับ สำนักมาตรฐานเกษตรอินทรีย์</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>ขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์กับ ACT</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นที่ 1 ศึกษาทำความเข้าใจและเตรียมชุดใบสมัคร</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ศึกษาประเภทการรับรอง และ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขอแนะนำให้ผู้สมัครเลือกประเภทการผลิตตามลักษณะการผลิต / การประกอบการของท่านและตลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอซีที ออร์แกนิค ให้บริการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แตกต่างกันไปครอบคลุมกิจกรรมการผลิต 9 ประเภท ได้แก่ </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">การผลิตพืช</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การแปรรูปและการจัดการ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปัจจัยการผลิตเพื่อการค้า </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและพื้นที่ธรรมชาติ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การเลี้ยงผึ้ง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปศุสัตว์</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมนูอาหารอินทรีย์</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การรับรองแบบกลุ่ม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ </span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยแต่ละประเภทจะได้รับรองแต่ละโปรแกรมข้างต้นแตกต่างกัน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นจึงศึกษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์ CertAll 2019  และทำการประเมินตนเองว่าสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานและเกณฑ์ข้อกำหนดต่างๆ ได้หรือไม่ </span><span style="font-weight: 400;">เช่น นาย ACT เป็น ผู้ปลูกพืชและแปรรูปเป็นอาหาร  ต้องการขายสินค้าไปยังสหภาพยุโรป </span><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นนาย ACT ควรอ่านมาตรฐาน การผลิตพืชและการแปรรูป โดยมุ่งเน้นไปยังมาตรฐาน EU เป็นหลัก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เป็นข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตาม โดย ACT จะใช้มาตรฐานนี้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินรับรองการประกอบการของท่าน ดังนั้นก่อนที่จะทำการสมัคร ผู้ประกอบการควรศึกษาข้อกำหนดในการผลิตแบบอินทรีย์ที่ขอการรับรองอย่างละเอียดและถี่ถ้วนเสียก่อน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การขอรับชุดใบสมัคร</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีความชัดเจนในประเภทมาตรฐานที่ต้องการสมัครได้แล้ว ผู้สมัครสามารถขอรับชุดใบสมัครได้สองช่องทาง ได้แก่</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> แจ้งความประสงค์สมัครขอรับรอง และรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ หรือ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ส่ง email มาที่  info@actorganic-cert.or.th ระบุ ชื่อ ประเภทและมาตรฐานที่สนใจสมัคร และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ACT จะส่งไฟล์ชุดใบสมัครให้ทางที่อยู่อีเมล  ผู้สมัครจะต้องกรอกข้อมูลในชุดเอกสารการสมัคร ซึ่งประกอบด้วย ใบสมัครและข้อตกลงการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และ แผนการผลิตตามประเภทที่ขอการรับรอง รวมทั้งเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นที่ 2 การยื่นใบสมัครชำระค่าสมัคร</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กรอกใบสมัครและเตรียมเอกสารประกอบ </span><span style="font-weight: 400;">การกรอกเอกสารเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะการให้ข้อมูลที่ถูกต้องจะทำให้ประเมินค่าใช้จ่ายในการตรวจรับรองได้ชัดเจน และจะมีประโยชน์ต่อตัวท่านเองในระยะยาว  ท่านจึงควรมีเวลาเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนเพื่อให้ได้ถูกต้อง ใกล้เคียงกับการประกอบการของท่านมากที่สุด  เมื่อผู้สมัครกรอกชุดใบสมัครครบถ้วนเสร็จสมบูรณ์และชำระค่าสมัคร 1,070 บาท ตามเลขที่บัญชีที่แจ้งไปพร้อมกับชุดใบสมัคร (ค่าสมัคร ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมการขอรับรอง)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่งเอกสารและหลักฐานการชำระค่าสมัครมาที่ info@actorganic-cert.or.th  เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะดำเนินการตรวจสอบใบสมัคร หรือ อาจจะเรียกเอกสารเพิ่มเติม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นก่อนยื่นใบสมัครควรตรวจทานความครบถ้วนและเรียบร้อยของเอกสารทุกฉบับก่อน เพื่อมิให้การตรวจสอบใบสมัครล่าช้าจนเกินไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นที่ 3 การชำระค่าธรรมเนียมการขอรับรอง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อใบสมัครเรียบร้อยแล้วจะออกใบแจ้งค่าธรรมเนียมการขอรับรอง โดยจะประเมินค่าใช้จ่ายตามประเภทมาตรฐาน และรายละเอียดการประกอบการของผู้สมัคร ตามที่ระบุไว้ในใบสมัคร ผู้สมัครจะต้องชําระค่าธรรมเนียมแล้วส่งหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมขอรับรอง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากการชําระค่าธรรมเนียมผู้ขอรับรองจะได้รับการติดต่อจากฝ่ายตรวจ ACT  เพื่อนัดหมายการตรวจ ณ สถานที่ผลิต/ที่ประกอบการ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นที่ 4 การนัดตรวจประจำปีครั้งแรก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นการตรวจที่สําคัญมากโดยจะตรวจสถานที่ประกอบการทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง และประเมินเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการได้ปรับความเข้าใจ และวิธีการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที ได้สมัครขอการรับรอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การตรวจครั้งแรกจะต้องมีการนัดล่วงหน้ากับผู้ประกอบการ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังการตรวจผู้ขอรับรองจะได้สําเนารายงานการตรวจ หากมีข้อบกพร่องผู้ตรวจจะแจ้งให้ทราบ และผู้ขอรับรองต้องเสนอมาตรการแก้ไข หรือดำเนินการแก้ไขในทันที พร้อมกับแจ้งการแก้ไขหรือมาตรการแก้ไขนั้น ให้ ACT</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นที่ 5 พิจารณาและแจ้งผลการรับรอง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับรองของ มกท. จะพิจารณารับรองจากผลรายงานการตรวจ ประเด็นข้อบกพร่องที่พบและการแก้ไข แล้วแจ้งผลการรับรองให้ผู้ขอรับรองทราบ โดยออกเป็นจดหมายรับรองผลส่งให้ผู้ขอรับรองและให้ผู้ขอรับรองลงลายมือชื่อในใบตอบรับส่งกลับไปให้ มกท. เก็บไว้เป็นหลักฐาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นที่ 6 ออกใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นหากผู้ขอรับรองแก้ไขข้อบกพร่องสำคัญเรียบร้อยแล้ว และเป็นผู้ประกอบการการผลิตพืชที่พ้นระยะปรับเปลี่ยนแล้วเท่านั้น ทาง ACT  จะออกใบรับรองให้  (ใบรับรองจะหมดอายุทุกวันที่ 31 มีนาคม ของปีปฏิทินถัดไป และท่านจะเข้าสู่กระบวนการต่ออายุ)</span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="453" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-IFOAM-01-1024x453.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 IFOAM-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-IFOAM-01-1024x453.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-IFOAM-01-300x133.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-IFOAM-01-768x340.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-IFOAM-01-1536x680.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-IFOAM-01-2048x906.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/organic-certification/01-ifoam-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<header class="entry-header">
<h3 class="entry-title"><strong>โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์ IFOAM</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
</header>
<div class="entry-content">
<div class="wp-block-media-text alignwide">
<div class="wp-block-media-text__content">
<p><strong>มกท. ได้รับการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM จาก IOAS ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544</strong> โดยเป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์แห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองระบบงานนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
<p>เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นโดย<strong> สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ ( International Federation of Organic Agriculture Movements – IFOAM )</strong> ซึ่งได้ริเริ่มจัดตั้ง <strong>โครงการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM (IFOAM Accreditation Programme</strong>) ขึ้นในปี พ.ศ. 2535 เพื่อให้บริการรับรองระบบงานแก่หน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ต่างๆ ทั่วโลก  ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 สหพันธ์ฯ ได้จัดตั้ง <strong>IOAS (International Organic Accreditation Service) </strong>ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการให้บริการรับรองระบบงานนี้ ภายใต้กรอบของโครงการรับรองระบบงานเกษตรอินทรีย์ IFOAM โดย IOAS จดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในระบบนี้  มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ในขอบข่ายเกี่ยวกับ การเพาะปลูกพืช การเก็บผลผลิตจากป่าและพื้นที่ธรรมชาติ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การแปรรูปและจัดการผลผลิต และปัจจัยการผลิตเพื่อการค้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก มกท. ตามระบบนี้ จะสามารถใช้ตรารับรองเกษตรอินทรีย์ของ มกท. ร่วมกับตรา <strong>“IFOAM Accredited”</strong> (ต้องใช้ร่วมกันเสมอ) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออก มีหลายประเทศที่ผู้นำเข้าต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐานในระบบนี้ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์</p>
</div>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="321" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป-01-1024x321.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="02 โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป-01-1024x321.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป-01-300x94.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป-01-768x241.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป-01-1536x481.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป-01-2048x642.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/organic-certification/02-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<header class="entry-header">
<h3><strong>โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป</strong></h3>
<p>สำหรับผู้ประกอบการที่มีเป้าหมายในการส่งออกสินค้าอินทรีย์ไปยังสหภาพยุโรป โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรปของ มกท. ให้การรับรองการผลิตและผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป คือ Council Regulation (EC) No 834/2007 เมื่อ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โดยระเบียบใหม่นี้ได้เริ่มบังคับใช้จริงเมื่อ 1 กรกฎาคม 2555 นอกจากนี้กรรมาธิการเกษตรยังได้ออกระเบียบสำหรับการปฏิบัติ (implementing rules) อีก 2 ฉบับ คือ Commission Regulation (EC) No 889/2008 และ Commission Regulation (EC) No 1235/2008 ซึ่งฉบับแรกเป็นข้อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานการเพาะปลูกพืชเกษตรอินทรีย์ เลี้ยงสัตว์ และแปรรูป ส่วนระเบียบฉบับที่สองเป็นระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์จากต่างประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มกท. ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ (Article 10 of Regulation (EC) no.1235/2008) ตั้งแต่ตุลาคม 2554 โดยในระบบนี้ มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองในขอบข่ายการเพาะปลูกพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติ และการแปรรูปและจัดการผลผลิต ผู้ประกอบการที่ขอการรับรองในระบบนี้ เมื่อได้รับการรับรองแล้วจะสามารถใช้ตราเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรปบนผลผลิตได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอกสารข้อกำหนดการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระบบสหภาพยุโรปนี้ จะใช้เอกสาร “มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท.” เพราะมาตรฐาน มกท. ได้รับการประเมินและยอมรับ ว่ามีความเท่าเทียมกันกับเกณฑ์ข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรปแล้ว แทนที่จะต้องไปใช้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรปโดยตรง</p>
<h3></h3>
<h3><strong>สมาพันธรัฐสวิส</strong></h3>
<p>ผู้ที่ได้รับการรับรองผ่านโปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU Program) ยังสามารถขายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ไปยังสมาพันธรัฐสวิสได้อีกด้วย เนื่องจากรัฐบาลแห่งสมาพันธรัฐสวิสได้ออกข้อกำหนดในการผลิตเกษตรอินทรีย์ Switzerland’s Organic Farming Ordinance (SR 910.18) ในปี 2540 เพื่อกำหนดกฏเกณฑ์ในการผลิต กระจายสินค้า และการติดฉลากสินค้าอินทรีย์ โดยมี The Federal Office for Agriculture (FOAG) เป็นองค์กรตรวจสอบดูแล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โปรแกรมการรับรองระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU Program) ของ มกท.มีความเท่าเทียมกับข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น และทาง มกท.ได้รับการขึ้นทะเบียนหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ตามข้อกำหนดการผลิตเกษตรอินทรีย์ Switzerland’s Organic Farming Ordinance (SR 910.18) (Article 23a) โดยรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2555 เป็นองค์กรที่สามารถตรวจและรับรองในประเภทการผลิตพืชและ การแปรรูปและการจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว</p>
</header>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="367" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา-01-1024x367.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="03 โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา-01-1024x367.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา-01-300x108.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา-01-768x275.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา-01-1536x551.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา-01-2048x734.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/organic-certification/03-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<header class="entry-header">
<h3><strong>โปรแกรมรับรองระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา</strong></h3>
<p>มกท., มาตรฐานเกษตรอินทรีย์, ACT, Organic Standard<br />
นี่คือทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกสินค้าอินทรีย์ไปยังตลาดสองแห่งด้วยระบบการรับรองเพียงหนึ่งเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>แคนาดา</strong></h3>
<p>รัฐบาลแคนาดาเริ่มนำระบบ Canada Organic Regime (COR) ออกใช้ในปี 2552 ตามระเบียบ Organic Products Regulations, 2009 (SOR) โดยมี Canadian Food Inspection Agency (CFIA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Canada Organic Office (COO) จะทำการปรับปรุงแก้ไขคู่มือการทำงาน (COO Operating Manual) อยู่เสมอ ท่านที่สนใจสามารถขอเอกสาร COO Operating Manual  ได้ที่ มกท. ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่มิถุนายน 2552 ในระบบนี้ มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองในขอบข่ายการเพาะปลูกพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติ และการแปรรูปและจัดการผลผลิต</p>
<p>เอกสารมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดา ในขอบเขตที่ มกท. ให้การรับรองในปัจจุบัน (CAN/CGSB 32.310, CAN/CGSB 32.311)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาผลการตีความมาตรฐานแคนาดา ซึ่งเป็นผลการตัดสินอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการตีความมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (​SIC -Organic Standards Interpretation Committee)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สหรัฐอเมริกา</strong></h3>
<p>โปรแกรมการรับรองมาตรฐานสหรัฐอเมริกา หรือ The National Organic Program (NOP) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรประเทศสหรัฐอเมริกา (USDA) ได้รับการรับรองเพื่อใช้เป็นมาตรฐานกำกับดูแลการทำเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2545</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อมารัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลงทางการค้ากับหลายประเทศเพื่อส่งเสริมการค้าเกษตรอินทรีย์ การลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการรับรองความเท่าเทียมของสหรัฐฯ และแคนาดาซึ่งลงนามใน ปีพ. ศ. 2552 ถือว่ามาตรฐานสหรัฐอเมริกา (USDA-NOP) และมาตรฐานแคนาดา (COR) มีความเทียบเท่ากัน และข้อตกลงนี้ช่วยให้การแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ระหว่างสองประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องมีการรับรองเพิ่มเติม ยกเว้นข้อกำหนดเฉพาะบางประการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มกท. ไม่ได้ให้บริการในการรับรองผลิตภัณฑ์อินทรีย์ตามมาตรฐาน NOP โดยตรง อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการที่ขอรับรองในโปรแกรม US-CANADA ของ มกท. ผลิตภัณฑ์ของคุณจะได้รับการรับรองตามมาตรฐานแคนาดา (COR) คุณสามารถจัดส่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไปยังประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ภายใต้ข้อกำหนดของข้อตกลงนี้ โดยสามารถใช้ตรา COR, USDA หรืออย่างใดอย่างหนึ่งบนผลิตภัณฑ์ของคุณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เช่นเดียวกับมาตรฐานแคนาดา ประเภทการผลิตที่ มกท.ให้การรับรอง ได้แก่ การผลิตพืช การแปรรูปและการจัดการและการเก็บเกี่ยวของป่า</p>
</header>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;">ดูข้อมูลเพิ่มเติม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/biochar/">การเผาถ่านบำรุงดิน ( Biochar )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/organic-certification/">การขอรับรองเกษตรอินทรีย์ ( Organic ) กับ สำนักมาตรฐานเกษตรอินทรีย์</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 04:10:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1536</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP ) การเพาะเห็ดในปัจจุบันทำได้ยากขึ้นเนื่องจากการแปรปรวนของอากาศที่รวดเร็วในแต่ละวัน ทำให้การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสง ที่เหมาะสมสำหรับเห็ดแต่ละชนิดทำได้ลำบาก โดยส่วนใหญ่ผู้เพาะเห็ดจะต้องคอยตรวจสอบ อุณหภูมิ ความชื้น ในโรงเรือนอยู่บ่อยครั้ง...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเห็ดในปัจจุบันทำได้ยากขึ้น เนื่องจากการแปรปรวนของอากาศที่รวดเร็วในแต่ละวัน ทำให้การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และแสง ที่เหมาะสมสำหรับเห็ดแต่ละชนิดทำได้ลำบาก โดยส่วนใหญ่ผู้เพาะเห็ดจะต้องคอยตรวจสอบ อุณหภูมิ ความชื้น ในโรงเรือนอยู่บ่อยครั้ง และต้องคอยฉีดน้ำให้กับเห็ด เพื่อให้ได้อุณหภูมิและความชื้นอยู่ในช่วงที่เห็ดแต่ละชนิดต้องการ ทำให้ต้องใช้แรงงานในการดูแล และเกิดความผิดพลาดในเรื่องต่างๆ ได้ง่าย และบางเวลาไม่สามารถมาดูแลโรงเพาะเห็ดได้ ทำให้เกิดความเสียหายกับเห็ด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ระบบ Evaporative ( EVAP ) หรือ ระบบการระเหยของไอน้ำ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักการทำงานของระบบ Evaporative ( EVAP ) จะควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และสเปร์น้ำให้โรงเพาะเห็ด ผ่านระบบควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และสเปรย์น้ำให้โรงเพาะเห็ดแบบอัตโนมัติ โดยมีกล่องควบคุมจะทำหน้าที่ในการสั่งงานตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในโรงเรือน เพื่อปรับความชื้นและอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเห็ดอยู่ตลอด เพื่อให้เห็ดมีดอกที่สมบูรณ์และออกดอกในปริมาณที่มากขึ้น ระบบนี้สามารถนำไปเพาะเห็ดได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเห็ดเมืองหนาว เช่น เห็ดออเรนจิ เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดถั่งเช่า เห็ดเย็นชื้น เช่น เห็ดนางฟ้าภูฏาน เห็ดตระกูลนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดหลินจือ เห็ดร้อนชื้น เช่น เห็ดขอนขาว เห็ดฟาง เป็นต้น จะช่วยลดแรงงาน ความเสี่ยงในการที่ก้อนเห็ดจะเสียหาย รวมทั้งช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน ยืดอายุก้อนเห็ดให้เก็บได้นานขึ้น 10-25% เพราะเชื้อเห็ดจะแข็งแรง ลดการเสียของก้อนเห็ดได้ 20-30% ทำให้ได้ผลผลิตมากขึ้น 15-20% เห็ดมีคุณภาพ สด สะอาด รสอร่อย เป็นที่ต้องการของตลาดขายได้ราคาสูงขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Evap เป็นการดูดอากาศที่มีการเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศออก ซึ่งความชื้นสัมพัทธ์นั้นเกิดจากการระเหยเป็นไอของน้ำ ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนในอากาศได้ เหมือนกับเมื่อเราเอาน้ำมาป้ายที่แขนแล้วเป่าลมจะรู้สึกว่าเย็นสบาย การทำงานของโรงเรือน Evap จะให้ประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อ มีกระแสลมที่ถูกดูดออกในอัตราไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่า ของปริมาตรอากาศภายในโรงเรือนใน 1 นาที และมีความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเรือนสูงกว่าภายนอก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การสร้างโรงเรือน EVAP</strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;">ตัวโรงเรือน ควรเป็นโครงสร้างเหล็กจะดีกว่าไม้ เนื่องจากตัวโรงเรือนจะมีความชื้นตลอดเวลาทำให้ไม้ผุได้เร็ว ขนาดของโรงเรือน ควรมีความกว้างเป็นครึ่งหนึ่งของความยาว เช่น กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร เป็นต้น ส่วนความสูงโดยทั่วไปก็ประมาณ 3.5 เมตร</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ระบบคูลลิ่ง ใช้แผ่นคูลลิ่งแพด cooling pad ขนาด กว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 180 เซนติเมตร หนา 15 เซนติเมตร ทำจากกระดาษที่สามารถซับน้ำได้และไม่เปื่อยยุ่ย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> พัดลมดูดอากาศ ขนาด 36 นิ้ว หรือ 48 นิ้ว พร้อมมอเตอร์ สำหรับ36นิ้วมอร์เตอร์ครึ่งแรงม้า สำหรับ 48 นิ้วมอเตอร์ 1 แรงม้า</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถังน้ำขนาดไม่ต่ำกว่า 1,000 ลิตร พร้อมมอเตอร์ดูดน้ำ เพื่อใช้สำหรับเป็นน้ำหมุนเวียนเข้าแผงคูลลิ่งแพดตลอดเวลา เมื่อมีการเปิดใช้งานโรงเรือนระบบอีแวป และถังควรมีระบบลูกลอยเอาไว้เพื่อเติมน้ำเข้าถังโดยอัตโนมัติไว้ในกรณีที่ระดับความสูงของน้ำในถังลดลงเนื่องจากน้ำระเหยในขณะที่ปิดใช้งานระบบอีแวป</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระบบไฟส่องสว่างภายในโรงเรือน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระบบน้ำ เพื่อไว้ใช้รดน้ำในโรงเรือน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระบบควบคุมการเปิด-ปิดพัดลม และปั๊มน้ำอัตโนมัติด้วยเซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ</span></li>
</ol>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีการทำการเกษตรอัจฉริยะ ( Smart Farm ) ม.แม่โจ้</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/iot-sensor-smart-farm/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 Jun 2021 23:07:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[IOT Sensor]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Farm]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทฟาร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1431</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคโนโลยีการทำการเกษตรแบบแม่นยำ และการทำการเกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำเอาเข้าใจง่ายๆ ก็คือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นในฟาร์ม ที่มันเกี่ยวข้องกับปัจจัยการเจริญเติบโตของพืชพรรณ เราต้องตรวจวัดออกมาให้ได้ แล้วเอาค่าที่ได้พวกนั้นเอามาบริหารจัดการที่จะเติมกลับเข้าไปให้มันเกิดประสิทธิภาพที่สุด...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/iot-sensor-smart-farm/">เทคโนโลยีการทำการเกษตรอัจฉริยะ ( Smart Farm ) ม.แม่โจ้</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>เทคโนโลยีการทำการเกษตรแบบแม่นยำ และการทำการเกษตรอัจฉริยะ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เกษตรแม่นยำเอาเข้าใจง่ายๆ ก็คือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นในฟาร์ม ที่มันเกี่ยวข้องกับปัจจัยการเจริญเติบโตของพืชพรรณ เราต้องตรวจวัดออกมาให้ได้ แล้วเอาค่าที่ได้พวกนั้นเอามาบริหารจัดการที่จะเติมกลับเข้าไปให้มันเกิดประสิทธิภาพที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>คำว่าประสิทธิภาพก็คือ ใช้ปัจจัยการผลิตที่น้อยลงแต่ว่าได้คุณภาพที่ดีขึ้น</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าสมมุติว่าข้อมูลต่างๆ ที่เราได้มานั้นสามารถที่จะส่งต่อไปให้คอมพิวเตอร์หรือให้ในส่วนของประมวลผล วิเคราะห์สังเคราะห์และตัดสินใจ สั่งงานย้อนกลับมาที่ฟาร์มสั่งมาที่ระบบปั๊มน้ำ, สั่งมาที่ระบบพัดลม, สั่งมาที่ระบบผสมปุ๋ย, หรือแม้กระทั่งสั่งมาให้โดรนบินฉีดพ่นให้มันตรงจุดเฉพาะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบบนั้นเราเรียกว่าสมาร์ท เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดในฟาร์มมันต้องเริ่มจากข้อมูลก่อน การที่ได้ข้อมูลมาก็คือระบบเกษตรแม่นยำ สำหรับการนำข้อมูลออกมาและนำมาตัดสินใจในการบริหาร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ถ้าใช้ระบบอัตโนมัติในการตัดสินใจในการบริหารจัดการปัจจัยในแปลง อันนี้ถึงจะเรียกว่าเป็นสมาร์ท</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">อันแรกสำคัญที่สุดเลย ถ้าเป็นงานทางด้านพืชพรรณ ก็คือเรื่องน้ำการบริหารจัดการน้ำ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อันที่สอง จะเป็นในเรื่องของแร่ธาตุ สารอาหารต่าง ๆ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อันที่สาม จะเป็นในส่วนของโรคและแมลง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อันที่สี่ จะเป็นในส่วนของสภาพอากาศ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อันสุดท้ายก็คือ ในส่วนของปริมาณและคุณภาพผลผลิต</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราบอกว่าเราจะเริ่มทำในระบบเกษตรแม่นยำ อุปกรณ์ต่าง ๆ หรือเซนเซอร์ต่าง ๆ ที่จะตรวจวัดค่าปัจจัยต่าง ๆ ห้าปัจจัยนี้ เราจะต้องติดตั้งเข้าไปในแปลง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>นวัตกรรม IoT ( Internet of Things ) Sensor </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เช่น เรื่องน้ำ ตอนนี้จะมีระบบ IoT Sensor สำหรับการตรวจวัดค่าปริมาณความชื้นในแปลงปลูก และตัดสินใจการจ่ายน้ำแบบแม่นยำอัตโนมัติ โดยใช้สัญญาณทางวิทยุ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในเรื่องของอากาศจะมีสถานีตรวจวัดสภาพอากาศ แบบ Online และ Real time ซึ่งอากาศทางการเกษตรหลัก ๆ จะมีอุณหภูมิอากาศ ความชื้นอากาศ ความเร็วลม ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน ความเข้มแสง ชั่วโมงแสง เป็นต้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อันที่สาม ในเรื่องของปุ๋ย</span><span style="font-weight: 400;">นำหัว probe ที่เข้าไปวัดค่าแร่ธาตุอาหารในแปลงและมีอุปกรณ์ในเรื่องของการจ่ายปุ๋ยแบบอัตโนมัติ มีทั้งแบบปุ๋ยน้ำและปุ๋ยเม็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในเรื่องของ insect trap หรือกับดักแมลง ซึ่งกับดักแมลงตัวนี้จะทำงานเองอัตโนมัติโดยการล่อแมลงเข้ามาติดในกับดักและถ่ายภาพแมลงที่ติดในกับดัก ส่งขึ้นมาที่ฐานข้อมูลของเราทุกวัน เราก็จะดูว่าตอนนี้ ในแปลงของเรามีแมลงอะไรเข้ามาติดกับดัก ปริมาณประชากร มันจะระบาดไหม?</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งระบบนี้สามารถพัฒนาต่อไปเป็นตัว AI ในการยืนยันชนิดแมลงและปริมาณแมลง โดยที่ไม่ต้องใช้คนดูคอมพิวเตอร์จะยืนยัน และเตือนมาให้เราเองว่าตอนนี้มีความเสี่ยงของแมลงตัวไหนจะระบาด อย่างนี้ เป็นต้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อันสุดท้าย จะเป็นในเรื่องของปริมาณและคุณภาพผลผลิต</span>ในส่วนของระบบ Camera farm ติดตั้งกล้อง CCD camera ไว้ เพื่อให้ส่งภาพเข้ามาให้เราทุกวัน วันละสามภาพเพื่อที่จะนำภาพตัวนี้ ไปวิเคราะห์ภาพถ่ายทางดิจิตอล</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดูในเรื่องของอัตราการเจริญเติบโต ดูในเรื่องของปริมาณผลผลิต ดูในเรื่องของความผิดปกติ ซึ่งตัวนี้จะพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ AI ต่อไป</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบ IoT Sensor ต่าง ๆ  ก็จะมีในส่วนของที่เรียกว่า</span><span style="font-weight: 400;">เป็นระบบสนับสนุนการทำการเกษตร หรือใช้คำว่าระบบ Decision support system นี่ ในรูปแบบของ application บนมือถือให้เกษตรกรไปใช้ ระบบ Decision support system ตัวนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>จะมีฟังก์ชันการทำงานอยู่สามแบบ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">แบบแรกก็คือ ในเรื่องของการพยากรณ์วันเก็บเกี่ยว พยากรณ์ผลผลิตล่วงหน้า พยากรณ์วันฉีดพ่น หรือแม้กระทั่งพยากรณ์ในส่วนของการระบาดของโรคและแมลง เป็นต้น พอพยากรณ์เสร็จจะมีการเตือนเข้ามาในมือถือเกษตรกรว่าคาดว่าแปลงของคุณจะมีการระบาดของแมลงชนิดนี้ ควรจะฉีดพ่นด้วยสารตัวไหน? ในอัตราส่วนเท่าไหร่? ฉีดพ่นด้วยวิธีไหน? </span><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นก็มีในเรื่องของการให้คำแนะนำ ถ้าคุณต้องการฉีดพ่นสารตัวนี้ </span>คุณมีบริษัทโดรน หรือมีโดรนหรือยัง? คุณต้องการอยากได้โดรนไหม? เดี๋ยวระบบจะติดต่อโดรนให้ อย่างนี้เป็นต้น</li>
<li><span style="font-weight: 400;">นี่เป็นส่วนของ Application สนับสนุนการทำเกษตร รวมถึงในเรื่องของการจดบันทึกบัญชีฟาร์มด้วยอีกอันหนึ่งจะเป็นในเรื่องของการ tracking </span>หรือการเก็บข้อมูลกระบวนการผลิตในแปลง</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งตอนนี้มีการใช้เทคโนโลยีที่ง่าย เรียกว่า NFC Tag มี Application บนมือถือให้ ใช้ในการสแกน tag แล้วเชื่อมต่อเข้าฐานข้อมูล ในการบันทึกข้อมูลกระบวนการผลิตต่าง ๆ ซึ่งตัวนี้มันจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคเวลาผู้บริโภคมาซื้อสินค้าของเรา แล้วสามารถที่จะตรวจสอบย้อนกลับมาได้ว่าผลผลิตที่เขากำลังจะซื้อนี่</span>เกษตรกรปลูกที่ไหน? เกษตรกรเป็นใคร? กระบวนการเพาะปลูก? ปลูกด้วยวิธีไหน? ใช้ปุ๋ย ใช้สารเคมีตัวไหน?</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งตัวนี้จะเป็นการเตรียมระบบสำหรับการเอาไปต่อยอด เป็นระบบ Traceability หรือระบบตรวจสอบย้อนกลับทางการเกษตรได้</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เนื้อหาทั้งหมดมันจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ และ solution </span><span style="font-weight: 400;">ที่เอามาประกอบเป็น Platform ในเรื่องของการทำเกษตรสมัยใหม่</span><span style="font-weight: 400;">โดยใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ และสมาร์ทฟาร์ม</span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="782" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-soil_moisture-01-1024x782.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 soil_moisture-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-soil_moisture-01-1024x782.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-soil_moisture-01-300x229.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-soil_moisture-01-768x586.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-soil_moisture-01-1536x1173.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-soil_moisture-01-2048x1564.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/iot-sensor-smart-farm/01-soil_moisture-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>ระบบ IoT Sensor สำหรับความชื้นในดิน</strong></h3>
<ul>
<li>ส่วนประกอบของระบบ IoT ตรวจวัดค่าปริมาณความชื้นในดินและก็ตัดสินใจจ่ายน้ำแบบแม่นยำอัตโนมัติ ระบบนี้อกแบบมาเพื่อที่จะช่วยเกษตรกรให้ลดภาระในเรื่องของการทำงานในฟาร์มในเรื่องของการจ่ายน้ำ อันนี้อันแรก</li>
<li>อันที่สองช่วยให้เกษตรกร บริการจัดการ การควบคุมปริมาณความชื้นในแปลงได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกษตรกรสามารถจะใช้น้ำได้น้อยลงแล้วในรูปแบบของการให้น้ำในกรณีที่เป็นพืชไร่หรือพืชสวนตอนนี้ ถ้ามีตัวเซนเซอร์ตัวนี้ เราสามารถจะปล่อยน้ำไปตามร่องคู โดยที่น้ำก็จะไหลไปตามร่องคูจนไปถึงจุดสุดท้ายที่เรานำหัวโพรบ ( Probe ) ไปติดตั้งไว้ถ้าความชื้นถึงจุดที่กำหนดมันก็จะสั่งให้ปั๊มน้ำหยุดจ่ายน้ำเอง</li>
<li>ถ้าทำระบบนี้ได้ ค่าปริมาณไฟฟ้าจะลดลงได้ถึง 60% ในการให้น้ำแต่ละครั้งและในส่วนของปริมาณคุณภาพของผลผลิตจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากว่าพืชต้องการใช้น้ำเมื่อไหร่ในดินมีความชื้นให้ใช้ตลอดเวลาอันนี้เป็นประโยชน์ข้อที่ 2</li>
<li>ประโยชน์ข้อที่ 3 จะเป็นในเรื่องของการบันทึกข้อมูลการใช้น้ำ ในแต่ละครอปของพืชแต่ละชนิดตัวนี้จะส่งข้อมูลการจ่ายน้ำขึ้นไปเก็บที่ฐานข้อมูล จะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิชาการที่ต้องการข้อมูลพวกนี้นำไปวิเคราะห์ในเรื่องของการบริหารจัดการปริมาณการให้น้ำของพืชแต่ละชนิดใน 1 ครอป ที่สำคัญก็คือว่าสำหรับเกษตรกรมือใหม่หรือเกษตรกรที่เป็นผู้สูงอายุ ที่ยังมีความสนใจอยากทำเกษตรอยู่มันจะช่วยอำนวยความสะดวก และทำให้งานเกษตรสะดวกสบายมากขึ้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>อุปกรณ์ตัวนี้ ถ้าอยากให้มันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ หนึ่งชุดน่าจะใช้ในพื้นที่ 1 ไร่ แต่ในกรณีที่เกษตรกรต้องการขยายพื้นที่ออกไป โดยใช้เซนเซอร์ชุดเดียวอยู่ก็ได้เหมือนกัน แต่พืชควรจะเป็นพืชชนิดเดียวกันลักษณะดินควรจะเป็นลักษณะดินเดียวกันและที่สำคัญคือวิธีการให้น้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ถ้าเราให้น้ำแบบร่องคูตัวนี้ไม่มีปัญหาเพราะว่ามันไม่ต้องใช้แรงดันปั๊มที่เยอะ</li>
<li>ถ้าเราใช้ระบบการให้น้ำแบบสปริงเกลอร์หรือแบบน้ำหยดต้องคำนึงถึงขนาดของปั๊มน้ำด้วยว่าปั๊มน้ำที่เราใช้ตอนนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดกี่ไร่</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-smart-farming-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="03 smart-farming-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-smart-farming-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-smart-farming-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-smart-farming-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-smart-farming-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-smart-farming-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/iot-sensor-smart-farm/03-smart-farming-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>ส่วนประกอบของระบบให้น้ำแบบแม่นยำอัจฉริยะ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เซนเซอร์โหนด ( Sensor Node ) ซึ่งจะประกอบไปด้วย หัวโพรบ ( Probe ) </span>และตัวของเซนเซอร์จะมีตัวประมวลผล คือ SPS266 ตรงนี้จะเป็นตัวประมวลผลและส่งสัญญาณ wifi ให้เราตั้งค่าความชื้นต่ำสุด สูงสุด</li>
<li><span style="font-weight: 400;">จะสื่อสารผ่านระบบลอร่าแลน ( Long Range Low Power Wireless Platform; LoRa ) ตัวนี้ ใช้คลื่น 868.0 ให้พลังงานโดยตัวถ่านลิเธียมไอออน ( Lithium ion ) และก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ ผ่านโซลาร์เซลล์ ( Solar Cell ) ได้ด้วย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ต่อจากเซนเซอร์โหนดจะเป็นวาล์วโหนด รับสัญญาณจากเซนเซอร์โหนดด้วยสัญญาณลอร่าแลน ( LoRa ) ตัวนี้ ให้พลังงานโดยถ่านลิเธียมไอออนเช่นกัน และก็ชาร์จพลังงานด้วยแผงโซลาร์เซลล์ตัวนี้จะรับสัญญาณจากตัวของเซนเซอร์ และสั่งการให้วอเตอร์วาล์ว ( Water Valve ) เป็นตัวสั่งเปิดปิดน้ำเข้าสู่ฟาร์ม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ระบบการให้น้ำแบบโซลาร์ปั๊มนั้น จะประกอบไปด้วย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">แผงโซลาร์เซลล์ขนาด 330 วัตต์ จำนวน 6 แผง ให้ไฟกระแสตรงไปยังอินเวอร์เตอร์ ( inverter )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อินเวอร์เตอร์แปลงกระแสไฟเป็นกระแสสลับเข้าสู่ปั๊มน้ำขนาดปั๊ม 3.5 แรงม้า</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จากนั้นปั๊มน้ำจะดูดน้ำจากบ่อขึ้นมาแล้วจ่ายไปสู่แปลงเกษตรของเรา</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเป็นการผสมปุ๋ยโดยใช้แม่ปุ๋ยหลัก NPK ในการผสมแต่ละสูตรตามโปรแกรมที่เราตั้งไว้ โดยการผสมนั้นจะเป็นการผสมโดยการปล่อยปุ๋ยอย่างอิสระเข้าไปที่ถังผสมปุ๋ย และมีการผสมน้ำให้เข้ากันเสร็จแล้ว</span><span style="font-weight: 400;">ปล่อยน้ำเข้าไปในแปลงเกษตรที่มีการผสมปุ๋ยแล้วเรียบร้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สถานีตรวจวัดสภาพอากาศหรือ Weather Station</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จะทำหน้าที่ในการวัดปัจจัยหลักในแปลงไม่ว่าจะเป็นความชื้น ความเร็วลม ทิศทางลม ความเข้มแสง ปริมาณน้ำฝน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้</span><span style="font-weight: 400;">จะเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ปัจจัยในการผลิต และประมวลผลเพื่อคาดคะเน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อพยากรณ์ผลผลิตที่จะได้ในฤดูกาลนั้น ๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ซึ่งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ Weather Station ตัวนี้</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จะมีกล้องอยู่สองอย่าง กล้องตัวแรกจะเป็นกล้องในการประเมินการเจริญเติบโตของพืช ส่วนกล้องตัวที่สองจะเป็นกล้อง insect plant ถ่ายรูปแมลงทุกชนิดที่เข้ามาในแปลงของเราโดยหลักการทำงานนั้นในตอนกลางคืน</span><span style="font-weight: 400;">ตัวกล้องจะเปิดไฟ black light พอเปิดไฟ black light เสร็จแล้ว </span><span style="font-weight: 400;">จะมีแมลงเข้ามาตอม พอมีแมลงเข้ามาตอม พัดลมในกล้องจะเปิดการทำงานเองอัตโนมัติและเป่าไปสู่ตัวของแมลงและแมลงจะติดอยู่ในกับดักแล้วกล้องก็จะถ่ายส่งเข้ามาให้แก่ฐานข้อมูล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งข้อมูลที่เราได้มาจะเป็นข้อมูลในการช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแมลงระบาดในแปลงของเราทั้งหมด</span></p>
<h3></h3>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="896" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-smart-farming-01-1024x896.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="04 smart-farming-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-smart-farming-01-1024x896.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-smart-farming-01-300x263.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-smart-farming-01-768x672.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-smart-farming-01-1536x1344.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-smart-farming-01-2048x1792.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/iot-sensor-smart-farm/04-smart-farming-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>ระบบบันทึกกระบวนการเพาะปลูกแบบแม่นยำด้วยเทคโนโลยี NFC</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">NFC tag เป็นชิปอิเล็กทรอนิกส์ </span><span style="font-weight: 400;">มาแทนระบบ RFID ( Radio Frequency Identification ) ซึ่งมันเป็นระบบที่ใช้ในเรื่องของการยืนยัน หรือในการระบุชนิดของอุปกรณ์นั้น ๆ </span><span style="font-weight: 400;">ภาษาอังกฤษ NFC คือ Near-field Communication</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ข้อดีของ NFC tag ก็คือ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ตัวมันเองมีขนาดเล็ก ไม่ต้องมีแบตเตอรี่ในตัว </span></li>
<li>เพราะฉะนั้นสามารถติดตั้งไว้ในส่วนของอุปกรณ์ในแปลงเพาะปลูกได้ง่าย</li>
<li>และตัวมันเองสามารถที่จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน โดยผ่าน Application มือถือได้แทบทุกยี่ห้อ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นการนำ NFC tag มาใช้งานในภาคการเกษตรจะมีความสะดวกสบายมากกว่าการใช้ RFID โดยที่ตัว NFC ตอนนี้เอามาใช้ในเรื่องของการเก็บข้อมูลกระบวนการเพาะปลูกในแปลง เช่น แปลงนี้มีกระบวนการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ แบบปลอดภัย </span><span style="font-weight: 400;">ใช้ปุ๋ยสูตรไหน เมื่อไหร่ วันที่เท่าไหร่?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการต่างๆ จะมีการบันทึกในเรื่องของวันและเวลา ที่เราทำรายการข้อมูล มีในเรื่องของการบันทึกรูปภาพ มีในเรื่องของการบันทึกรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำโดย NFC ตัวนี้ มันจะส่งข้อมูลขึ้นไปยังฐานข้อมูลที่เราทำไว้โดยข้อมูลที่มันส่งขึ้นอัตโนมัติเลยก็คือข้อมูลของเกษตรกรเจ้าของ tag </span><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลพิกัดแปลงที่เราทำรายการ ณ เวลานั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นข้อมูลต่าง ๆ ที่เราทำในกระบวนการ NFC tag ตัวนี้จะเป็นข้อมูลจริง Real Time ที่เราบันทึกกิจกรรมในแปลงข้อมูลทั้งหมดพวกนี้ เราบันทึกตั้งแต่วันแรก จนถึงวันสุดท้ายที่เก็บเกี่ยวเกษตรกรจะได้รับ QR code ที่อยู่ของฐานข้อมูลตัวนี้ เพื่อที่จะเอามาแปะไว้ในสินค้าตัวเอง หลังจากที่นำออกไปขายในท้องตลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ผู้บริโภคที่มาซื้อผลผลิตตัวนี้ เขาจะเปิด Application สแกน QR code</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แล้วข้อมูลต่าง ๆ ที่เก็บไว้ที่ฐานข้อมูลจะถูกสรุป แสดงผลออกมาในหน้าจอสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคเริ่มตั้งแต่รายชื่อเกษตรกรพิกัดแปลงที่ปลูก กระบวนการในเรื่องของปุ๋ย เรื่องของการอารักขาต่าง ๆ จะถูกแสดงผลออกมาใน</span><span style="font-weight: 400;">หน้าจอสมาร์ทโฟนของผู้บริโภค</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบนี้จะทำให้สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการซื้อผลิตภัณฑ์วัตถุดิบทางการเกษตรตรงนั้นเอาไปบริโภค ซึ่งเกษตรกรจะได้รับก็คือในส่วนของมูลค่าการขายที่เพิ่มขึ้นคือตัวสินค้ามีข้อมูลติดไปตัวผู้บริโภคเองได้รับความเชื่อมั่น ความมั่นใจ ตัวนี้ก็จะเป็นอีกระบบหนึ่งที่เราเอามาใช้ในเรื่องของการยกระดับการเกษตร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การใช้งาน NFC tag</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เกษตรกรต้องการใช้งานจะต้องแจ้งมาทางหน่วยวิจัย Smart Farm และ Solution ทางการเกษตรเพื่อที่เราจะขึ้นทะเบียนตัวชิป NFC ให้ก่อน ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ฟาร์มเกษตรกรปลูกพืชผักสวนครัวอยู่ทั้งหมด 5 ชนิด </span><span style="font-weight: 400;">ต้องการใช้ tag อยู่ 5 tags ต้องแจ้งเรามา เราก็จะกำหนดชื่อ tag ซึ่งตรงตามฐานข้อมูลไว้ หลังจากนั้นเราจะส่ง tag ตัวนี้ไปให้เกษตรกร เกษตรกรเอา tag ตัวนี้ไปติดกับป้าย หรือติดกับวัตถุไหนก็ได้ที่สามารถที่จะเอาไปปักในแปลงได้</span><span style="font-weight: 400;">เอาไปไว้ในแปลง หลังจากนั้นเราก็จะให้ดาวน์โหลด Application </span><span style="font-weight: 400;">ในการบันทึกข้อมูลพอเกษตรกรดาวน์โหลด Application ลงในสมาร์ทโฟนตัวเองแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการใช้งานก็ง่ายนิดเดียว</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เราจะปลูก เราก็แค่เปิดแอป ( Application ) ตัวนี้ขึ้นมาแอปมันจะถามหา tag เราก็เอามือถือเราไปสแกน tag </span><span style="font-weight: 400;">เลือกกิจกรรม </span><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เราดีไซน์ไว้ทั้งหมดอยู่ 6 กิจกรรม </span><span style="font-weight: 400;">ก็คือ </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมการปลูก</span></li>
<li>กิจกรรมการกำจัดวัชพืช</li>
<li>กิจกรรมการให้ปุ๋ย</li>
<li>กิจกรรมการให้ฮอร์โมน</li>
<li>กิจกรรมในเรื่องของการอารักขา</li>
<li>แล้วก็กิจกรรมการเก็บเกี่ยว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้น เราก็ไปเลือกในส่วนของกิจกรรมต่าง ๆ ระบบมันก็จะให้เราใส่ข้อมูลเข้าไป เช่น ให้ถ่ายรูปมาสิว่าตอนนี้ กิจกรรมการเพาะปลูกของเรา เราทำอย่างไรบ้าง? มีให้เขียนคำบรรยายว่าตอนนี้เราปลูกอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่น เราบอกว่าวันนี้จะปลูกผักตระกูลผักสลัดสามชนิด  อันนี้คือแปลงแรก เมล็ดพันธุ์ได้มาจากไหน?</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้น เราจะปลูกพืชผักสวนครัวอีกสองชนิดก็ถ่ายรูปส่งเข้าไป แล้วก็เขียนคำบรรยายไปหลังจากนั้นก็กดเก็บข้อมูลข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพิกัดแปลงที่เราทำรายการอยู่ตรงนั้น ตัวรหัสของ NFC tag แล้วก็ข้อมูลภาพถ่าย ข้อมูลตัวหนังสือต่าง ๆ ที่เราทำ จะถูกส่งขึ้นไปเก็บบนฐานข้อมูล ในหมวดของกระบวนการผลิตในการปลูก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นอีก 5 วัน เรามาในแปลงเรา เราจะมากำจัดวัชพืช ถ้าในกรณีที่เป็นระบบเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ เราบอกว่าเราใช้ชีวภัณฑ์ก็ถ่ายรูปชีวภัณฑ์ เขียนรายละเอียดของชีวภัณฑ์ตัวนั้นหรือเราบอกว่า เราใช้แรงงานคนในการกำจัดวัชพืช หรือใช้เครื่องจักรตัวไหนในการกำจัดวัชพืช ก็ถ่ายรูปเขียนรายละเอียด แล้วก็บันทึกเข้าไปเก็บในขั้นตอนการกำจัดวัชพืช ตัวนี้ก็จะเก็บข้อมูลไว้ ทำแบบนี้ให้ครบทุกขั้นตอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนสุดท้ายแล้วเก็บเกี่ยววันที่เก็บเกี่ยว ระบบก็จะบันทึกไว้ปริมาณผลผลิตที่ออกจากฟาร์มคุณภาพก็จะถูกบันทึกไว้ หลังจากนั้น ในส่วนของแอดมิน ( Administrator ) ของระบบก็จะส่งไฟล์ QR code กลับมาให้เกษตรกร </span><span style="font-weight: 400;">เกษตรกรก็พิมพ์ ( Print ) เอา QR code ตัวนี้ไปติดที่หน้าซองผักถุงผักของตัวเองแล้วก็ส่งขายที่ร้านค้า ตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต คนที่มาซื้อเขาก็จะเอามือถือมาสแกน QR code ตัวนี้ก็จะได้หน้าสรุปกระบวนการผลิตทั้งหมดออกมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะฉะนั้นเทคโนโลยี NFC tag สำหรับบันทึกกระบวนการเพาะปลูกทางการเกษตร ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นประโยชน์สำหรับเกษตรกรเองก็คือ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นสร้างมูลค่าให้กับตัวผลผลิต ทำให้ตัวผลผลิตของเรามีความแตกต่างจากผลผลิตชนิดเดียวกันในท้องตลาดในส่วนของผู้บริโภคเอง ก็จะได้รับในส่วนของความเชื่อมั่นได้รับในส่วนของข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปหาต้นตอของตัวสินค้าที่เราต้องการจะซื้อไปรับประทานได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ผศ.ดร.โชติพงศ์ กาญจนประโชติ สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;">ดูข้อมูลเพิ่มเติม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/iot-sensor-smart-farm/">เทคโนโลยีการทำการเกษตรอัจฉริยะ ( Smart Farm ) ม.แม่โจ้</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
