<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เห็ด Archives - วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</title>
	<atom:link href="https://farm.vayo.co.th/blog/category/self-sufficiency/mushrooms/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://farm.vayo.co.th/blog/category/self-sufficiency/mushrooms/</link>
	<description>Natural agriculture and holistic health center</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Jan 2024 03:22:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	
	<item>
		<title>วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 04:36:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1755</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเพาะเห็ดหูหนู เห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วโลกมานานแล้ว โดยเฉพาะประเทศทางทวีปเอเชีย เช่นไทยจีนญี่ปุ่นเกาหลีไต้หัวน เวียตนามฟิลิปปินส์ พม่าและมาเลเซีย   เป็นต้น   ลักษณะดอกเห็ดหูหนู การเพาะเห็ดหูหนูมีกรรมวิธีการผลิตที่สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนใหญ่ ๆ ได้ดังนี้...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การเพาะเห็ดหูหนู</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วโลกมานานแล้ว โดยเฉพาะ</span><span style="font-weight: 400;">ประเทศทางทวีปเอเชีย เช่น ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน เวียตนาม </span><span style="font-weight: 400;">ฟิลิปปินส์ พม่า และ มาเลเซีย เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ลักษณะดอกเห็ดหูหนู</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเห็ดหูหนูมีกรรมวิธีการผลิตที่สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนใหญ่ ๆ ได้ดังนี้</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">การแยกเชื้อบริสุทธิ์จากดอกเห็ดหูหนู</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การทำหัวเชื้อเห็ด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การทำเชื้อ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การเพาะเห็ดหูหนู</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การทำให้ออกดอก</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การแยกเชื้อบริสุทธิ์สามารถทำได้ 2 วิธี คือ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">การแยกเชื้อเห็ดบริสุทธิ์จากเนื้อเยื่อ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การแยกเชื้อเห็ดจากสปอร์โดยการแยกเชื้อเห็ดวิธีแรกจะนิยมใช้กันมากกว่าวิธีที่สอง</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเพาะเห็ดหูหนู</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">การแยกเชื้อเห็ดบริสุทธิ์จากเนื้อเยื่อ เป็นวิธีการที่นิยมกันมากที่สุด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพราะผลที่ได้ตรงตามพันธุ์  ทำได้โดยใช้กรรไกรหรือมีดโกนชุบแอลกอฮอล์ ตัดขอบดอกเห็ดโดยรอบ แล้วลอกดอกเห็ดออกเป็น 2 ชั้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อย่าให้ส่วนภายในที่ลอกออกมาใหม่ๆ สัมผัสกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จากนั้นลนเข็มเขี่ยให้ร้อนแดงเพื่อฆ่าเชื้อ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">วิธีลนเข็มเขี่ยควรลนใน</span>ลักษณะตั้งตรง เพราะสามารถรับเปลวไฟได้มากที่สุด</li>
<li>การจับให้จับตรงโคนคล้ายจับปากกา เมื่อลนเข็มเขี่ยแล้วปล่อยทิ้งไว้จนเย็นพอประมาณอย่าแกว่งหรือไปสัมผัสกับสิ่งใด</li>
<li>ต่อมาจึงใช้เข็มเขี่ยขูดเอาเนื้อเยื่อส่วนในออกมาเล็กน้อย</li>
<li>จากนั้นเปลี่ยนมือจากดอกเห็ดมาเป็นขวดอาหารวุ้น พี.ดี.เอ.แทน พยายามให้ก้นขวดอยู่ในอุ้งมือใช้นิ้วก้อยของมือที่จับเข็มเขี่ยจับจุกสำลีหมุนและดึงออก</li>
<li>ขณะถอดจุกสำลีให้ลนไฟบริเวณคอขวดไว้ตลอดเวลา สอดเนื้อเยื่อที่ตัดไว้เข้าไปวางในจุดใดจุดหนึ่งบนอาหารวุ้นรีบปิดจุกสำลีทันที</li>
<li>วิธีการที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะต้องปฏิบัติในตู้เขี่ยเชื้อโดยเทคนิคปราศจากเชื้ออื่นๆ ปน</li>
<li>หลังจากทำการเขี่ยเนื้อเยื่อลงในอาหารวุ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว</li>
<li>ให้นำไปบ่มไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิสม่ำเสมอ ปกติอยู่ระหว่าง 22 &#8211; 26 องศาเซลเซียส ห้องบ่มควรเป็นห้องมืดเพราะเส้นใยเห็ดหูหนูขณะเจริญเติบโตไม่ต้องการแสง</li>
<li>เมื่อบ่มเชื้อได้ประมาณ 2 &#8211; 3 วัน จะเริ่มมีเส้นใยสีขาวฟูๆ ออกจากเนื้อเยื่อที่ตัดวางไว้ ( ถ้าเกิดบริเวณอื่น แสดงว่าไม่ใช้เชื้อเห็ดหูหนู )</li>
<li>ปล่อยให้เชื้อเห็ดเจริญไปประมาณ 5 &#8211; 8 วัน จึงใช้เข็มเขี่ยตัดเอาส่วนปลายของเส้นใยเห็ดพร้อมอาหารวุ้นไปใส่ลงในอาหารวุ้นขวดใหม่ เพื่อจะให้ได้เชื้อเห็ดที่บริสุทธิ์จริง</li>
<li>ในการแยกเชื้อครั้งต่อไป ไม่จำเป็นต้องแยกจากดอกเห็ดอีก</li>
<li>แต่จะทำการตัดเอาเส้นใยพร้อมอาหารวุ้นภายในขวดประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร ใส่ลงในอาหารวุ้นขวดใหญ่</li>
<li>ในการต่อเชื้อไม่ควรเกิน 4 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มแยกจากดอก</li>
<li>ทั้งนี้เพราะเชื้อเห็ดหูหนูเสื่อมง่ายกว่าเห็ดฟาง คือระยะเวลาที่จะออกดอก และช่วงเวลาในการให้ดอกช้าลง พร้อมทั้งให้ผลผลิตต่ำลงด้วย</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong> การคัดเลือกดอกเห็ดที่จะนำมาทำพันธุ์  </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ควรเลือกสายพันธุ์ที่ให้</span><span style="font-weight: 400;">ผลผลิตสูง ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพบรรยากาศเช่นใด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ควรเป็นดอกเห็ดที่ใหญ่</span>แข็งแรง มีขนสั้นสีน้ำตาล สีดอกสดสวย ไม่มีก้านดอกและเป็นที่นิยมของตลาด</li>
<li>เลือกดอกเห็ดที่มีสีเข้ม เป็นมันเงาและน้ำหนักดี ดอกเห็ดควรเก็บในเวลาเช้า</li>
<li>ห้ามรดน้ำและควรเก็บมาแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การทำหัวเชื้อเห็ด </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">มีจุดประสงค์เพื่อตัดปัญหาการปฏิบัติอันยุ่งยาก</span>ในการถ่ายเชื้อบริสุทธิ์ที่เลี้ยงไว้บนอาหารวุ้นไปยังวัสดุที่ทำเชื้อเห็ด</li>
<li><span style="font-weight: 400;">การทำเชื้อเห็ด โดยใช้หัวเชื้อทำได้รวดเร็วกว่าใช้เชื้อบริสุทธิ์จาก</span>อาหารวุ้น วัสดุที่ใช้ทำหัวเชื้อที่นิยมกันมากที่สุด คือข้าวฟ่างชนิดเมล็ดขาวจะให้ผลดีที่สุด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีทำ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยนำเมล็ดข้าวฟ่างมาแช่น้ำ 1 คืน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">น้ำควรเปลี่ยน 2 &#8211; 3 ครั้ง </span>เพื่อป้องกัน มิให้บูดเน่า</li>
<li>ในตอนเช้าให้ล้างเมล็ด ข้าวฟ่างที่เตรียมไว้อีกครั้งให้สะอาดเก็บเมล็ดเสียและลีบออกทิ้ง</li>
<li>นำไปต้มให้เมล็ดข้าวฟ่างนุ่ม ระวังอย่าให้เมล็ดข้าวฟ่างแตก <span style="font-weight: 400;">เทเมล็ดข้าวฟ่างลงในผ้าขาวบาง เกลี่ยบาง ๆ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อาจใช้ขี้เลื่อยที่มี</span>ความชื้นประมาณร้อยละ 60 ใส่ลงไปผสมด้วยประมาณร้อยละ 20</li>
<li>และเติมหินปูนประมาณร้อยละ 0.2 ทั้งนี้เพื่อให้เส้นใยเห็ดคุ้นเคยกับขี้เลื่อย หรือจะใช้เมล็ดข้าวฟ่างเพียงอย่างเดียวก็ได้</li>
<li>หลังจากผึ่งทิ้งไว้จนเย็นพอจับได้</li>
<li>นำมากรอกใส่ขวดที่สะอาด เช่น ขวดแบน ขวดโซดา กรอกใส่ขวดประมาณครึ่งขวดหรือ 2 ใน 3 ของขวด เช็ดปากขวดให้สะอาดอุดจุกสำลี หุ้มสำลีด้วยกระดาษรัดยางอีกชั้นหนึ่ง</li>
<li>นำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งความดันที่ความดันไอน้ำ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ประมาณ 15 &#8211; 20 นาที</li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อนึ่งเสร็จแล้วทิ้งให้เย็น </span><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่จะเขี่ยเชื้อเห็ดลงไป ต้องเขย่าขวด</span>จนเมล็ดข้าวฟ่างกระจาย เพื่อให้ความชื้นกระจายไปทั่ว ๆ ทั้งขวด และป้องกันก้นขวดแฉะ อันจะทำให้เชื้อเห็ดไม่สามารถเดินถึงก้นขวดได้</li>
<li>หลังจากนั้นให้เขี่ยเชื้อเห็ดบริสุทธิ์จากอาหารวุ้นใส่ลงขวด โดยเทคนิคปราศจากเชื้ออื่นปน</li>
<li>เชื้อเห็ดจะเจริญจนเต็มขวดและใช้เป็นหัวเชื้อได้ภายในเวลาประมาณ 10 &#8211; 20 วัน</li>
<li>ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 15 วัน เพราะเส้นใยจะจับกันแน่น ยากแก่การเขี่ยเชื้อ</li>
<li><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การเขย่าขวดเพื่อให้เมล็ดข้าวฟ่างกระจายออกจากกัน </span><span style="font-weight: 400;">อาจทำหลังจากที่เพาะเชื้อลงในขวดข้าวฟ่างก็ได้ </span><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่เชื้อเริ่ม</span>เจริญเติบโตขึ้นเล็กน้อย และการเขย่าขวดในระยะนี้จะทำให้เส้นใยกระจายไปทั่วและเจริญอย่างรวดเร็ว</li>
<li>การทำเชื้อโดยทั่วๆ ไป การเพาะเห็ดหูหนูในท่อนไม้จะให้ผลผลิตสูง เชื้อเห็ดที่ใส่ลงในท่อนไม้ไม่นิยมใช้หัวเชื้อ ทั้งนี้เพราะอาหารบนหัวเชื้อดีกว่าในไม้ เส้นใยเห็ดจะไม่ยอมเดินลงไม้ ดังนั้น เชื้อเห็ดหูหนูควรทำมาจากขี้เลื่อยหรือขุยมะพร้าว เพราะว่าวัสดุเหล่านี้มีธาตุอาหารใกล้เคียงกับท่อนไม้ที่ใช้เพาะ โดยการนำขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อน</li>
<li>ถ้าเป็นขี้เลื่อยไม้เนื้อแข็งต้องผ่านการหมักเสียก่อน และต้องมาผสมกับธาตุอาหารต่างๆ ที่เห็ดต้องการ</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นเชื้อเห็ดที่จะนำไปเพาะในท่อนไม้ ไม่ควรเติมธาตุอาหารลง</span>ไปมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีเกลือควรงด เพราะจะทำให้เส้นใยรวมตัวกันเป็นดอกก่อนที่จะเจริญเข้าไปในเนื้อไม้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเพาะเห็ดหูหนู</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">สูตรอาหารที่แนะนำให้ใช้โดยทั่วไปจะประกอบด้วย </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ขี้เลื่อยไม้ยางพาราแห้ง </span>100 กิโลกรัม</li>
<li>รำละเอียด 3 &#8211; 5 กิโลกรัม</li>
<li>ข้าวโพดป่น 3 &#8211; 5 กิโลกรัม</li>
<li>แป้งข้าวสำลี หรือน้ำตาลทราย 1 &#8211; 2 กิโลกรัม</li>
<li>และหินปูน 0.5 &#8211; 1 กิโลกรัม ( ไม่ใส่ก็ได้ )</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีทำ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ผสมขี้เลื่อยรำละเอียด ข้าวโพดป่น แป้งข้าวสาลีหรือน้ำตาลทราย</span>และหินปูนให้เข้ากัน</li>
<li>ใส่น้ำลงไปทีละน้อย คลุกจนเปียกพอดีโดยลองกำดู</li>
<li>ถ้ามีความรู้สึกว่าชื้นที่มือเมื่อแบมือออกขี้เลื่อยจับกันเป็นก้อนแสดงว่าใช้ได้แล้ว</li>
<li>แต่เมื่อบีบดูแล้วน้ำไหลออกจากง่ามน้ำมือมาก ๆ แสดงว่าเปียกเกินไป</li>
<li>ถ้ากำดูแล้วไม่มีน้ำซึมออกมาเลย และเวลาแบมือออกขี้เลื่อยจะหลุดเป็นผงแสดงว่าแห้งเกินไปให้ค่อย ๆ เติมน้ำอีก และทดสอบจนได้ความชื้น</li>
<li>เมื่อผสมคลุกเคล้าธาตุอาหารให้เข้ากันแล้ว นำมาบรรจุใน<span style="font-weight: 400;">ถุงพลาสติกทนร้อนที่ใช้เพาะเห็ด</span>ก่อนบรรจุขี้เลื่อย ควรพับก้นถุงให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมก่อน</li>
<li>แล้วจึงบรรจุขี้เลื่อยผสมลงไปประมาณ 1 กิโลกรัม</li>
<li>บรรจุให้แน่นพอประมาณพยายามใส่ขี้เลื่อยผสมให้ทับทั้งสี่มุม เพื่อให้ถุงคงรูปอยู่เวลาตั้งจะได้ไม่ล้ม</li>
<li>เมื่อบรรจุจนเกือบถึงบริเวณที่จะใส่คอขวดพลาสติกควรอัดให้แน่น</li>
<li>แล้วจึงสวมคอขวดพร้อมกับดึงถุงพลาสติกพับกลับทับคอขวดรัดยางให้แน่น อุดด้วยสำลีหุ้มด้วยกระดาษและฝาครอบคอขวดหรือปิดด้วยจุกประหยัดสำลี</li>
<li>เสร็จแล้วนำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งสำหรับนึ่งถุงขี้เลื่อยที่อุณหภูมิ 95 &#8211; 100 องศาเซลเซียส นาน 3 &#8211; 4 ชั่งโมง</li>
<li>เมื่อครบเวลารอให้อุณหภูมิลดลง 80 &#8211; 85 องศาเซลเซียส แล้วจึงเปิดฝาหม้อนึ่งความดัน</li>
<li>นำถุงขี้เลื่อยที่นึ่งออกมา ทิ้งไว้ให้เย็นเป็นปกติแล้วนำเข้าห้องปลูกเชื้อต่อไป</li>
<li>ต่อมานำหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่างที่เตรียมไว้เขย่าให้เมล็ดข้าวฟ่างร่วน</li>
<li>และลนปากขวดหัวเชื้อเห็ดด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์</li>
<li>เทเมล็ดหัวเชื้อประมาณ 10 &#8211; 15 เมล็ด ใส่ในถุงขี้เลื่อยที่เตรียมไว้</li>
<li>หลังจากใส่เชื้อแล้วนำไปเข้าห้องบ่มเชื้อ</li>
<li>ที่อุณหภูมิธรรมดาและมีอากาศถ่ายเทสะดวก เส้นใยเห็ดจะเจริญเต็มถุงขี้เลื่อยใช้เวลา 25 &#8211; 30 วัน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การทำให้ออกดอก</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">จะเห็นว่าการเปิดดอกเห็ดหูหนูจะแตกต่างจาก</span>เห็ดอื่น ๆ เห็ดหูหนูจะให้ดอกเห็ดออกด้านข้างถุงโดยรอบ</li>
<li>เมื่อเส้นใยเห็ดเจริญเต็มถุง ให้ดึงคอขวดออกแล้วปิดปากถุง</li>
<li>ใช้มีดบาง ๆ หรือคัดเตอร์กรีดข้างถุงให้เป็นแนวเฉียงยาว สลับกันไปจนรอบถุง</li>
<li>การกรีดถุงควรกรีดในลักษณะเฉียงลง แบบกรีดต้นยางพาราจะดีกว่ากรีดตามแนวดิ่ง เพราะสามารถเก็บความชื้นได้ดีกว่า</li>
<li>กรีดให้ยาวประมาณ 6 &#8211; 8 เซนติเมตร โดยรอบประมาณ 15 &#8211; 20 แผล จากนั้นจึงนำถุงเห็ดไปวางบนชั้น หรือแขวนในโรงเปิดดอก โรงเรือนนี้ต้องสามารถเก็บความชื้นได้ดี</li>
<li>การรดน้ำควรใช้เครื่องฉีดชนิดพ่นฝอย ฉีดให้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งต่อวัน</li>
<li>เห็ดหูหนูต้องการความชื้นในการออกดอกสูงมาก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเก็บผลผลิต </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">จะพบว่าดอกเห็ดหูหนูระยะแรกขอบจะหนาและ</span>โค้งคล้ายถ้วย เมื่อเจริญเต็มที่แล้วขอบของดอกเห็ดจะบางโค้งเป็นลอน ถ้าดึงจะหลุดได้ง่าย</li>
<li>ในระยะนี้เป็นระยะที่เก็บได้ การเก็บเมื่อดอกเห็ดโตเต็มที่พร้อมกันแล้ว ใช้มือรวบแล้วดึงเบา ๆ นำมาตัดก้านพร้อมทั้งเศษวัสดุที่ติดมาด้วยออกทิ้ง</li>
<li>บางแห่งการเก็บผลผลิตจะเก็บเฉพาะดอกแก่ก่อน ส่วนที่เหลือก็รอเก็บในวันถัดไป</li>
<li>วิธีนี้ถึงแม้เสียเวลาในการเก็บบ้าง แต่ก็สามารถเก็บได้ทุกวัน แต่จะมีเศษดอกเห็ดฉีกขาด ทำให้ดอกเห็ดเน่าเสียหายได้และมีศัตรูเห็ดเกิดขึ้น เช่น แมงหวี่ ฉะนั้นควรเก็บดอกเห็ดให้หมดในรุ่นเดียวกัน</li>
<li>ก้อนเชื้อที่ทำการเก็บผลผลิตไปแล้วนั้น ควรพักการรดน้ำประมาณ 5 &#8211; 8 วัน แล้วทำการรดน้ำใหม่ ก็จะทำให้ดอกเห็ดออกเร็วยิ่งขึ้น</li>
<li>ผลผลิตของเห็ดหูหนูที่ได้ ถ้าถุงเพาะขนาด 1 กิโลกรัม จะให้ผลผลิตโดยเฉลี่ยประมาณ 400 &#8211; 700 กรัมใช้เวลาเก็บประมาณ 2 เดือน &#8211; 2 เดือนครึ่ง</li>
<li>ถ้าเหลือจากการจำหน่ายดอกเห็ดสดก็สามารถนำมาทำแห้งเก็บไว้ได้</li>
<li>โดยนำดอกเห็ดมาล้างทำความสะอาดและใช้มีดตัดแต่ง แล้วนำเห็ดใส่ตะแกรงผึ่งแดดให้แห้งหรือโดยการอบแห้ง จนกระทั่งเห็ดมีความชื้น 8 &#8211; 12 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>ถ้าเป็นเห็ดหูหนูชนิดบาง น้ำหนักจะลดลง 10 เท่าตัวของน้ำหนักสด แต่ถ้าเป็นเห็ดหูหนูชนิดหนา น้ำหนักจะลดลงประมาณ 5-8 เท่าตัว</li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยทั่วไปเห็ดหูหนูที่พบมี </span><span style="font-weight: 400;">2 ชนิด คือเห็ดหูหนูพันธุ์บาง และพันธุ์หนา</span></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="937" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-คุณค่าทางอาหารเห็ดหูหนู-01-1024x937.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 คุณค่าทางอาหารเห็ดหูหนู-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-คุณค่าทางอาหารเห็ดหูหนู-01-1024x937.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-คุณค่าทางอาหารเห็ดหูหนู-01-300x275.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-คุณค่าทางอาหารเห็ดหูหนู-01-768x703.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-คุณค่าทางอาหารเห็ดหูหนู-01-1536x1406.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-คุณค่าทางอาหารเห็ดหูหนู-01.jpg 1676w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/01-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%ab/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 02:37:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1740</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชื่อท้องถิ่น : เห็ดหูหนูขาว ชื่อสามัญ : Silver Ear Mushroom, White Jelly Mushroom ชือวิทยาศาสตร์ : Tremella Fuciformis Berk. ชื่อวงศ์ : Tremellaceae   เห็ดหูหนูขาว หรือ ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Tremella Mushroom, Tremella Fuciformis Mushroom ( White Jelly Fungus ) เป็นเห็ดที่มีลักษณะเหมือนเยลลี่ อุ้มน้ำได้ดี...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ชื่อท้องถิ่น : เห็ดหูหนูขาว<br />
ชื่อสามัญ : Silver Ear Mushroom, White Jelly Mushroom<br />
ชือวิทยาศาสตร์ : Tremella Fuciformis Berk.<br />
ชื่อวงศ์ : Tremellaceae</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เห็ดหูหนูขาว หรือ ชื่อในภาษาอังกฤษว่า Tremella Mushroom, Tremella Fuciformis Mushroom ( White Jelly Fungus ) เป็นเห็ดที่มีลักษณะเหมือนเยลลี่ อุ้มน้ำได้ดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ลักษณะทางวิทยา ของ เห็ดหูหนูขาว</strong></h3>
<p>ดอกเห็ด (Mushroom) : มีลักษณะบาง สีขาวใส หรือสีขาวอมเหลือง แต่ละดอกเห็ด จะมีรูปร่างที่แตกต่างกัน หลายแบบ เช่น กลีบดอกไม้ ภาชนะ ใบหู และ แมงกระพรุน เป็นต้น ดอกเห็ดมีลักษณะ คล้ายกับวุ้น อ่อนนุ่ม ขอบหยัก ย่นเป็นคลื่น<br />
เส้นใย (Mycelium) : จะมีเมือก จับตัวกันอย่างหนาแน่น<br />
สปอร์ (Basidiospore) : มีลักษณะลื่น เป็นรูปรี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 5 – 8 ไมครอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นเห็ดที่รู้จักกันดีในวงการแพทย์แผนจีน โดยมีประวัติอันยาวนาน ถูกใช้ในตำรับอาหารช่วยบำรุงกำลัง และใช้ในตำรับยาภายในพระราชวังหลวง มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ถึงขนาดมีการจดบันทึกว่า นางสนมหยางกุ้ยเฟย ที่ได้รับการยกย่องและขนานนามว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์ของจีน มีการใช้เห็ดหูหนูขาวเป็นส่วนประกอบในสูตรยาเพื่อช่วยรักษาผิวพรรณและความงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เห็ดหูหนูขาวได้ถูกยกให้เป็นสุดยอดของเห็ดอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งสมัยก่อนในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เห็ดชนิดนี้จะพบได้น้อยมากและมีราคาสูง จึงเป็นอาหารบำรุงสำหรับผู้ที่มีฐานะร่ำรวยเท่านั้น แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบการเพาะเห็ดหูหนูขาวมากขึ้น จึงทำให้ราคาถูกลง และสามารถหาซื้อได้ง่าย ในช่วงสมัยของราชวงศ์ชิง ได้มีการระบาดของวัณโรคอย่างหนัก ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อจะมีอาการเป็นไข้ไอแห้งๆ และมีเสมหะปนเลือด จึงได้มีการใช้เห็ดชนิดนี้ในการบำรุงรักษาเสริมกับยารักษาโรค ซึ่งได้ผลในการรักษาและช่วยให้อาการดีขึ้นเป็นอย่างมากจากการค้นคว้าวิจัย ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่พบว่าในเห็ดหูหนูขาวนั้นมีส่วนประกอบของโปรตีน น้ำตาล ไขมัน ไฟเบอร์ กรดอะมิโน วิตามิน และสารจำเป็นต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งมีน้ำมันยางอย่างอุดมสมบูรณ์อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ประโยชน์ของเห็ดหูหนูขาว</strong></h3>
<ul>
<li>มีคุณค่าทางอาหารสูงประกอบด้วย โปรตีน น้ำตาล ไขมัน ไฟเบอร์ กรดอะมิโน วิตามิน และสารจำเป็นต่างๆ ของร่างกาย</li>
<li>มีธาตุซีลีเนียม ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ได้ดีกว่าเบต้าแคโรทีน จึงทำให้ผิวพรรณสดใสและดูอ่อนเยาว์</li>
<li>ช่วยบำรุงร่างกายกระเพาะอาการ ม้าม และปอด ช่วยให้เจริญอาหาร</li>
<li>ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ แก้ไอ แก้ร้อนใน ช่วยขับเสมหะ</li>
<li>ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยระบายท้อง ทำให้เลือดแข็งตัวไว</li>
<li>ช่วยรักษาและบำบัดอาการของวัณโรคที่มีเสมหะปนเลือด</li>
<li>ในเส้นใยของเห็ดหูหนูขาว มีสารช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะ และริดสีดวงทวาร</li>
<li>มีแคลเซียมซึ่งช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง</li>
<li>ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ เนื่องจากมีระดับของคอเลสเตอรอลต่ำ</li>
<li>มีวิตามินบีซึ่งช่วยในเรื่องบำรุงประสาทและสมอง</li>
<li>ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเลือด การทำงานของหัวใจ</li>
<li>ช่วยบำรุงสุขภาพของสตรีหลังการคลอดบุตร ช่วยทำให้รอบเดือนของสตรีเป็นปกติ</li>
</ul>
<p>เห็ดหูหนูขาวมักจะถูกเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเห็ดชนิดเดียวกันกับเห็ดหูหนู ซึ่งจัดอยู่ในเห็ดคนละตระกูลกัน โดยเห็ดหูหนูขาวนั้นมักจะขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มก้อนติดกัน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน เมืองจางโจว มณฑลฮกเกี้ยน ซึ่งชาวจีนได้ใช้เป็นเห็ดสมุนไพรในการบำบัด และรักษาวัณโรคมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงแล้ว นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ข้อควรระวัง :</strong></h3>
<p>หากจะเลือกซื้อเห็ดหูหนูขาวตามท้องตลาด ไม่ควรเลือกซื้อดอกเห็ดที่มีสีขาวมากจนผิดปกติ เพราะอาจจะมีการใช้สารฟอกขาวในการผลิต ควรจะเลือกซื้อดอกเห็ดที่มีสีเหลืองปนอยู่ด้วย และเลือกดอกเห็ดที่มีขนาดดอกใหญ่ เนื้อหนา และแห้งสนิท</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/01-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การผลิตเชื้อขยายเห็ดหูหนูขาว</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุขยายเชื้อ </strong></h3>
<ul>
<li>ขี้เลื่อยไม้ยางพารา</li>
<li>รำละเอียด</li>
<li>ปูนขาว</li>
<li>อัตราส่วน 100 : 5 : 1</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีที่</strong></h3>
<ul>
<li>นำเชื้อเห็ดหูหนูขาว เลี้ยงในอาหารวุ้น P.D.A. เลี้ยงไป 10 วัน</li>
<li>นำเส้นใยเชื้อรา Hypoxylon sp. อายุ 5 วัน วางผสมบนอาหารวุ้นเชื้อเห็ดหูหนูขาวเล็กน้อย ( Mix Mother Culture )</li>
<li>เลี้ยงต่อไปอีก 10 &#8211; 15 วัน เพื่อให้เส้นใยเห็ดหูหนูขาวเจริญร่วมกับ เส้นใยเชื้อรา Hypoxylon sp.</li>
<li>จึงตัดเส้นใยจากวุ้นลงเลี้ยงในขวดขี้เลื่อยไม้ยางพารา</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการเตรียมขวดขยายเชื้อด้วยขี้เลื่อยไม้ยางพารา</strong></h3>
<ul>
<li>นำขี้เลื่อยไม้ยางพารา รำละเอียด ปูนขาว ดีเกลือ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน</li>
<li>ใส่น้ำให้มีความชื้นประมาณ 65%</li>
<li>ใส่ขวดขนาด 4 ออนซ์ ประมาณ 50% ของขวด ปิดฝานำไปนึ่งฆ่าเชื้อ</li>
<li>นำมาพักให้เย็น ตัดวุ้นเชื้อเห็ดขาวที่เจริญเติบโตร่วมกับ เส้นใยเชื้อรา Hypoxylon sp. ( Mix Mother Culture ) ใส่ขวดขี้เลื่อย ขนาด 1 ตร.ซม.</li>
<li>เส้นใยเห็ดจะเจริญเติบโตเต็มขวด นำไปใช้เพาะในก้อนเพาะเห็ดต่อไปได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การผลิดก้อนขี้เลื่อยสำหรับเพาะเห็ดหูหนูขาว</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุ </strong></h3>
<ul>
<li>ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กก.</li>
<li>รำละเอียด 10 กก.</li>
<li>ปูนขาว 1 กก.</li>
<li>ดีเกลือ 0.2 กก.</li>
<li>อัตราส่วน 100 : 10 : 1 : 0.2</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีทำ</strong></h3>
<ul>
<li>ผสมส่วนผสมให้เข้ากัน</li>
<li>เติมน้ำผสมให้ได้ความชื้น 65%</li>
<li>บรรจุถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 7 x 12 นิ้ว ถุงละ 0.5-0.8 กก.ปิดจุกประหยัดสำลี</li>
<li>นำไปนึ่งฆ่าเชื้อที่ความดันไอน้ำ 15 ปอนด์ / ตารางนิ้ว อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส 45 นาที</li>
<li>ตั้งพักไว้ให้เย็น จึงทำการหยอดเชื้อขยายเห็ดหูหนูขาวในก้อนขี้เลื่อยลงไป 1 ช้อน / ถุง</li>
<li>นำเข้าห้องบ่มเชื้อ บ่มเลี้ยง 20-25 วัน หรือจนเส้นใยเดินเต็มก้อน</li>
<li>จึงนำไปห้องเปิดดอก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การทำให้เกิดดอก</strong></h3>
<ul>
<li>เมื่อเส้นใยเดินเต็มก้อนแล้ว</li>
<li>กรีดถุง ให้ถอดคอขวดพลาสติกออกแล้วรวบปากถุงใช้ยางรัดให้แน่นแล้ว</li>
<li>ใช้มีดคมๆ กรีดเเฉียงลง ( จะเก็บความชื้นได้ดีกว่ากรีดเป็นแนวดิ่ง )</li>
<li>กรีดเป็นช่วงสั้น ๆ ประมาณ 1 นิ้ว รอบถุงประมาณ 15-20 แผล</li>
<li>สำหรับเห็ดหูหนูไม่นิยมเปิดปากถุงหรือเปลือยถุง เพราะขนาดดอกที่ออกจะใหญ่</li>
<li>มักไม่เป็นที่นิยมของตลาดและการที่ไม่กรีดเป็นช่วงยาว ๆ ก็เพราะดอกเห็ดที่ออกจะติดกันเป็นแถวยาวตามรอยกรีด และจะมีขนาดดอกไม่เสมอกัน</li>
<li>นำเข้าห้องเปิดดอก ให้น้ำ 3 ครั้ง / วัน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเก็บผลผลิต</strong></h3>
<ul>
<li>เมื่อดอกเห็ดโตเต็มที่ ใช้มือบิดเบาๆ</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="696" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-1024x696.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="02 การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-1024x696.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-300x204.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-768x522.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-1536x1044.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดหูหนูขาว-01-2048x1392.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/02-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>เห็ดหูหนูขาวกับผิวพรรณ</h3>
<p>คุณประโยชน์ของเห็ดหูหนูขาวที่กำลังได้รับความนิยมและพูดถึงมากเรื่องนึงในตอนนี้คือ คุณสมบัติที่ช่วยเรื่องการบำรุงผิวพรรณ การทานเห็ดหูหนูขาวจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น อิ่มน้ำให้กับผิวพรรณ เนื่องจากเห็ดหูหนูขาว สามารถซับและอุ้มน้ำได้มาก ถือเป็นไฟโตไฮยาลูโรเนด ( Hyaluronate ) ตามธรรมชาติ ที่ช่วยจัดการกับอนุมูลอิสระภายในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ ผิวเรียบเนียนคืนความเต่งตึงให้กับผิวและใบหน้าได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>รู้จักไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) กันหน่อย</h3>
<p>ไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว กระจายออกไปตามเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบสำคัญของข้อต่อและกระดูกอ่อน เป็นสารหล่อลื่นเพื่อป้องกันการเสียดสีของกระดูก และเป็นองค์ประกอบสำคัญของผิวหนัง ที่มีความสำคัญไม่แพ้คอลลาเจนเลยทีเดียว เนื่องจากไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) จะทำหน้าที่ช่วยโอบอุ้มเซลล์ผิวหนังให้ชุ่มชื่น เปรียบเสมือนฟองน้ำที่ช่วยดูดซับเก็บความชุ่มชื่นไว้กับผิว ช่วยให้ระบบการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วทำงานได้ดี และช่วยในกลไกการสมานแผล และลดอาการอักเสบที่เกิดกับผิวได้ จึงทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยปกติแล้วร่างกายเรานั้นสามารถสร้างและผลิต ไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) ขึ้นได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ( 30 &#8211; 40 ปี ขึ้นไป ) ร่างกายจะสร้างไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) น้อยลง เช่นเดียวกับการสร้างคลอลาเจน จึงเป็นที่มาของริ้วรอยต่างๆ ความเสื่อมของข้อต่อกระดูก สภาพผิวหน้าและผิวพรรณนั้นเอง การทานอาหารที่มีไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) เข้าไป จึงมีส่วนช่วยในการคงสภาพผิวให้สดชื่น และช่วยรักษาความยืดหยุ่นของข้อต่อต่างๆ ในร่างกายเอาไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยความต้องการไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) จึงมีการสกัดนำเอาสารไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) มาใช้ทั้งในด้านสุขภาพและผิวพรรณ โดยในสมัยก่อนไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) นั้นจะได้จากการสกัด โดยการเอาส่วนของผิวหนังสัตว์ที่มีความอิ่มน้ำมาก ๆ ตัวอย่างเช่น หงอนไก่ ( นิยมมากในประเทศญี่ปุ่น ) นำมาผ่านกระบวนการด้วยวิธีทางชีวภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) จากเห็ดหูหนูขาว</h3>
<p>แต่ในปัจจุบันด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ตอนนี้มีการสกัดไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) จากเห็ดหูหนูขาวขึ้นมา เป็นทางเลือกในการใช้ทดแทนสารสกัดไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) โดยหงอนไก่ที่อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และแบคทีเรียได้มากกว่า จึงกล่าวได้ว่าไฮยารูโรนิค แอซิด ( Hyaluronic Acid ) ที่ได้จากเห็ดหูหนูขาว จะมีความเป็นธรรมชาติสูงกว่า ปลอดภัยและอ่อนโยนกว่า ด้วยคุณประโยชน์ดังกล่าว จึงทำให้เห็ดหูหนูขาวขึ้นแท่นอาหารที่ช่วยฟื้นฟูความสดชื่นให้กับผิวอย่างไม่ต้องสงสัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สรรพคุณของเห็ดหูหนูขาว</h3>
<p>นอกจากเรื่องผิวที่เด่นๆ แล้ว เห็ดหูหนูขาวนั้นยังเป็นพืชที่มีสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งช่วยบำรุงร่างกาย และยังช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ สำหรับประโยชน์ต่อร่างกายนั้น เห็ดหูหนูขาวจะออกฤทธิ์โดยตรงกับปอด ไต กระเพาะอาหาร และกระดูก จากงานวิจัยสมัยใหม่พบว่าในเห็ดหูหนูขาวประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย ได้แก่ โปรตีน ไขมัน น้ำตาล ใยอาหาร วิตามิน มีกรดอะมิโนสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกายหลายตัว มีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่ร้อน ไม่เย็น มีรสหวาน จึงจัดอยู่ในคุณสมบัติของยาบำรุงเสริมพลัง</p>
<ul>
<li>ช่วยบำรุงสมอง มีฤทธิ์ช่วยสงบประสาท ช่วยให้นอนหลับได้ดี</li>
<li>เสริมและบำรุงสารน้ำของปอด</li>
<li>บำรุงไต</li>
<li>บรรเทาอาการไอ</li>
<li>บำรุงหัวใจ</li>
</ul>
<p>เห็ดหูหนูขาวมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งสูงกว่าเบต้าแคโรทีนในผักสีส้มและเหลือง มีส่วนช่วยในการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย จึงเป็นสุดยอดเห็ดอีกชนิดที่มีความโดดเด่นในการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี ลดความดัน ลดอาการหลอดเลือดหัวใจตีบและหลอดเลือดในสมองแตกได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เห็ดหูหนูขาวกับการควบคุมน้ำหนัก</h3>
<p>เมื่อผิวสวยสุขภาพดีแล้ว เรื่องรูปร่างก็ไม่น้อยหน้า เนื่องด้วยเห็ดหูหนูขาวเป็นพืชตระกูลเห็ดที่ให้พลังงานน้อยและมีคอเรสเตอรอลต่ำ มีใยอาหารที่ไม่ละลายในน้ำ ทำให้ทานแล้วอิ่มได้นานช่วยทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระเลือดช้าลง จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเกิดความสมดุลและยังช่วยให้ระดับไขมันในเลือดลดลง ฟื้นฟูระบบย่อยอาหารและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี เห็ดหูหนูจึงเป็นตัวช่วยตัวนึงในการลดน้ำหนัก</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 01:37:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1726</guid>

					<description><![CDATA[<p>เชื้อเห็ดนางรมหลวงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอาหารเลี้ยงเชื้อในอาหารเหลว ( วุ้น ) พี.ดี.เอ.ทั่วไป  แต่ต้องการอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นประมาณ 25 องศาเซลเซียส  และเลี้ยงขยายเชื้อได้ดีในเมล็ดข้าวฟ่างเช่นเดียวกับเห็ดชนิดอื่น ๆ...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><span style="font-weight: 400;">เชื้อเห็ดนางรมหลวงสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอาหารเลี้ยงเชื้อในอาหารเหลว ( วุ้น ) พี.ดี.เอ.ทั่วไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ต้องการอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นประมาณ 25 องศาเซลเซียส </span><span style="font-weight: 400;">และเลี้ยงขยายเชื้อได้ดีในเมล็ดข้าวฟ่างเช่นเดียวกับเห็ดชนิดอื่น ๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อน ( ยางพารา ) หรือผสมกับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพดบด ต้นไมยราบบด ใช้เป็นวัสดุเพาะหลัก </span><span style="font-weight: 400;">โดยผสมกับอาหารเสริม เช่น รำข้าว รากมอลต์ เมล็ดข้าวฟ่างบด น้ำตาลทรายแดง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุเพาะเชื้อเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ขี้เลื่อย 100 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รำละเอียด 8 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">น้ำตาลทรายแดง 1 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปูนขาว 1 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แคลเซียมคาร์บอเนต 1 กก.</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>อุปกรณ์ที่ใช้เพาะเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เครื่องผสม ( ผสมได้ครั้งละประมาณ 100 – 200  กก. ) หรือใช้แรงงานคนผสม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เครื่องอัดถุง ( 1, 2, 8, 12 หัว ) หรือใช้แรงงานคนอัดกระแทก</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตู้หม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง ( ขนาด นึ่ง 2,000 ก้อนต่อครั้ง ) มีหลายขนาด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ถุงพลาสติกสำหรับบรรจุก้อนเชื้อเห็ด ขนาด 6.5 x 11.5 นิ้ว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หรือขวดพลาสติกปากกว้างขนาดความจุ 1 ลิตร</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">คอขวดพลาสติกสำหรับสวมที่ปากถุงก้อนเชื้อเห็ด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จุกประหยัดสำลี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หนังยางรัดถุง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ถาดหรือโครงเหล็กสำหรับยกก้อนเพาะเห็ด ( 12 ก้อน / ถาด )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ที่ตักวัสดุเพาะเห็ดกรอกถุง ประยุกต์จากขวดน้ำตัดก้นใส่ไม้ทำด้ามจับ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เครื่องอัดถุงเพาะเห็ดหรือใช้แรงคนกรอก อัดกระแทกเพื่อให้แน่น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แท่งสแตนเลส ( Stainless Steel ) ตีหัวให้แบน ขนาดสอดใส่เข้าไปแคะในขวดหัวเชื้อได้ ( ขนาดขวดประมาณขวดโซดา )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตะเกียงแอลกอฮอล์</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สเปรย์แอลกอฮอล์ 70% สำหรับพ่นฆ่าเชื้อมือและอุปกรณ์ ( แอลกอฮอลส์ 70% ใส่ในขวดพ่นสเปรย์ )</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>อุปกรณ์ระบบน้ำ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ปั๊มพ่นหมอกแรงดันต่ำ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เซนเซอร์อุณหภูมิ ความชื้น</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีเพาะเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ขี้เลื่อยไม้ยางพาราหรือฟางข้าว ( ขี้เลื่อยไม้ใช้ได้ทุกไม้ ยกเว้นไม้สักเพราะจะมีพิษกับเห็ด )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เห็ดสกุลนางรมชอบค่า pH 6.5 – 6.7</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เทส่วนผสมทั้งหมดลงเครื่องผสม หรือผสมด้วยแรงงานคน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อส่วนผสมเข้ากันแล้วให้เติมน้ำผสมเพื่อให้มีความชื้น 70 &#8211; 75%</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อบีบดูต้องชื้น แต่จะไม่มีน้ำไหลออกมา ( เพราะจะแปลว่าชื้นเกิน )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">กรอกวัสดุเพาะเชื้อที่ผสมเข้ากันแล้วใส่ถุง 100 ก้อน ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ( น.น. 0.8 – 1 กก. / ก้อน )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปิดฝาด้วยฝาขวดพลาสติก และจุกประหยัดสำลี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำเข้าตู้หม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง อบฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จะใช้เวลานึ่ง 4 – 6 ชม.</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><strong>ห้องปลูกเชื้อ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่ออุณหภูมิลดลงหลังจากการนึ่งแล้ว นำมาห้องปลูกเชื้อ ( ต้องไม่มีลมโกรก ไม่มีอากาศไหลผ่าน ต้องเป็นห้องปลอดเชื้อ )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใช้แท่งสแตนเลส ( Stainless Steel ) ตีหัวให้แบนเพื่อใช้แคะหัวเชื้อในขวด ต้องทำให้เชื้อแตกร่วน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยก่อนแคะต้องชุบแอลกอฮอล์และเผาไฟ เพื่อฆ่าเชื้อแท่งสแตนเลส</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ต้องพ่นแอลกอฮอล์ที่มือ เพื่อฆ่าเชื้อที่มือให้สะอาด ต้องจับก้นขวดไว้เพื่อไม่เพื่อไม่ให้ร้อนมือ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำปากขวดหัวเชื้อผ่านเปลวไฟฆ่าเชื้อโดยการเปิดฝาแล้วเผาไฟวนรอบๆ ปากขวดหัวเชื้อเห็ด ( เมล็ดพันธุ์พืช ) หลายๆรอบ ทันทีที่เปิดจุกฝาหัวเชื้อ เพื่อฆ่าเชื้อโรค</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เปิดจุกถุงเพาะเห็ดหยอดหัวเชื้อแล้ว รีบปิดทันทีเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้า โดยใช้เพียงแค่ 2 นิ้วจับ สัมผัสให้น้อยที่สุด อย่าให้หัวเชื้อโดนมือ ( ต้องระวังไม่กุมครอบไว้ทั้งหมด ) </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">1 ขวดหัวเชื้อเห็ด ( อยู่ในเมล็ดธัญพืช ) จะใส่ถุงก้อนเพาะเชื้อเห็ดได้ 50 – 60 ถุง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเปิดฝาจุกประหยัดสำลีออก ปิดกระดาษ จะต้องใช้กระดาษ Proof  ไม่มีลาย ตัดสี่เหลี่ยมขนาดพอเหมาะกับการปิดฝาขวด รัดด้วยยางทันที</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><strong>ห้องบ่มเชื้อเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">นำเข้าห้องบ่มเชื้อเส้นใยเห็ด อุณหภูมิ 22 &#8211; 25 องศาเซลเซียส</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ประมาณ 30 วัน เชื้อเห็ดจะเจริญเต็มขวด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เลี้ยงเชื้อต่ออีกประมาณ 10 วัน เพื่อให้เชื้อเจริญเติบโตเต็มที่</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จึงนำเข้าโรงเปิดดอกต่อไป</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ห้องผสม + นึ่ง &gt; ห้องปลูกเชื้อ &gt; ห้องบ่มเชื้อ &gt; ห้องเปิดดอก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><strong>ห้องเปิดดอกเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">รักษาอุณภูมิห้องที่เปิดดอกประมาณ 15 &#8211; 20 องศาเซลเซียส</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ความชื้น 80 &#8211; 90%</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เราจะเปิดจุกกระดาษออกก็ต่อเมื่อเห็นว่าประชากรทั้งหมด มีดอกเห็ดดันออกมาจากกระดาษ คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 3 &#8211; 5% </span></li>
<li>หรืออาจจะมีดอกเห็ดเล็กๆ เกิดขึ้นที่หน้าก้อนเชื้อเห็ด ( ขนาดประมาณปลายนิ้วชี้ )</li>
<li><span style="font-weight: 400;">อันนี้เป็นระยะแรกในการฟอร์มดอกเห็ด โดยเส้นใยทั้งหมดจะรวมกันเป็นดอกเห็ดเกิดขึ้น เริ่มจากดอกเล็กๆ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเห็ดจะมีการพัฒนาในระหว่างที่เราพ่นน้ำให้ความชื้น พ่นน้ำละอองฝอย 3 ครั้ง / วัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาตั้งแต่เปิดขวดจนถึงเก็บเกี่ยวจะใช้เวลาประมาณ ​15 วัน</span></li>
<li>เราจะเลือกเก็บดอกที่โตเต็มที่แต่ยังไม่บาน หรือยังไม่แก่</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><strong>วิธีการเก็บผลผลิต</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">วิธีเก็บด้วยมือจับเข้าไปที่เห็ด โยกซ้าย &#8211; ขวา และหมุนเล็กน้อย จากนั้นดึงเห็ดออกมา เก็บไปเรื่อยๆ ทุกวัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จะเก็บเห็ดได้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 100 &#8211; 150 กรัมต่อขวด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยทั่วไปจะทำการเก็บเห็ดเพียงรุ่นเดียว </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จะเก็บเห็ดรุ่นแรกแล้ว นำวัสดุเพาะเห็ดไปทำปุ๋ย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพราะเห็ดรุ่นที่สองคุณภาพไม่ดี มีขนาดเล็กและน้ำหนักน้อย ได้ผลไม่คุ้มกับเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเมนูที่ได้รับความนิยม เห็ดย่าง เห็ดผัดพริกไทยดำ เห็ดผัดน้ำมัน เห็ดเป๋าฮื้อน้ำแดง เห็ดชุบแป้งทอด เป็นต้น </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">แม้ว่ากำลังการผลิตจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แต่การเพิ่มกำลังการผลิต ก็คงต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพราะการเพิ่มกำลังการผลิตต้นทุนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการที่รายอื่นๆ จะหันมาผลิต ก็คงจะต้องคิดหนัก เพราะต้นทุนที่ค่อนข้างสูง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยยังไม่สามารถหาวิธีการเพาะเลี้ยงในระบบเปิดได้ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ถ้าเลี้ยงในระบบเปิดได้ คงจะมีการเลี้ยงอย่างแพร่หลาย และราคาก็จะถูกลง</span></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 00:13:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1674</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเพาะเห็ดหอมในถุงพลาสติก การเพาะเห็ดหอมในถุงพลาสติกประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ ปี   พ.ศ. 2521 เป็นวิธีการเลียนแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ท่อนไม้หรือใช้ไม้ที่ควรสงวนและรักษา ช่วยแก้ปัญหาการนำไม่ก้อมาใช้เพาะเห็ดหอมได้อีกทางหนึ่ง โดยใช้หลักการที่ว่าเห็ดหอมสามารถย่อยเซลลูโลสและลิกินนได้ ขี้เลื่อยถือเปืนวัสดุที่ใกล้เคียงที่สุดจึงถูกนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยง...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การเพาะเห็ดหอมในถุงพลาสติก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเห็ดหอมในถุงพลาสติกประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ ปี   พ.ศ. 2521 เป็นวิธีการเลียนแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ท่อนไม้หรือใช้ไม้ที่ควรสงวนและรักษา ช่วยแก้ปัญหาการนำไม่ก็มาใช้เพาะเห็ดหอมได้อีกทางหนึ่ง โดยใช้หลักการที่ว่าเห็ดหอมสามารถย่อยเซลลูโลสและลิกนินได้ ขี้เลื่อยถือเปืนวัสดุที่ใกล้เคียงที่สุดจึงถูกนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตร</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รำข้าวละเอียด 5 &#8211; 8 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">น้ำตาลทราย 1 &#8211; 2 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ยิปซั่ม 0.5 &#8211; 1 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แคลเซียม 0.5 &#8211; 1 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">น้ำ 65 &#8211; 75 ลิตร</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเตรียมก้อนเชื้อ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> วัสดุเพาะที่ให้ผลดี คือไม้มะขาม รองลงมาคือขี้เลื่อยไม้ยางพารา ขี้เลื่อยไม้</span>จามจุรี หรือขี้เลื่อยไม้เบญจพรรณหมัก วัสดุเพาะประกอบด้วย</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 6.5 x 12.5 หรือ 7 x 13 นิ้ว และอุปกรณ์การเพาะเห็ดใน</span>ถุงพลาสติก เช่น คอขวด จุกประหยัดสำลี ยางรัด กระดาษไม่มีลาย</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หม้อนึ่งหรือถังนึ่งไม่อัดความดันพร้อมอุปกรณ์การให้ความร้อน ในการนึ่งฆ่าเชื้อซึ่งการฆ่าเชื้อก้อนเห็ดหอม จำเป็นต้องใช้อุณหภูมิที่สูงและระยะเวลาในการนึ่งยาวนานกว่าเห็ดชนิดอื่น </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดการปนเปื้อนเพราะเห็ดหอมมีการเจริญของเส้นใยช้า ถ้านึ่งฆ่าเชื้อไม่ดี ก็จะมีจุลินทรีย์อื่นปนเปื้อนในก้อนเชื้อเห็ดได้ง่าย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หัวเชื้อเห็ดหอมในข้าวฟ่าง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> โรงเรือนบ่มเส้นใยเห็ดและโรงเรือนเปิดดอก</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการเพาะ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ผสมวัสดุเพาะและวัสดุเสริมทั้งหมดให้เข้ากันอย่าให้แห้งหรือแฉะ ให้วัสดุพอจับตัว</span>กันได้</li>
<li>เมื่อบีบดูไม่มีหยดน้ำ เมื่อคลายมือออกส่วนผสมต้องไม่แตกร่อนออกอย่างรวดเร็ว</li>
<li>ให้มีความชื้นประมาณ 70-75%</li>
<li><span style="font-weight: 400;">บรรจุส่วนผสมลงในถุงพลาสติกทนร้อน ขนาด 6.5&#215;12.5 นิ้ว น้ำหนัก 0.8-1 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อัดถุงให้แน่น ใส่คอขวด ปิดด้วยจุกประหยัดสำลี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่งที่ความรู้อนประมาณ 98-100 องศาเซลเซียส </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เริ่มจับเวลาตั้งแต่ไอน้ำเดือดพุ่งตรงสม่ำเสมอเป็นเวลา 2-4 ชั่วโมง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ต้องระวังระดับไอน้ำไว้ตลอดเวลาด้วย การปรับความร้อนให้มีอุณหภูมิคงที่เสมอตลอดเวลา</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ทิ้งไว้ให้เย็นนำก้อนเห็ดออกจากหม้อนึ่ง</span></li>
<li>นำไปห้องปลูกเชื้อต่อไป</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การปลูกเชื้อ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ปลูกเชื้อเห็ดโดยการแกะฝาครอบออก เปิดจุกสำลี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใส่เชื้อเห็ดที่ทำจากเมล็ดข้าวฟ่าง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ทำในห้องปลูกเชื้อที่สะอาด ควรทำในบริเวณที่สะอาดป้องกันการปนเปื้อนของโรค </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำไปห้องบ่มเส้นใย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายเหตุ  : ช่วงเวลาการปลูกเชื้อที่ดีที่สุดคือช่วงเช้าตรู่เพราะอากาศนิ่งมีการฟุ้งกระจายของเชื้อโรคน้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การบ่มเส้นใย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">การบ่มเส้นใยเห็ดหอมจะมีการบ่ม 2 ระยะ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระยะในฤดูกาลปกติจะบ่มเส้นใย นาน 4 เดือน ( ช่วงมิถุนายน &#8211; พฤศจิกายน )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระยะนอกฤดูกาลจะบ่มเส้นใยนาน 8 เดือน ( ธันวาคม &#8211; กรกฎาคม )</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การกระตุ้นเห็ดหอมให้เกิดดอก</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อก้อนเชื้อมีอายุบ่มนาน 120 วัน แล้วถอดกระดาษที่ปิดบนจุกออก</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">พร้อมทั้งถอดคอขวดพลาสติกออก แล้วดึงปากถุงพลาสติกให้ชูขึ้น เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้หน้าก้อนเชื้อเห็ดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลให้มากที่สุด </span><span style="font-weight: 400;">จะใช้เวลาประมาณ 15 &#8211; 30 วัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อตรวจดูก้อนเชื้อเห็ดพบว่า หน้าก้อนเชื้อได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตัดปากถุงเสมอไหล่ของก้อนออกทิ้ง แล้วกรีดก้นถุงเพื่อระบายน้ำที่ขังอยู่ในก้อนเห็ดจำนวน 4 แผล โดยรอบทั้ง 4 มุม ยาวประมาณแผลละ 1 นิ้ว</span></li>
<li>นำไปห้องเปิดดอกต่อไป</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการทำให้ก้อนเชื้อออกดอกสามารถทำได้โดย </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">แช่น้ำเย็น 10 &#8211; 15 องศาเซลเซียส นาน 24 ชั่วโมงหรือ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใช้กระสอบป่านชุบน้ำแล้วนามาคลุมหน้าก้อนเห็ดประมาณ 24 ชั่วโมงหรือ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตบหน้าก้อนเชื้อเห็ดให้ได้รับการกระทบกระเทือนประมาณ 3 ครั้ง ด้วยแผ่นพลาสติกที่มีความ</span>ยืดหยุ่น หรือคว่ำหน้าก้อนเห็ดลงบนพื้นทรายนาน 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นหงายหน้าก้อนเห็ดขึ้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมายเหตุ วิธีการกระตุ้นอาจใช้วิธีการใด วิธีการหนึ่งแล้วแต่ความสะดวก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>หลังจากเลือกใช้วิธีกระตุ้นแล้วควรรดน้ำหน้าก้อนเชื้อให้ชุ่ม</strong></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">รดน้ำในก้อนเห็ดให้ชุ่มมากที่สุดประมาณ 1 วัน ห่างกันครั้งละ 1 &#8211; 2 ชั่วโมง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 &#8211; 3 วัน จะเริ่มมีตุ่มดอกเห็ดเกิดขึ้นและพัฒนาการเป็นดอกเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สามารถเก็บเกี่ยวภายในระยะเวลา 4 &#8211; 5 วัน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สังเกตจากเนื้อเยื่อของหมวกดอก เริ่มขาดจากก้านเห็ดประมาณ 20 &#8211; 50 เปอร์เซ็นต์ </span>ซึ่งเป็นระยะที่เห็ดมีคุณภาพที่สุด</li>
<li>หลังจากเก็บผลผลิตรุ่นเสร็จแล้ว ให้พักก้อนเห็ดนาน 15 &#8211; 30 วัน แล้วกระตุ้นในรุ่นต่อไป โดยทำตามขั้นตอนที่กล่าวข้างต้น</li>
<li><span style="font-weight: 400;">เห็ดหอมแต่ละก้อนจะเก็บได้ประมาณ 6 รุ่น และอาจเก็บผลผลิตดอกเห็ดหอมได้ 150 &#8211; 200 กรัมต่อก้อน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ดอกแรกจนถึงดอกสุดท้าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์  การปฏิบัติดูแลรักษาและสภาพแวดล้อมที่ก้อนเชื้อเห็ดได้รับในขณะนั้น</span></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		<h2 class="wpb_heading wpb_singleimage_heading">ตารางสรุปขั้นตอนการปฏิบัติและระดับปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เห็ดหอมต้องการ</h2>
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="611" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/ตาราง-ปัจจัยสภาพแวดล้อมเห็ดหอม-01-1024x611.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="ตาราง ปัจจัยสภาพแวดล้อมเห็ดหอม-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/ตาราง-ปัจจัยสภาพแวดล้อมเห็ดหอม-01-1024x611.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/ตาราง-ปัจจัยสภาพแวดล้อมเห็ดหอม-01-300x179.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/ตาราง-ปัจจัยสภาพแวดล้อมเห็ดหอม-01-768x458.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/ตาราง-ปัจจัยสภาพแวดล้อมเห็ดหอม-01-1536x916.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/ตาราง-ปัจจัยสภาพแวดล้อมเห็ดหอม-01-2048x1221.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหอม-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 การเพาะเห็ดหอม-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหอม-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหอม-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหอม-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหอม-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดหอม-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/01-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b8%a1-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การเก็บเกี่ยวผลผลิต</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากการกระตุ้นเห็ดแล้วประมาณ 5 &#8211; 7 วัน จะเริ่มเก็บดอกเห็ดหอมได้ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยต้อง</span>เก็บดอกเห็ดในลักษณะยังตูมอยู่ คือขอบหมวกเห็ดแยกออกจากก้านดอกประมาณ 20 &#8211; 50 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>จับดอกเห็ดโยกไปมา แล้วหมุนจนดอกเห็ดหลุดจากหน้าก้อนเห็ด จากนั้นนำดอกเห็ดที่เก็บเกี่ยวได้ไปตัดแต่ง ตัดโคนทิ้ง ให้ก้านเห็ดยาวติดกับดอกประมาณ 2.5 เซนติเมตร แล้วนำไปคัดขนาดต่อไป</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ควรลดการให้น้ำก่อนเก็บผลผลิตเพราะจะเน่าเสียหายง่ายหากมีความชื้นในดอกเห็ดสูง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การยืดอายุการเก็บรักษาให้นานขึ้นสามารถทำได้โดยบรรจุในถุงพลาสติกเก็บในตู้เย็นได้นาน 3 &#8211; 4 สัปดาห์  </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เห็ดหอมที่เพาะในประเทศไม่นิยมทำแห้งเพราะเป็นสายพันธุ์ทนร้อน มีน้ำหนักแห้งต่ำ เมื่อทำแห้งแล้วไม่ได้คุณภาพโดยเฉพาะสีของดอกเห็ดจะเป็นสีคล้ำไม่ได้รูปทรง</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ข้อเสนอแนะในการเพาะเห็ดหอม</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> การเพาะเห็ดหอมสามารถให้เห็ดออกดอกตลอดทั้งปีได้ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อาศัยการบ่มเส้นใย</span>เห็ดที่ต่างกัน โดยปกติจะเริ่มผลิตก้อนเชื้อเห็ดในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ถึงต้นฤดูหนาว ( เดือนพฤศจิกายน ) ในฤดูกาลนี้จะบ่มก้อนเชื้อนานประมาณ 4 เดือน ก็จะสามารถทำให้เห็ดออกดอกได้</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ส่วนการผลิตก้อนเชื้อในช่วงเดือนธันวาคม จนข้ามปีถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะต้องมีการบ่มเส้นใยเห็ดเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวคือ ประมาณ 6 &#8211; 8 เดือน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จึงจะสามารถเปิดดอกเห็ดได้ คือจะเปิดดอกเห็ดในช่วงเดือนสิงหาคม   เป็นต้นไป</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เห็ดหอมเป็นเห็ดที่สามารถวางแผนการออกดอกเห็ดได้ตามเป้าหมาย โดยใช้</span>เทคนิคการบังคับให้ออกดอกตามการกำหนด ซึ่งสามารถกำหนดผลผลิตที่ออกได้ ถ้าหากผลผลิตมีมากอาจชะลอไม่ให้ออกมามาก</li>
<li>เห็ดหอมเป็นเห็ดที่สามารถเก็บรักษาผลผลิตในรูปเห็ดสดได้ยาวนาน โดยการเก็บไว้ในตู้เย็นหรือแช่ในถังน้ำแข็ง ก็สามารถชะลอในการเก็บรักษาได้ประมาณ 7 &#8211; 15 วัน จึงแก้ปัญหาเห็ดล้นตลาดได้ในบางช่วง</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เห็ดหอมเป็นเห็ดที่มีศักยภาพด้านราคาและการผลิตในภาคเหนือ ภาคตะวันออก</span>เฉียงเหนือของประเทศไทย จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้เพาะเลี้ยงแต่มีข้อเสียคืออายุการบ่มก้อนเชื้อค่อนข้างนาน</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การจำหน่ายผลผลิตเห็ดหอมควรจำหน่ายในรูปเห็ดสดดีกว่า และไม่นิยมแปรรูป</span>เป็นเห็ดแห้งเพราะว่าสายพันธุ์ที่ใช้เพาะในประเทศไทย ไม่เหมาะสมที่จะทำเป็นเห็ดแห้งเพราะว่ามีน้ำหนักแห้งต่ำเมื่อทำแห้งแล้วเห็ดจะมีสีดำและไม่คงรูปทรง</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เห็ดหอมเป็นเห็ดที่มีการจัดชั้นมาตรฐาน หรือการคัดเกรดตามขนาดของดอกเห็ด</span>และต้องมีการตัดแต่งก้านเห็ดยาวติดกับดอกประมาณ 2 เซนติเมตร</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งของเห็ดหอม คือต้องมีการรีบเก็บดอกเห็ดก่อนที่ดอกเห็ด</span>จะบานเพื่อไม่ให้ผลผลิตเสียราคา</li>
<li>ในการเก็บดอกเห็ดต้องเก็บดอกที่ยังตูมอยู่ค่อนข้างจะมีเวลาช่วงเวลาที่จำกัดเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวต้องใช้แรงงานในการเก็บให้ทัน</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เห็ดหอมเป็นเห็ดที่ใช้พื้นที่ในการตั้งวางในการบ่มก้อนเชื้อเห็ดมาก ไม่นิยมตั้งเรียง</span>ทับซ้อนกัน และการเปิดดอกเห็ดจะนิยมตั้งเรียงก้อนเห็ดบนพื้นของโรงเรือนเปิดดอก ไม่มีการเปิดดอกเห็ดบนชั้นวาง</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 17:15:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1666</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณค่าทางโภชนาการ  เห็ดเผาะ 100 กรัม ให้พลังงาน 47 กิโลแคลลอรี่ ประกอบด้วย น้ำ 85.7% โปรตีน 2.14% ไขมัน 0.39% คาร์โบไฮเดรต 8.40% แคลเซียม 0.038% ฟอสฟอรัส 0.083% ธาตุเหล็ก 0.004% วิตามิน 0.012%   การเตรียมหัวเชื้อเห็ดเผาะสำหรับใส่กล้าไม้ทำได้ 2 วิธี...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>คุณค่าทางโภชนาการ </strong></h3>
<ul>
<li>เห็ดเผาะ 100 กรัม</li>
<li>ให้พลังงาน 47 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย</li>
<li>น้ำ 85.7%</li>
<li>โปรตีน 2.14%</li>
<li>ไขมัน 0.39%</li>
<li>คาร์โบไฮเดรต 8.40%</li>
<li>แคลเซียม 0.038%</li>
<li>ฟอสฟอรัส 0.083%</li>
<li>ธาตุเหล็ก 0.004%</li>
<li>วิตามิน 0.012%</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเตรียมหัวเชื้อเห็ดเผาะสำหรับใส่กล้าไม้ทำได้ 2 วิธี คือ</strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>1. การเตรียมหัวเชื้อเห็ดในห้องปฏิบัติการ</strong></h3>
<ul>
<li>ดอกเห็ดสด</li>
<li>แยกเชื้อจากดอกเห็ดเผาะ</li>
<li>เพาะเชื้อเห็ดเผาะในอาหาร PDA</li>
<li>การเลี้ยงเชื้อเห็ดเผาะในอาหาร PDB บนเครื่องเขย่า</li>
<li>ตัวเนื้อเยื่อเห็ดถ้าเราใส่ลงไปในน้ำ</li>
<li>มันจะไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ</li>
<li>ต้องมีสารลดแรงตึงผิว เพื่อให้มันสามารถเกาะกับน้ำไม่ลอยขึ้นมา</li>
<li>ซึ่งสารลดแรงตึงผิวที่คนทั่วไปสามารถหาได้ก็คือน้ำยาล้างจาน</li>
<li>เราจะใส่ไปต่อขวดเพียง 2 &#8211; 3 หยด เท่านั้น</li>
<li>แล้วทิ้งไว้ 2 &#8211; 3 คืน ให้สปอร์อิ่มน้ำ แล้วจึงสามารถนำไปเทราดตรงโคนต้นไม้ได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2. การเตรียมหัวเชื้อเห็ดจากดอกเห็ดเผาะสด</strong></h3>
<ul>
<li>ดอกเห็ดแก่ 1 ส่วน : น้ำสะอาดปราศจากคลอรีน 2 ส่วน</li>
<li>ปั่นส่วนผสมให้ละเอียด จะได้หัวเชื้อพร้อมใส่กล้าไม้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเตรียมกล้าไม้สำหรับใส่เชื้อเห็ดเผาะ</strong></h3>
<ul>
<li>กลุ่มไม้วงศ์ยาง เช่น ยางนา, เหียง, พลวง, เต็ง, รัง และมะค่าโมง เป็นต้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเก็บเมล็ดสำหรับเพาะกล้าไม้</strong></h3>
<ul>
<li>คัดเลือกแม่ไม้ที่สมบูรณ์ ปลอดโรคและแมลงทำลาย</li>
<li>ควรเก็บเมล็ดที่แก่สมบูรณ์ ปลอดโรคและแมลงทำลาย</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเพาะกล้าไม้</strong></h3>
<ul>
<li>วัสดุเพาะดินดำหรือดินร่วน 2 : แกลบดำ 1 : ปุ๋ยคอก 1</li>
<li>ขนาดถุงเพาะชำ 2.5 x 9 นิ้ว</li>
<li>กระตุ้นการเกิดรากของเมล็ดด้วยการแช่น้ำ โดยการหมักในกระสอบป่าน ให้รากงอกก่อนเพาะลงถุง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การใส่เชื้อเห็ดเผาะในกล้าไม้</strong></h3>
<ul>
<li>ใส่เชื้อเห็ดเผาะ 20 ม.ล. / ต้น เมื่อกล้าไม้อายุ 30 &#8211; 45 วัน</li>
<li>ควรใส่ 2 ครั้ง ช่วงเวลาห่างกัน 15 &#8211; 30 วัน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การปลูกกล้าไม้</strong></h3>
<ul>
<li>ขุดหลุมลึก 2 เท่า ของถุงดินเพาะกล้าไม้</li>
<li>รองพื้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ผสมคลุกกับหน้าดิน</li>
<li>รดน้ำให้ชุ่ม ด้วยน้ำปราศจากคลอรีน</li>
<li>คลุมดินด้วยเศษซากพืช</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การดูแลต้นกล้าหลังปลูกและทำให้ออกเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li>รดน้ำอยู่เสมอ</li>
<li>คลุมดินด้วยซากพืช</li>
<li>ห้ามใช้ปุ๋ยเคมี และสารเคมีสำหรับปราบศัตรูพืช</li>
<li>ปีแรกจะออกดอกเห็ดน้อย</li>
<li>ปีที่สองนำเชื้อมาราดซ้ำ</li>
<li>ปีที่สามจะได้เห็ดมากมาย</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการนำเชื้อไปราดที่ต้นไม้ใหญ่ที่โตแล้ว</strong></h3>
<ul>
<li>ต้นไม้ที่เห็ดเผาะจะขึ้นได้ดีที่สุดคือต้นยางนาและต้นพะยอม</li>
<li>อีกทั้งตัวเชื้อราของเห็ดที่เกาะตามรากยังช่วยต้นไม้ย่อยสารอาหารโดยเฉพาะฟอสฟอรัสจากดินอีกด้วย</li>
<li>สกุลไม้ยาง เช่น ยางนา ไม้เต็ง ไม้รัง และต้นพะยอม</li>
<li>ไม้ที่เห็ดเผาะชอบที่สุดคือ ยางนา และต้นพะยอม</li>
<li>ใช้จอบหรือเสียมไปแซะบริเวณรากฝอยที่บริเวณโดยรอบโคนต้นไม้ใหญ่</li>
<li>แซะให้เกิดแผลเล็กน้อย ก่อนจะโรยเชื้อเห็ดลงไปที่บริเวณนั้น</li>
<li>แล้วใช้ดินกลบใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ได้ผลแบบเดียวกับวิธีการแรกคือ</li>
<li>ปีที่หนึ่งได้เห็ดน้อย พอเอาเชื้อมาราดซ้ำปีที่สามได้ผลผลิตมากเช่นเดียวกัน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การให้ผลผลิต ( ออกดอกเห็ด )</strong></h3>
<ul>
<li>ระยะเวลาในการเพาะเห็ดให้ออกดอกนั้นต้องใช้เวลา 3 ปี เป็นต้นไป</li>
<li>โดยวิธีการที่ดีก็คือการราดเชื้อเห็ดลงไปที่โคนของต้นกล้าอายุ 1 ปี ที่เริ่มแข็งแรง 2 &#8211; 3 ครั้งต่อเดือน</li>
<li>เมื่อต้นกล้าเริ่มแข็งแรงมีอายุ 2 &#8211; 3 ขวบ พอนำไปปลูกลงดิน</li>
<li>เชื้อที่เราราดลงไปจะอยู่ในรากของต้นกล้า</li>
<li>เมื่อเห็ดเผาะออกดอกแล้ว ถ้าได้รับการดูแลมันก็จะออกตลอดไป และมีจำนวนมากขึ้น</li>
<li>ตราบอายุขัยของต้นไม้นั้นที่มันอยู่ด้วย</li>
<li>มีโอกาสติดตามสถิติวิจัยถึง 97 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียวหากเพาะในเงื่อนไขที่ถูกต้องปีแรกให้ออกดอกเห็ดน้อย</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x500_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1-2048x1024.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/01-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad-2/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="686" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1024x686.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="02 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x670_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1024x686.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-300x201.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-768x515.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1536x1030.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-2048x1373.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/02-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="03 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x500_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x500_-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/03-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3 style="text-align: center;"><strong>วิธีเลือกเห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ</strong></h3>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1024x1024.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="04 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x1000_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1024x1024.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-300x300.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-150x150.jpg 150w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-768x768.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1536x1536.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-2048x2048.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/04-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>เห็ดหนุ่มใส วัยกระเตาะ</h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นช่วงอายุที่ผู้คนนิยมมากที่สุด เปลือกภายนอกสีจะออกขาว ๆ ไล่ไปจนถึงน้ำตาลอ่อน เมื่อลองบีบดูจะรู้สึกได้ถึงความบาง และมีความอ่อนนุ่ม กัดแล้วมีความกรุบเหมือนกระดูกอ่อน ด้านใน เนื้อจะเป็นสีขาว เนื้อนุ่ม ให้ความรู้สึกฟินแบบสุด ๆ เมื่อเคี้ยวแล้วเห็ดแตกไส้ในไหลอยู่ในปาก</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1024x1024.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="05 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x1000_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1024x1024.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-300x300.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-150x150.jpg 150w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-768x768.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1536x1536.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-2048x2048.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/05-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>เห็ดหนุ่มน้อย วัยว้าวุ่น</h3>
<p>เห็ดช่วงนี้จะมีอายุมากกว่าเกณฑ์การเป็นเห็ดอ่อนไปไม่กี่วัน เปลือกภายนอกแทบจะเหมือนเห็ดอ่อนแทบทั้งหมด ด้านใน เริ่มมีการเปลี่ยนสี และมีความแข็งตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ความฟินตอนเคี้ยวจะลดลงเพราะไส้ในบางอันก็นุ่ม บางอันก็เริ่มแข็งตัว ในสองช่วงอายุนี้จะนิยมนำไปต้มเกลือ เพราะไส้ในมีความฉ่ำ</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1024x1024.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="06 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x1000_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1024x1024.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-300x300.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-150x150.jpg 150w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-768x768.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1536x1536.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-2048x2048.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/06-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>เห็ดหนุ่มใหญ่ วัยกร้านโลก</h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากพ้นช่วงเด็กน้อยมา 5 &#8211; 7 วัน เริ่มก้าวสู่ความเป็นหนุ่มเปลือกภายนอกสีจะเริ่มเข้มขึ้น มีความแข็งและความเหนียวเพิ่มขึ้นมาจากตอกแรกค่อนข้างเยอะ เมื่อลองบีบจะรู้สึกได้ถึงความยืดหยุ่นของเปลือกด้านใน เริ่มเปลี่ยนเป็นสีออกเทา ๆ ไปจนถึงดำสนิท แต่จะยังคงความชุ่มชื้นภายในเอาไว้อยู่ เพียงแต่เนื้อไม่เหลว กินแล้วไม่ค่อยฟิน</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/07-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1-1024x1024.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="07 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x1000_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/07-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1-1024x1024.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/07-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1-300x300.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/07-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1-150x150.jpg 150w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/07-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1-768x768.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/07-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1-1536x1536.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/07-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1000_-01-1-2048x2048.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/07-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad-2/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>เห็ดพ่อเฒ่า วัยดึก</h3>
<p>นับเป็นระยะสุดท้ายของเห็ดเปลือกภายนอกสีจะออกน้ำตาลดำเข้ม เมื่อเอานิ้วบีบลงไปจะสามารถรู้สึกถึงความแข็ง และเหนียวได้อย่างชัดเจน ด้านในมีความแห้ง เนื้อสีดำสนิท เมื่อเคี้ยวจะรู้สึกถึงเพียงความเหนียวของเปลือก แต่ไม่ได้ความฉ่ำของเนื้อในเหมือนช่วงอายุอื่น ๆ ในสองช่วงอายุนี้จะนิยมนำไปใส่แกง หรือคั่วเพราะมีเนื้อเหนียว</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="686" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/08-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1024x686.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="08 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x670_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/08-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1024x686.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/08-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-300x201.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/08-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-768x515.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/08-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1536x1030.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/08-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-2048x1373.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/08-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>เมนูยอดนิยมของคนทางเหนือนั้นก็หนีไม่พ้น “เห็ดถอบต้มเกลือ” และ “คั่วเห็ดถอบใส่ยอดมะขาม”โดยกินพร้อมน้ำพริกอย่าง น้ำพริกข่า น้ำพริกตาแดง</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/10-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1500_-01-683x1024.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="10 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x1500_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/10-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1500_-01-683x1024.jpg 683w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/10-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1500_-01-200x300.jpg 200w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/10-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1500_-01-768x1152.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/10-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1500_-01-1024x1536.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/10-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1500_-01-1365x2048.jpg 1365w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/10-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x1500_-01-scaled.jpg 1707w" sizes="auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/10-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="686" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/09-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1024x686.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="09 การเพาะเห็ดเผาะ เห็ดถอบ 1000x670_-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/09-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1024x686.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/09-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-300x201.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/09-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-768x515.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/09-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-1536x1030.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/09-การเพาะเห็ดเผาะ-เห็ดถอบ-1000x670_-01-2048x1373.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/09-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%96%e0%b8%ad/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>เมื่อได้เห็ดถอบมาหากยังไม่ทำอาหาร แนะนำว่าอย่าเพิ่งล้างเพราะจะทำให้เห็ดเกิดการช้ำน้ำ และเสียได้ง่าย แต่ให้ห่อไว้ด้วยใบตอง หรือกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วแช่ตู้เย็นไว้ หรืออาจจะล้างทำความสะอาด เอาดินที่ติดอยู่ออกมาให้หมด จากนั้นจึงนำไปต้มในน้ำเกลือ แล้วแช่ไว้ในช่องฟรีซเก็บไว้ก็ได้</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 16:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1651</guid>

					<description><![CDATA[<p>เห็ดเข็มเงิน เห็ดเข็มทอง อยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่เดิมนั้นเกิดขึ้นเองบนตอไม้ผุ ในป่า ต่อมาได้นำมาเพาะเลี้ยงและพัฒนาการเพาะเลี้ยงมาเรื่อย ๆ ถือเป็นเห็ดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง เห็ดเข็มเงินหรือเห็ดเข็มทองมีลักษณะทางสัณฐานวิทยาแตกต่างกันเล็กน้อย...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>เห็ดเข็มเงิน เห็ดเข็มทอง อยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่เดิมนั้นเกิดขึ้นเองบนตอไม้ผุในป่า ต่อมาได้นำมาเพาะเลี้ยงและพัฒนาการเพาะเลี้ยงมาเรื่อย ๆ ถือเป็นเห็ดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง เห็ดเข็มเงินหรือเห็ดเข็มทองมีลักษณะทางสัณฐานวิทยาแตกต่างกันเล็กน้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>คุณค่าทางโภชนาการ เห็ดเข็มทอง</strong></h3>
<ul>
<li>โปรตีน 31.2</li>
<li>ไขมัน 5.8</li>
<li>เยื่อใย 3.3</li>
<li>เถ้า 7.6</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับวิธีการเพาะเห็ดเข็มทองมีขั้นตอนคล้ายคลึงกับการเพาะเห็ดอื่นๆ คือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเตรียมเชื้อเห็ด </strong></h3>
<ul>
<li>นำเชื้อเห็ดมาเพาะเส้นใยเห็ดในอาหารวุ้นพีดีเอ</li>
<li>และนำมาขยายเชื้อเห็ดในเมล็ดข้าวฟ่างที่ผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว</li>
<li>ซึ่งเส้นใยเมล็ดเห็ดเข็มทองจะเจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่าง 100 กรัม ในเวลา 12 วัน</li>
<li>หลังจากเชื้อเห็ดเจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่าง</li>
<li>ก็ให้นำเมล็ดข้าวฟ่างมาลงวัสดุเพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุเพาะเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li>ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 75 กิโลกรัม ( ทำการรดน้ำแล้วกองไว้จนมีน้ำสีใสไหลซึมออกมา )</li>
<li>รำละเอียด 20 กิโลกรัม</li>
<li>ข้าวโพดอบ บด 5 กิโลกรัม</li>
<li>น้ำ 60 กิโลกรัม</li>
<li>เชื้อเห็ด</li>
<li>ขวดหรือโหลพลาสติกทนความร้อน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีเพาะ</strong></h3>
<ul>
<li>ผสมวัสดุทั้งหมดนี้นำเข้าคลุกให้เข้ากันอย่างดี</li>
<li>มีความชื้นร้อยละ 60 &#8211; 65</li>
<li>นำอาหารที่เตรียมนี้ไปบรรจุที่ถุงพลาสติกทนร้อน ขนาด 7 x 12 นิ้ว</li>
<li>อาจบรรจุในถุงพลาสติกอัดได้ อัดให้แน่น ให้ได้ปริมาณอาหารถุงละ 600 กรัม<br />
ใส่คอขวด ปิดจุกสำลี</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้อาจใช้ขวดพลาสติกทนความร้อนสูง มีลักษณะทั่วไปโดยประมาณดังนี้</p>
<ul>
<li>ความจุ 1 ลิตร</li>
<li>ปากกว้าง 6 เซนติเมตร</li>
<li>ใส่วัสดุเพาะหมัก 750 กรัม</li>
<li>บรรจุขี้เลื่อยด้วยเครื่องบรรจุ พร้อมทั้งอัดและเจาะรูตรงกลางโดยอัตโนมัติ</li>
<li>ปิดปากขวดด้วยฝาพลาสติก และจุกประหยัดสำลี</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การนึ่งอาหาร</strong></h3>
<ul>
<li>ถุงอาหารขี้เลื่อยผสมที่เตรียมไว้แล้วนี้</li>
<li>นำไปผ่านการฆ่าเชื้อ โดยนึ่งในหม้อนึ่งไม่อัดความดันอุณหภูมิประมาณ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง</li>
<li>หรือนึ่งด้วยหม้อนึ่งอัดความดัน อุณหภูมิประมาณ 212 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 &#8211; 2 ชั่วโมง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การใส่เชื้อเห็ดเข็มทอง </strong></h3>
<ul>
<li>ถุงอาหารขี้เลื่อยผสม ซึ่งผ่านการนึ่งแล้วทิ้งไว้ให้เย็นลง</li>
<li>นำมาใส่เชื้อเห็ดเข็มทองที่เจริญในเมล็ดข้าวฟ่าง ถุงละ 15 &#8211; 20 เมล็ด</li>
<li>หลังจากนั้นให้นำขวดหรือถุงเพาะที่ใส่เชื้อเห็ดไปตั้งไว้ในห้องบ่มเชื้อ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การบ่มเชื้อ</strong></h3>
<ul>
<li>ห้องที่มีอุณหภูมิ อยู่ระหว่าง 18 &#8211; 21 องศาเซลเซียส</li>
<li>ใช้เวลา 25 &#8211; 30 วัน เชื้อก็เจริญเต็ม</li>
<li>เมื่อเชื้อเจริญเต็มขวดหรือถุง ให้เปิดฝาออกแล้วใช้สแตนเลสปลายแบนงอเหมือนช้อน ขุดเอาส่วนหน้าหรือส่วนที่เป็นเชื้อขี้เลื่อยออกให้หน้าเรียบ</li>
<li>นำไปห้องเปิดดอกต่อไป</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ห้องเปิดดอกที่ใช้ เครื่องปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิ เพาะให้ออกดอก</strong></h3>
<ul>
<li>ห้องเปิดดอก อุณหภูมิที่ 10 &#8211; 15 องศาเซลเซียส แล้วแต่สายพันธุ์เห็ด</li>
<li>ความชื้นร้อยละ 80 &#8211; 85</li>
<li>ไม่ต้องให้แสงสว่าง รักษาอุณหภูมิและความชื้นให้สม่ำเสมอ</li>
<li>ใช้เวลา 5 &#8211; 10 วัน เห็ดก็จะสร้างตุ่มดอก</li>
<li>เปิดจุกสำลีออก เมื่อเกิดดอกเล็ก ๆ</li>
<li>เริ่มให้แสงสว่าง และถอดคอขวดพลาสติกออก</li>
<li>เลี้ยงต่อจนดอกเห็ดโผล่พ้นปากขวด 2 &#8211; 3 เซนติเมตร</li>
<li>ก้านดอกจะชูหาแสงสว่าง ทำให้ก้านยาวและหมวกดอกโตอย่างสมบูรณ์</li>
<li>ช่วงนี้ปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเป็น 16 &#8211; 18 องศาเซลเซียส</li>
<li>หลังจากนั้นให้นำแผ่นพลาสติกหรือกระดาษห่อหุ้มปากขวดหรือปากถุงเป็นทรงกรวย</li>
<li>เพื่อประคองให้ลำต้นขึ้นตั้งตรงเป็นกลุ่ม จนกระทั่งได้ดอกสูง 12 &#8211; 14 เซนติเมตร</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เก็บเกี่ยวผลผลิต</strong></h3>
<ul>
<li>ก้านดอกเห็ดยาวประมาณ 9 &#8211; 14 เซนติเมตร</li>
<li>หมวกดอกจะมีขนาด 1 &#8211; 2 เซนติเมตร</li>
<li>จึงเอาพลาสติกออกเก็บดอกเห็ดโดยจับโคนดอกบิดดึงให้หลุดออกทั้งกอ เพราะบริเวณโคนดอกจะเชื่อมติดกันด้วยเส้นใยเห็ด</li>
<li>เก็บดอกครั้งเดียวพอ เพราะดอกชุดต่อไปจะออกน้อย คุณภาพไม่ดีไม่คุ้มกับเวลาและค่าใช้จ่าย</li>
<li>ระยะเวลาตั้งแต่สร้างตุ่มดอกจนถึงเก็บเห็ดได้ใช้เวลา 25 &#8211; 28 วัน</li>
<li>ได้ผลผลิต 150 &#8211; 200 กรัมต่อขวด</li>
<li>เห็ดเข็มทองจะเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นได้ไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยยังคงความสดของดอก และสีไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม</li>
<li>ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ( ต้นทุนครึ่งหนึ่งเป็นค่าไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศ )</li>
<li>เมื่อหักต้นทุนแล้วการจำหน่ายเห็ดเข็มทองจะได้กำไรจากการขายส่ง กิโลกรัมละ 20 &#8211; 40 บาท<br />
ซึ่งเห็ดเข็มทองยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมาก</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 09:37:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1590</guid>

					<description><![CDATA[<p>เห็ดแชมปญองจัดเปนเห็ดเศรษฐกิจที่มีความสําคัญมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง โดยเริ่มเพาะกัน ในประเทศฝรั่งเศสก่อนเมื่อ 300 ปีที่ผานมา ต่อมาไดมีการแพร่ขยายการเพาะเห็ดชนิดนี้ออกไปทั่วโลก ประเทศสหรัฐอเมริกาจัดเปนประเทศที่มีการผลิตเห็ดชนิดนี้มากที่สุด...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><span style="font-weight: 400;">เห็ดแชมปิญองจัดเปนเห็ดเศรษฐกิจที่มีความสําคัญมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง โดยเริ่มเพาะกันในประเทศฝรั่งเศสก่อนเมื่อ 300 ปีที่ผ่านมา ต่อมาได้มีการแพร่ขยายการเพาะเห็ดชนิดนี้ออกไปทั่วโลก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเทศสหรัฐอเมริกาจัดเป็นประเทศที่มีการผลิตเห็ดชนิดนี้มากที่สุด แต่ประเทศจีนและไต้หวันจัดเป็นประเทศที่ส่งเห็ดแชมปิญองสดขายเป็นสินค้าขาออกมากที่สุด ส่วนในประเทศไทยยังไม่มีการผลิตเห็ด แชมปิญองมากนัก และมีการสั่งเห็ดแชมปิญองเปนสินค้านําเข้าประมาณ 400 ตันต่อปี </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเห็ด แชมปิญองในประเทศไทยเริ่มต้นเมื่อปลายปี พ.ศ.2513 โดยบริษัทเอกชนได้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาเพาะเห็ดแชมปิญองที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นผลสําเร็จ แต่ผลผลิตของเห็ดยังไม่ดีเท่าที่ควร ต่อมาได้มีการปรับปรุงเทคนิควิธีการเพาะและขยายการเพาะเห็ดชนิดนี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศทางภาคเหนือของประเทศเหมาะสมต่อการเพาะเห็ดชนิดนี้มาก ประกอบกับวัสดุที่ใช้ในการเพาะได้แก่ ฟางข้าว ไม้ไผ่ และแรงงาน ฯลฯ ของมีอย่างมากมายและราคาถูก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จึงทําให้การเพาะเห็ดแชมปิญองในประเทศ ไทยได้เปรียบกว่าต่างประเทศมาก เป็นที่เชื่อได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้หากมีการส่งเสริมการเพาะเห็ดแชมปิญองอย่างจริงจังแล้วประเทศไทยจะเป็นแหล่งสําคัญแหล่งหนึ่งในการผลิตเห็ดแชมปิญอง ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินตราในการสั่งซื้อเห็ดแชมปิญองจากต่างประเทศ และสามารถส่งเห็ดแชมปิญองเป็น สินค้าออก ทํารายได้เข้าสู่ประเทศต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่านักวิชาการสามารถที่จะปรับปรุงพันธุ์เห็ดแชมปิญองจนได้พันธุ์ที่ทนร้อน  แต่สภาพที่</span><span style="font-weight: 400;">เหมาะสมต่อการผลิตเห็ดแชมปิญองคือ พื้นที่ทางแถบภาคเหนือของประเทศไทยเนื่องจากมีสภาพเหมาะสมต่อการเพาะเห็ดแชมปิญองหลายประการคือ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> สภาพอุณหภูมิอุณหภูมิทางแถบภาคเหนือจะลดต่ำลงมากในช่วงปลายเดือนตุลาคม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">อุณหภูมิจะลดลงเหลือ 21-25 องศาเซลเซียส </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมต่อการเพาะเห็ด คือช่วงปลายเดือน พฤศจิกายนถึงต้นเดือนกุมภาพันธุ์  เพราะอุณหภูมิในช่วงนี้ลดเหลือ 16-18 องศาเซลเซียส</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมาะต่อการพัฒนาการของดอกเห็ดมาก ถึงแม้ว่าอุณหภูมิในช่วงกลางคืนและกลางวันจะแตกต่างกันมากก็ตาม แต่สามารถช่วยได้โดยการฉีดน้ำช่วยในช่วงกลางวัน นอกจากนี้บริเวณพื้นที่บนภูเขาสูง ๆ จะมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำตลอดปี จึงเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเพาะเห็ดแชมปิญอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> วัสดุที่ใช้เพาะในพื้นที่แถบจังหวัดภาคเหนือเกษตรกรมีการปลูกข้าวเป็นพืชหลักเกือบทุก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">พื้นที่จึงทำให้วัสดุหลักที่ใช้ในการเพาะเห็ดแชมปิญองมีเพียงพอ นอกจากนี้วัสดุที่ใช้เป็นอาหารเสริม เช่น มูลสัตว์  รำข้าว ฯลฯ ยังมีราคาถูกและสามารถหาซื้อได้ทั่ว ๆ ไปในท้องตลาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> แรงงานการเพาะเห็ดแชมปิญองจะใช้แรงงานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะถ้าจะผลิตใน</span>ลักษณะโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับปัญหาด้านแรงงานประเทศไทยได้เปรียบต่างประเทศมาก เพราะค่าแรงงานถูกกว่า</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ตลาดและความต้องการเห็ดแชมปิญอง ทั้งภายในและต่างประเทศค่อนข้างสูง จึงไม่มี</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาด้านตลาดเหมือนกับเห็ดชนิดอื่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ดแชมปิญอง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดแชมปิญอง จะคล้ายกับการเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดนางฟ้า นางรม ฯลฯ ซึ่งอาจทำได้หลายวิธี ได้แก่</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> การเพาะเลี้ยงสปอร์ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การต่อเชื้อเส้นใยจากการเพาะเลี้ยงสปอร์</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ถ้าเปรียบเทียบกันทั้ง 3 วิธี จะพบว่า </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเลี้ยงสปอร์ของเห็ดแชมปิญอง อาจให้ผลผลิตแตกต่างจากเดิมและพันธุ์ใหม่อาจให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ผลจากการทดลองพบว่า ผลผลิตที่ได้จะลดต่ำลง วิธีนี้จึงไม่นิยมใช้กันมากนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลี้ยงเชื้อโดยวิธีต่อเชื้อหรือต่อเส้นใยเห็ด ที่ได้จากการเลี้ยงด้วยสปอร์  เป็นวิธีที่นิยมใช้กันทั่ว ๆ ไป วิธีการนี้ต้องคอยหมั่นตรวจสอบลักษณะการเจริญเติบโตของเส้นใย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นใยเห็ดที่เจริญแบบขาวฟูจะเจริญเติบโตช้ากว่าเส้นใยที่เจริญเป็นปกติ การที่เส้นใยที่มีลักษณะขาวเจริญเติบโตช้า ทำให้เสียเวลาและมีโอกาสที่เชื้อจุลินทรีย์อื่น ๆ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสอาจเจริญปะปนได้ นอกจากนี้ยังให้ผลผลิตต่ำ การที่เส้นใยมีลักษณะขาวฟูนั้นอาจเกิดจากพันธุ์เห็ดและอาหารที่ใช้เลี้ยงเส้นใย จากการทดลองพบว่าลักษณะการผิดปกติของเส้นใยเกิดขึ้นน้อยในอาหารที่เป็นวุ้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สายพันธุ์ของเห็ดแชมปิญอง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เห็ดแชมปิญองที่เพาะกันทั่ว ๆ ไป ในรูปของการค้าสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> พันธุ์ดอกสีขาว เห็ดแชมปิญองมีสีขาวบริสุทธิ์  โคนก้านดอกค่อนข้างเล็กและยาว เห็ดแชม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ปิญองพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพดี สีขาวและรสชาติดี พันธุ์ดอกสีขาวที่เพาะกันทั่ว ๆ ไป ได้แก่ Snow White, Pure White, Golden White, Silver White, White King, White Queen</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> พันธุ์ดอกสีครีม จัดเป็นพันธุ์ดอกเห็ดที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดอกใหญ่สีครีม พันธุ์พวก</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">นี้ได้แก่ Sattons twenty century, Downing town, เบอร์ 49 และ 50</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> พันธุ์ดอกสีน้ำตาล จัดเป็นพันธุ์เห็ดแชมปิญองที่มีเนื้อแน่นกลิ่นหอม ก้านดอกสั้น ผลผลิต</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">สูง และทนร้อนได้ดี เห็ดพันธุ์นี้ก็คือ Best England  ซึ่งนิยมเพาะกันมากในประเทศอังกฤษ</span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="922" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-ตารางธาตุอาหารของเห็ดแชมปิญอง-01-1024x922.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 ตารางธาตุอาหารของเห็ดแชมปิญอง-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-ตารางธาตุอาหารของเห็ดแชมปิญอง-01-1024x922.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-ตารางธาตุอาหารของเห็ดแชมปิญอง-01-300x270.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-ตารางธาตุอาหารของเห็ดแชมปิญอง-01-768x691.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-ตารางธาตุอาหารของเห็ดแชมปิญอง-01-1536x1383.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-ตารางธาตุอาหารของเห็ดแชมปิญอง-01-2048x1844.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/01-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94-4/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดแชมปิญอง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดแชมปิญอง อาจจะเพาะเลี้ยงสปอร์ หรือเนื้อเยื่อของเห็ดก็ได้วิธี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดก็คล้ายกับเห็ดนางรม นางฟ้า ฯลฯ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>1. การเพาะเลี้ยงเส้นใยบนอาหารวุ้น</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเลี้ยงเส้นใยบนอาหารวุ้น ได้มีการทดลองใช้อาหารวุ้นหลายสูตรที่เหมาะสมต่อเห็ด</span><span style="font-weight: 400;">แชมปิญอง ได้แก่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตร</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ข้าวสาลี 125 กรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> วุ้นทำขนม 2 เปอร์เซ็นต์ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> น้ำสะอาด 4 ลิตร</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีทำ</strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำเมล็ดข้าวสาลี 125 กรัม มาต้มกับน้ำสะอาด 4 ลิตร เป็นเวลา 2 ชั่วโมง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง จึงแยกเอาน้ำออกจากเมล็ดข้าวสาลี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำน้ำสกัดข้าวสาลีมาต้ม พร้อมกับใส่วุ้นทำขนมลงไปประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์  โดยน้ำหนัก</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2. การเลี้ยงเส้นใยบนเมล็ดธัญพืช </strong></h3>
<p><strong>สูตรการเลี้ยงเส้นใยบนเมล็ดธัญพืช </strong></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> เมล็ดข้าวสาลี 10 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยิปซั่ม (CaSO4.2H2O) 120 กรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หินปูน (CaCO3) 30 กรัม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีทำ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำเมล็ดข้าวสาลีมาต้มกับน้ำที่สะอาดจำนวน 15 ลิตร ให้น้ำเดือดนานประมาณ 15 นาที</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">และยกลงจากเตาตั้งทิ้งไว้ให้เย็นนานประมาณ 15 นาที เพื่อให้เมล็ดข้าวสาลีดูดซึมน้ำ</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> กรองเอาน้ำออกด้วยตะแกรง ในระยะนี้ควรใช้ช้อนที่ทำด้วยไม้ กลับเมล็ดข้าวสาลีหลาย ๆ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ครั้ง เมื่อเมล็ดข้าวสาลีเย็นตัวลงจึงคลุกเมล็ดข้าวสาลีกับยิปซั่มและปูนขาวลงไป ยิปซั่มที่ใส่ลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้เมล็ดข้าวสาลีจับตัวกันแน่น ส่วนปูนขาวจะช่วยในการปรับสภาพความเป็น กรด-ด่าง pH ให้เหมาะสม</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำเมล็ดข้าวสาลีบรรจุลงในขวดแบนประมาณ  ¾  ของขวดพร้อมกับปิดจุกด้วยสำลีและหุ้ม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยกระดาษ นำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งความดัน โดยใช้ความดันที่ 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว นานประมาณ 30-45 นาที</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> เมื่อขวดเมล็ดข้าวสาลีเย็นตัวลง จึงเขี่ยเชื้อเห็ดแชมปิญองที่เลี้ยงบนอาหารวุ้นใส่ลงไปหลัง</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเส้นใยเห็ดเดินได้ 5-7 วัน ให้เขย่าขวดเพื่อให้เมล็ดข้าวสาลีที่มีเชื้อเห็ดบางส่วนกระจาย ซึ่งจะช่วยให้เชื้อเห็ดกระจายเต็มเมล็ดข้าวสาลีได้เร็วขึ้น เมื่อเส้นใยเห็ดเจริญเต็มเมล็ดข้าวสาลีแล้ว ให้นำไปเพาะลงในปุ๋ยหมักต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเพาะเห็ดแชมปิญองให้ออกดอก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเพาะเห็ดหรือทำให้เห็ดแชมปิญองออกดอก ส่วนใหญ่จะใช้วัสดุหลายชนิด วัสดุที่ใช้เป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสำหรับการเพาะเห็ดคือ ฟางข้าวเจ้า ฟางข้าวสาลี ฟางข้าวโอ๊ต ฯลฯ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุในการเพาะที่สำคัญมีดังนี้   </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ฟางข้าว ( Rice Straw ) ในการเพาะเห็ดแชมปิญอง แม้ว่าจะสามารถใช้ฟางข้าวได้หลาย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ชนิดก็ตาม แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ฟางข้าวเจ้านับว่าเหมาะสมมากที่สุดเพราะหาง่ายฟางข้าวดูดซึมน้ำได้ดีและมีเชื้อจุลินทรีย์ที่ช่วยในการหมักปุ๋ย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> มูลสัตว์ ( Manure ) นับว่าเป็นแหล่งอาหารที่ดีสำหรับเห็ดแชมปิญอง มูลสัตว์ที่นิยมใช้ ได้แก่</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">มูลม้า มูลไก่ มูลสุกร ฯลฯ มูลสัตว์พวกนี้จะมีปริมาณของไนโตรเจนแตกต่างกัน และจัดเป็นแหล่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาหารที่ประหยัดสำหรับเห็ดแชมปิญอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ธาตุอาหาร ( Available Nutrients ) หรืออาหารเสริมที่ใช้ในการเพาะเห็ดแชมปิญองมีหลาย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ชนิด คือ</span><span style="font-weight: 400;">พวกคาร์โบไฮเดรต ( Carbohydrate ) แหล่งอาหารคาร์โบไฮเดรต ที่หาได้ทั่ว ๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไป ได้แก่ แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว น้ำตาล ฯลฯ ซึ่งเห็ดสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตได้อย่างดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> พวกไนโตรเจน ( Nitrogen ) แหล่งอาหารประเภทไนโตรเจนที่สำคัญต่อการเจริญ</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">เติบโตของเห็ดแชมปิญอง  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ธาตุอาหารอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเห็ด เช่น โปแตสเซียม (K)</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟอสฟอรัส (P) ยิปซั่ม ( CaSO4.2H2O ) ฯลฯ ซึ่งเห็ดแชมปิญองสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เห็ดแชมปิญองพันธุ์สีขาว ลักษณะขาเห็ดจะค่อนข้างเล็กและยาว มีคุณภาพที่ดีทั้งรส กลิ่น เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในปัจจุบัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนอีกพันธุ์คือ พันธุ์สีน้ำตาล ลักษณะดอกเห็ดมีสีน้ำตาล กลิ่นหอม เนื้อแน่น ขาเห็ดสั้น ผลผลิตสูง ทนร้อน</span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="02 การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/02-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%ad%e0%b8%87-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><span style="font-weight: 400;">วัสดุเพาะ (ปุ๋ยหมัก) ที่ใช้ในการเพาะเห็ดแชมปิญอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการผสมปุ๋ยหมักที่ใช้ในการเพาะเห็ดแชมปิญองที่มีคุณภาพดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ควรให้ปุ๋ยหมักมีความชื้น 68-72 % สูตรที่ใช้ในการเพาะเห็ดแชมปิญองมีหลายสูตร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตรที่ 1 ประกอบด้วย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ฟางข้าว 68 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ซังข้าวโพด 68 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ส่าเหล้า หรือกากเบียร์ 13.6 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> มูลไก่ 11.3 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยูเรีย1.18 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> โปแตสเซียม 1.63 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยิปซั่ม 4.53 กิโลกรัม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตรที่ 2 ประกอบด้วย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ฟางข้าว 1016 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซังข้าวโพด 1700 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> โปแตสเซียมคลอไรด์ 11.3 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยูเรีย 3.6 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> แอมโมเนียมไนเตรท 11.3 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">กากเบียร์ 34 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยิปซั่ม 22.7 กิโลกรัม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตรที่ 3 ประกอบด้วย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> มูลม้า 1016 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">มูลไก่ 101.6 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> กากน้ำตาล 38.1 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> กากฝ้าย 15.24 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยิปซั่ม 15.24 กิโลกรัม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตรที่ 4 ประกอบด้วย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ฟางข้าว 600 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปุ๋ยยูเรีย10 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แอมโมเนียมซัลเฟต 13 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดับเบิ้ลซุปเปอร์ฟอสเฟต 12 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปูนขาว 20 กิโลกรัม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตรที่ 5 ประกอบด้วย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ฟางข้าว 600 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ซังข้าวโพดบด 400 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> แคลเซียมไซยานาไนด์ 14 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> แอมโมเนียมไนเตรท 10 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> โปแตสเซียมไนเตรท 10 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยิปซั่ม 25 กิโลกรัม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตรที่ 6 ประกอบด้วย</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ฟางข้าว 1,000 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเมื่อเริ่มกองปุ๋ยหมักผสม : ซุปเปอร์ฟอสเฟต 12 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยิปซั่ม 16 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เมื่อกลับกองปุ๋ยครั้งแรกผสม : แอมโมเนียมซัลเฟต 20 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เมื่อกลับกองปุ๋ยครั้งที่สองผสม : รำข้าว 30 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ปูนขาว 13 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ยูเรีย10 กิโลกรัม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การหมักฟางสำหรับเพาะเห็ดแชมปิญอง</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">การหมักฟางนับว่ามีความสำคัญมาก โดยนำฟางที่จะเพาะเห็ดมาสับให้มีความยาวประมาณ </span>6-8 นิ้ว</li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำมาอัดหมักไว้ในกรอบไม้ที่มีความกว้าง 1.5 เมตร ยาว 2 เมตร และสูงประมาณ 30-50 ซม. </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำฟางมาอัดเป็นชั้น ๆ สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ประมาณ 1 เมตร </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใน</span><span style="font-weight: 400;">แต่ละชั้นของฟางให้ใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ลงไปแต่ละชั้นเท่า ๆ กัน ขั้นตอนในการหมักฟางอาจกระทำได้ </span>2 วิธี</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การหมักฟางแบบที่ 1 ใช้เวลา 7-10 วัน ( ฤดูหนาว )</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 1 ให้ทำกองปุ๋ยหมักและใส่ปุ๋ยไนโตรเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 3 กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 1 พร้อมกับใส่ปุ๋ยไนโตรเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 5 กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 2 พร้อมกับใส่คาร์โบไฮเดรต หรือรำข้าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 7 กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 3 ปรับความชื้นให้เหมาะสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 9 นำปุ๋ยหมักใส่ถาดเข้าห้องพีคฮีทติ้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การหมักฟางแบบที่ 2 ใช้เวลา 8-9 วัน ( ฤดูร้อน / ฝน )</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 1 ทำกองปุ๋ยหมัก พร้อมกับเติมมูลสัตว์  พวกมูลไก่ลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 3 กลับกองปุ๋ยครั้งที่ 1 พร้อมกับเติมยิปซั่มและกากเมล็ดฝ้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 5 กลับกองปุ๋ยหมักครั้งที่ 2 พร้อมเติมรำปรับความชื้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> วันที่ 8 ขนใส่ถาดเข้าโรงเรือนทำพีคฮีทติ้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ลักษณะของปุ๋ยหมักที่ดีก่อนนำไปทำพีคฮีทติ้ง ปุ๋ยหมักควรมีลักษณะดังนี้   </strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> สีของปุ๋ยหมักค่อนข้างคล้ำ และความชื้นของฟางเหมาะสม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เส้นฟางจะต้องไม่เหนียวและเปื่อยยุ่ยพอสมควร ส่วนความชื้นของปุ๋ยหมัก ควรอยู่ในช่วง </span>72-75 % เมื่อนำฟางขึ้นมากำจะพบว่ามีน้ำไหลออกมาจากง่ามมือเล็กน้อย</li>
</ol>
<ol start="3">
<li><span style="font-weight: 400;"> มีเส้นใยสีขาวของเชื้อ actinomycetes  เจริญขึ้นมาเล็กน้อย และควรมีกลิ่นหอมของเห็ด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ปุ๋ยหมักควรมีปริมาณของไนโตรเจน ประมาณ 1.6-1.8 %</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><strong>การทำพีคฮีทติ้ง ( Peak heating )</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากหมักปุ๋ยได้ที่แล้ว ให้นำปุ๋ยหมักมาทำพีคฮีทติ้ง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการใหม่ที่ใช้เพาะเห็ด</span>แชมปิญอง</li>
<li>ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงระหว่างการหมักฟางนั้น ปุ๋ยหมักอาจชื้นหรือแห้งเกินไป และมีสภาพไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเห็ด</li>
<li>ถ้านำฟางที่หมักมาผ่านขบวนการพีคฮีทติ้ง โดยทำการควบคุมอุณหภูมิความชื้น การถ่ายเทอากาศ ( และฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด )</li>
<li>ทำให้ปุ๋ยหมักที่ผ่านการทำพีคฮีทติ้งมีคุณสมบัติทางเคมี ฟิสิกส์  และชีวะ เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำพีคฮีทติ้งเป็นการกระตุ้นเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ชอบความร้อน ( Thermophilic bacteria ) จะช่วยในการแปรรูปไนโตรเจนให้มาอยู่ในรูปแอมโมเนีย ต่อมาเชื้อรา ( Fungi ) ที่ชอบความร้อนและอยู่ในกลุ่มโทรูล่า ( Torula ) และเฮมิคูล่า ( Humicola ) สามารถเปลี่ยนแอมโมเนียให้มาอยู่ในรูปโปรตีน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเห็ดสามารถนำมาใช้ในการเจริญเติบโตต่อไป อุณหภูมิที่เหมาะต่อการทำพีคฮีทติ้งควรอยู่ระหว่าง 55-60 องศาเซลเซียส จุดมุ่งหมายในการทำพีคฮีทติ้งก็คือการปรับปรุงสภาพปุ๋ยหมักให้เหมาะสมต่อ การเจริญเติบโตของเห็ด ส่วนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์และแมลงบางชนิดเป็นผลพลอยได้เท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำพีคฮีทติ้ง ประกอบด้วย</strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> เครื่องดูดเป่าอากาศ (Blower) ขนาดแรงม้า 1 เครื่อง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ท่อน้ำอากาศ อาจใช้ท่อพลาสติก หรือท่อสังกะสีก็ได้ โดยให้มีขนาดที่สามารถต่อกับ</span>เครื่องดูด &#8211; เป่าอากาศได้พอดี ท่อดังกล่าว ใช้เป็นท่อส่งอากาศจากภายนอกเข้าไปในโรงเห็ด และมีท่อดูดอากาศภายในโรงเรือนด้วย</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ไส้กรองอากาศ ใช้สำหรับกรองอากาศจากภายนอกที่ผ่านเข้าไปในโรงเห็ด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เครื่องทำไอน้ำอาจจะใช้ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรหลายถัง ขึ้นกับขนาดของโรงเรือน</span>เพื่อต้มน้ำและส่งไอนำเข้าไปในโรงเรือน</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถาดใส่ฟางหมัก และใช้ในการเพาะเห็ด ควรใช้ถาดที่สามารถเคลื่อนย้ายได้เพื่อสะดวกใน</span>การควบคุมความสะอาดของโรงเรือน และป้องกันการระบาดของเชื้อโรคภายในโรงเรือนได้อย่างดี ขนาดของถาดที่ใช้ในการเพาะควรมีขนาด 1.20 x 1.75 เมตร</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ลักษณะของโรงเรือน</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ในการเพาะเห็ดแชมปิญองเป็นอุตสาหกรรม ผู้เพาะต้องวางแผนในการปลูกสร้างโรงเรือนให้</span>เหมาะสมโดยใช้วัสดุถาวร แต่ถ้าเพาะไม่มากนักอาจจะดัดแปลงโดยใช้โรงเรือนที่มุงด้วยใบจาก ภายในได้</li>
<li><span style="font-weight: 400;">โรงเรือนให้บุด้วยพลาสติก และเจาะหน้าต่างด้านละ 1 แห่ง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าจะสร้างแบบถาวร ควรสร้างโรงเรือนที่สามารถใช้บรรจุถาดใช้เพาะเห็ดได้ประมาณ 220 ถาด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งสามารถใช้ปุ๋ยหมักในการเพาะเห็ดถึง 38 ตัน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แต่ผู้เพาะอาจจะดัดแปลงขนาดโรงเรือนให้เล็กลงได้ตามความเหมาะสม</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นตอนการทำพีคฮีทติ้ง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากการหมักฟางเพาะเห็ดได้ที่แล้วให้ทำพีคฮีทติ้ง โดยปฏิบัติเป็นขั้น ๆ ดังนี้   </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำฟางหมักใส่ลงในถาดเพาะเห็ด โดยใช้ฟางหมักประมาณ 86 กิโลกรัมต่อ 1 ตาราง</span>เมตร</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> พ่นอากาศเข้าไปในโรงเพาะเห็ดให้อากาศหมุนเวียนนานประมาณ 1 ชม.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หยุดเป่าลมแต่ให้ปล่อยไอน้ำเข้าไปในโรงเรือน พร้อมกับดูดอากาศด้านล่างเป่าขึ้นด้านบน</span>เพื่อกระจายอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้สม่ำเสมอในระยะนี้ให้รักษาอุณหภูมิภายในโรงเรือนอยู่ในระดับ 60 องศาเซลเซียส นานประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และแมลงที่ติดมากับปุ๋ยหมัก</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> อุณหภูมิภายในโรงเรือนจะสูงขึ้นเนื่องจากไอน้ำร้อน และเกิดการสลายตัวของปุ๋ยหมักโดย</span>เฉพาะในวันที่ 2 อุณหภูมิอาจสูงประมาณ 55-60 องศาเซลเซียส</li>
<li>ในวันที่ 3 ควรปล่อยอากาศเข้าไปในโรงเรือนบ้าง และรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับ 50-60 องศาเซลเซียส นานประมาณ 10 ชม. อย่าให้อุณหภูมิสูงกว่าระดับดังกล่าว เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียธาตุไนโตรเจนในรูปของแอมโมเนีย</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หลังจากนั้นให้ลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้อยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียส นานประมาณ 14 ชั่วโมง และค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลงวันละ 10 องศาเซลเซียส จนกระทั่งปุ๋ยหมักมีอุณหภูมิ 28-30 องศาเซลเซียส สามารถใช้เพาะเห็ดได้ทันที</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การทำพีคฮีทติ้งจะใช้เวลานานที่สุดประมาณ 7 วัน ก็สมบูรณ์และหลังจากใส่เชื้อเห็ดลง</span>ไปแล้วจะพบว่ามีเส้นใยสีขาวหรือสีเทาแผ่คลุมทั่วผิวหน้าของฟางที่ใช้หมักเส้นใยเหล่านี้เป็นพวกเชื้อรา ( Fungi ) พวกเฮมิคูล่า และโทรูล่า ซึ่งภายหลังจะเป็นอาหารของเห็ดเป็นอย่างดี</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><strong>ลักษณะปุ๋ยหมักที่ดีหลังจากทำพีคฮีทติ้ง</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ปุ๋ยหมักที่เหมาะต่อการเพาะเห็ดแชมปิญอง หลังจากที่ผ่านการทำพีคฮีทติ้งแล้ว ปุ๋ยหมักที่ดี</span><span style="font-weight: 400;">ควรมีลักษณะดังนี้   </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ปุ๋ยหมักควรมีสีน้ำตาลดำ ฟางที่หมักจะต้องนุ่มและเปื่อยยุ่ยพอสมควรเมื่อบีบ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ความชื้นของปุ๋ยหมักควรอยู่ระหว่าง 70-73 % เมื่อนำมากำแล้วบีบดูจะพบว่ามีน้ำไหล</span>ออกมาตามง่ามมือเล็กน้อย</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ไม่มีกลิ่นของแอมโมเนีย ความเป็นกรด-ด่าง pH ของปุ๋ยหมักไม่ควรเกิน 7.5 และมีกลิ่นหอม</span>คล้ายเห็ด</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> มีเชื้อราเฮมิคูล่าและโทรูล่า ขึ้นกระจายบาง ๆ ทั่วผิวหน้าของปุ๋ยหมัก</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> มีปริมาณของไนโตรเจนประมาณ 1.8-2.0%  และมีแอมโมเนียต่ำกว่า 0.1%</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="font-weight: 400;"> <strong>การใส่เชื้อเห็ด ( Spawning )</strong></span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปุ๋ยหมักที่ใช้เพาะเห็ดผ่านการทำพีคฮีทติ้ง และมีสภาพเหมาะต่อการนำมาเพาะแล้ว ให้ทำ</span><span style="font-weight: 400;">การใส่หัวเชื้อเห็ดลงในปุ๋ยหมัก โดยให้ปฏิบัติดังนี้   </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ให้ล้างมือและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเพาะเชื้อเห็ดแชมปิญองให้สะอาด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำหัวเชื้อเห็ดแชมปิญองที่เลี้ยงบนเมล็ดข้าวฟ่างหรือข้าวสาลีใส่ลงไปในปุ๋ยหมัก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยการ</span>เจาะรูบนปุ๋ยหมักที่อยู่ในถาด ให้ลึกประมาณ 3 ซม.</li>
<li>ให้แต่ละรูอยู่ห่างกัน 15 &#8211; 20 ซม.</li>
<li>ใช้หัวเชื้อประมาณ 500 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร</li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากใส่หัวเชื้อไปแล้ว ให้ใช้ปุ๋ยกลบรูที่ใส่เชื้อ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะนี้หลังจากเชื้อเริ่มเดินแล้ว ไม่ต้อง</span>รดน้ำ</li>
<li>แต่ถ้าผิวของปุ๋ยหมักแห้งควรให้น้ำแบบฉีดพ่นฝอยเล็กน้อย</li>
<li>เส้นใยของเห็ดแชมปิญองจะเจริญเข้าไปในปุ๋ยหมัก และเจริญเต็มผิวหน้าของปุ๋ยหมัก เชื้อจะเจริญเติบโตเต็มที่โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน</li>
<li>ในระยะนี้ควรรักษาความสะอาด อุณหภูมิและความชื้นภายในโรงเรือนให้สม่ำเสมอ</li>
<li>ถ้าอากาศเย็นจะให้ผลผลิตสูง</li>
<li>แต่ที่สำคัญก็คือต้องระวังแมลงศัตรูเห็ดที่จะมาทำลายเส้นใยเห็ดแชมปิญอง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ในบางครั้งเส้นใยเห็ดแชมปิญองอาจเจริญช้าเนื่องจากสาเหตุหลายประการคือ</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">หัวเชื้อที่ใช้เพาะเห็ดคุณภาพไม่ดี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สภาพของปุ๋ยหมักไม่เหมาะสม ได้แก่ สภาพความเป็น กรด-ด่าง pH สูงกว่า 7.5 </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส หรือปุ๋ยหมักยังหมักไม่ได้ที่</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">มีโรคแมลงศัตรูเห็ดคอยรบกวนและทำลายเส้นใยเห็ด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปุ๋ยหมักในชั้นที่เพาะมีอายุนานเกินไปตามปกติ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ระยะเวลาในการทำพีคฮีทติ้งไม่ควร</span>เกิน 7 วัน</li>
<li>และเมื่ออุณหภูมิลดลงควรรีบใส่เชื้อทันทีไม่ควรทิ้งไว้นานเพราะโรคและแมลงศัตรูเห็ดอาจเข้าทำลายได้</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การกลบดิน ( Casing )</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากต่อเชื้อเห็ดลงในปุ๋ยหมักได้ประมาณ 15 &#8211; 20 วัน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นระยะที่เส้นใยเห็ดในกองปุ๋ยหมักเจริญเติบโตเต็มที่และเส้นใยสานกันดีแล้ว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะนี้ควรนำดินที่เตรียมไว้กลบลงบนปุ๋ยหมักโดยให้กลบดินหนาประมาณ 2-3 ซม. </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดินที่ใช้กลบควรนำมาร่อนเอาดินที่มีขนาดใหญ่ออกก่อน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดินที่ใช้กลบควรมีขนาด 0.5 &#8211; 1.0 ซม. นับว่าเหมาะสมมากที่สุด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดินดังกล่าวต้องสะอาดปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ที่จะทำลายเส้นใยเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดินที่ใช้กลบถ้าผ่านการฆ่าเชื้อได้ยิ่งเป็นการดี</span></li>
<li>โดยการอบไอน้ำให้มีอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที</li>
<li>ดินที่ใช้กลบควรเป็นดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุสูง</li>
<li>ในการกลบผิวหน้าของปุ๋ยหมัก ควรปรับให้เรียบและกระจายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยรักษาความชื้นในกองปุ๋ยหมัก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การกลบผิวหน้าดังกล่าวมีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ดแชมปิญองเนื่องจาก</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ดินที่ใช้กลบเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์พวก actinomycetes และเชื้อแบคทีเรียที่ช่วย</span>กระตุ้นให้เกิดดอกเห็ด</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ดินที่ใช้กลบช่วยรักษาความชื้นในกองปุ๋ยหมักให้เหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใย และการ</span>เกิดดอกเห็ด</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ดินที่กลบเป็นฐานให้ดอกเห็ดยึด ทำให้เห็ดสามารถทรงดอกเห็ดอยู่ได้ไม่ล้ม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในการรดน้ำถ้ารดกับกองปุ๋ยหมักโดยตรง จะทำให้เส้นใยของเห็ดขาดและเน่าได้ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การใช้ดิน</span>กลบจะช่วยไม่ให้น้ำสัมผัสกับเส้นใยโดยตรง และช่วยลดความเสียหายเนื่องจากเส้นใยถูกทำลายได้อย่างดี</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การกลบดินนอกจากจะช่วยรักษาความชื้นแล้วยังช่วยลดอุณหภูมิในแปลงเห็ดให้ต่ำ ซึ่ง</span>เหมาะต่อการพัฒนาไปเป็นดอกเห็ดได้อย่างดี</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การปฏิบัติดูแลรักษา</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากกลบปุ๋ยหมักด้วยดินแล้ว การปฏิบัติดูแลรักษาในระยะนี้นับว่าสำคัญมากเพราะเป็น</span><span style="font-weight: 400;">ระยะที่เห็ดกำลังพัฒนาไปเป็นดอก การปฏิบัติดูแลรักษาควรปฏิบัติเป็นขั้น ๆ ดังนี้   </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในสัปดาห์แรกหลังการกลบดิน ควรรักษาอุณหภูมิในโรงเรือนไว้ประมาณ 21 องศาเซลเซียส </span>ในสัปดาห์ ที่ 2 และ 3 ให้ลดอุณหภูมิลงเหลือ 18 องศาเซลเซียส แต่สำหรับประเทศไทยอุณหภูมิในระหว่างการเดินของเชื้อมักเกิน 26 องศาเซลเซียส จึงทำให้แปลงเพาะเห็ดถูกรบกวนด้วยเชื้อราและไรอยู่เสมอ ผลผลิตจึงค่อนข้างต่ำ</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การรดน้ำควรให้น้ำแบบฉีดพ่นฝอยให้ละเอียดโดยให้น้ำเช้าเย็นวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้ดินที่</span>ใช้กลบแปลงมีความชื้นอยู่ตลอดเวลา</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การระบายอากาศ ควรให้โรงเรือนที่เพาะเห็ดมีการถ่ายเทอากาศอยู่ตลอดเวลา เพื่อลดการ</span>สะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ดเพราะถ้ามีการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากจะทำให้เห็ดดอกเล็ก ก้านยาว จำนวนดอกเห็ดลดลง และโอกาสที่เชื้อโรคจะแพร่ระบาดทำลายเห็ดได้มาก</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดแชมปิญอง ควรอยู่ระหว่าง 15 &#8211; 18 องศาเซลเซียส ดังนั้นการเพาะเห็ดแชมปิญองจะให้ได้ผลผลิตสูงจะต้องเพาะในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ได้แก่ แถบภาคเหนือหรือบริเวณตามภูเขาสูง และมีอุณหภูมิต่ำปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเห็ด</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เห็ดแชมปิญองจัดเป็นเห็ดที่มีการเจริญเติบโตแบบ Saprophyte โดยใช้อาหารจากเศษพืชหรือ</span><span style="font-weight: 400;">ปุ๋ยหมักในการเจริญเติบโต เพราะเห็ดแชมปิญองไม่มีคลอโรฟิลล์ที่จะใช้ในการสังเคราะห์แสง การที่เห็ดแชมปิญองจะให้ผลผลิตสูงหรือไม่ ขึ้นกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายอย่างคือ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>1. อุณหภูมิ ( Temperature ) </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">นับว่ามีผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยและการพัฒนาไปเป็น</span>ดอกเห็ด</li>
<li>อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยประมาณ 25 องศาเซลเซียส</li>
<li>ส่วนอุณหภูมิของปุ๋ยหมักควรอยู่ระหว่าง 23-28 องศาเซลเซียส</li>
<li>ถ้าอุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่านี้ เส้นใยจะเจริญเติบโตช้า</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2. ความชื้น ( Humidity ) </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ความชื้นของอากาศในช่วงที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นใย </span><span style="font-weight: 400;">ควรอยู่ระหว่าง 90-95 % </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าในระยะเห็ดออกดอกควรมีความชื้น 80-85 %</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>3.ธาตุอาหาร </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเห็ดแชมปิญอง ได้แก่ คาร์โบไฮเดรทในช่วงที่</span>เส้นใยกำลังเจริญเติบโต เส้นใยเห็ดจะดูดซึมพวกลิกินน เพื่อใช้เป็นอาหาร</li>
<li>แต่ในระยะที่ดอกเห็ดพัฒนาเป็นตุ่มเล็ก ๆ คาร์โบไฮเดรตพวก เพนโตซาน ( Pentosan ) และแอลฟาเซลลูโลส ( Alpha cellulose ) จะถูกนำไปใช้</li>
<li>ดังนั้นวิธีการเพิ่มผลผลิตวิธีหนังก็คือการเพิ่มคาร์โบไฮเดรตที่สลายตัวง่ายให้แก่ปุ๋ยหมัก ก่อนที่จะทำการกลบดิน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>4.อัตราส่วน C:N ratio </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ในช่วงระหว่างการหมักปุ๋ยหมัก C:N ratio ประมาณ 30 : 1 </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ส่วน C:N ratio ที่เหมาะสมในขณะเกิดเส้นใย ( Spawning ) ควรมีค่าเท่ากับ 17 : 1</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>5.สภาพความเป็นกรด-ด่าง pH</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ช่วง pH ที่เหมาะสมต่อการเจริญของเส้นใยควรอยู่ระหว่าง 7.0 &#8211; </span>7.4</li>
<li>และในช่วงสุดท้าย pH ควรลดลงเหลือประมาณ 6.3</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">  </span></p>
<h3><strong>การเก็บผลผลิต ( Picking )</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังการคลุมดิน และดูแลรักษาอุณหภูมิความชื้นภายในโรงเรือนให้เหมาะสมนานประมาณ </span>10 &#8211; 15 วัน เส้นใยเห็ดจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นตุ่มดอกเล็ก ๆ สีขาว</li>
<li>และตุ่มดอกเห็ดดังกล่าวจะค่อยๆ พัฒนาเจริญขึ้นเป็นดอกที่สามารถเก็บเกี่ยวได้</li>
<li>โดยดอกเห็ดจะให้ผลผลิตน้อย และจะค่อย ๆ เพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นจนได้ผลผลิตสูงสุด</li>
<li>จากนั้นผลผลิตจะค่อย ๆ ลดต่ำลงจนถึงต่ำที่สุด เรียกว่า 1 ฟลัช ( Flush ) หรือรุ่น</li>
<li>ความสั้นยาวของรุ่นขึ้นอยู่กับพันธุ์เห็ด อาหารที่เพาะ และอุณหภูมิ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="font-weight: 400;"><strong>การเจริญเติบโตของเห็ดแชมปิญอง ส่วนการเก็บผลผลิตเห็ดแชมปิญองให้ปฏิบัติดังนี้ </strong>  </span></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในระยะที่เห็ดเจริญเติบโตเต็มที่ควรรักษาสภาพความชื้นในโรงเรือนให้อยู่ในระดับ 80-85 % </span>โดยการฉีดพ่นน้ำให้เป็นฝอยภายในโรงเรือนเพาะเห็ด</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การเก็บดอกเห็ดให้ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับที่โคนดอกเห็ด แล้วบิดเบา ๆ จนกระทั่งดอก</span>เห็ดหลุดติดมือออกมา</li>
<li>ระมัดระวังอย่าให้ดอกเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างเคียงได้รับความกระทบกระเทือน</li>
<li>พร้อมกับเก็บขาของเห็ดที่ตกค้างในปุ๋ยหมักออกให้หมด</li>
<li>เพราะถ้ามีส่วนของดอกหลงเหลืออยู่ในแปลงก็จะเน่าและทำให้โรคแพร่ระบาดทำลายเห็ดได้</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ผลผลิตของเห็ดที่ได้ ถ้าใช้ปุ๋ยหมัก 70 &#8211; 100 กิโลกรัม เพาะในพื้นที่ 3.24 ตารางเมตร </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จะ</span>ได้ดอกเห็ด 14 &#8211; 18 กิโลกรัม ลักษณะของดอกเห็ดที่เก็บจากแปลงควรมีลักษณะที่สมบูรณ์  ไม่มีโรคแมลงรบกวน</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="03 การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-การเพาะเห็ดแชมปิญอง-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/03-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%ad%e0%b8%87-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h4><strong>โรคของเห็ดแชมปิญอง</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการเพาะเห็ดแชมปิญองตามปกติจะพบว่ามีโรคและแมลงศัตรูเห็ดที่คอยทำลายเห็ดแชม</span><span style="font-weight: 400;">ปิญองอยู่ตลอดเวลา เชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้ มีการใช้อาหารเช่นเดียวกับเห็ดแชมปิญองจึงทำให้เกิดปัญหาในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูเห็ดแชมปิญองที่สำคัญ มีดังนี้  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><strong>โรคที่เกิดจากเชื้อรา ( Parasitic moulds )</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรค อาจอยู่ในกลุ่ม Phycomycetes, Ascomycetes, </span><span style="font-weight: 400;">Basidiomycetes และImperfect Fungi เชื้อราพวกนี้ชอบทำลายเห็ดแชมปิญองในกะบะที่ใช้เพาะ</span><span style="font-weight: 400;">โดยจะทำลายเส้นใยเห็ดแชมปิญอง ทำให้เส้นใยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และผลผลิตจะลดต่ำลง โรคที่เกิดจากเชื้อรา ได้แก่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคสมองวัว ( Flase truffle disease ) โรคดังกล่าวเกิดจากเชื้อราพวก Diehliomyces</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">Microspora เชื้อราชนิดนี้ตามธรรมชาติอาศัยอยู่ในปุ๋ยหมัก หรือดินที่ใช้กลบ ( Casing Soil ) </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">สปอร์พวกนี้จะงอกที่อุณหภูมิ 27 &#8211; 28 องศาเซลเซียส </span><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเส้นใยจะเจริญที่อุณหภูมิต่ำกว่า </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 15 &#8211; 16 องศาเซลเซียส จะชะงักการเจริญเติบโต </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะแรกเชื้อราจะเจริญลึกลงไปในปุ๋ยหมัก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เส้นใยของโรคราสมองวัวมีสีเหลืองขาว </span><span style="font-weight: 400;">บริเวณจุดที่เชื้อราพวกนี้เจริญ </span><span style="font-weight: 400;">เส้นใยเห็ดมีน้อยหรือไม่มีเลย </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทำให้เห็ดไม่สามารถสร้างดอกได้ เชื้อราที่ทำให้เกิดโรคจะมีการสร้าง fruiting body คล้ายสมองวัว ( Calf’s Brain) </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อเชื้อราเจริญเติบโตเต็มที่ fruiting body จะมีสีน้ำตาลแดง</span><span style="font-weight: 400;">และมีการสร้างสปอร์เป็นจำนวนมาก</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> โรคนี้เริ่มเจริญเติบโตในปุ๋ยหมัก ตั้งแต่การต่อเชื้อ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะแรกเชื้อเห็ดแชมปิญองแข็งแรงจึงทำให้เชื้อไม่ระบาดรุนแรงมากนัก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แต่หลังจากเก็บผลผลิตของเห็ดหลาย ๆ รุ่น เชื้อเห็ดจะเริ่มอ่อนแอเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคเจริญและทำลายเส้นใยเห็ด ทำให้ผลผลิตลดลง</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคสมองวัว สามารถป้องกันกำจัดได้โดย</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> การคลุมและหมักปุ๋ยหมักเพื่อใช้เพาะเห็ดแชมปิญอง ควรปฏิบัติบนพื้นปูนซีเมนต์  ไม่ควร</span>กองหมักไว้บนพื้นดิน เพราะระหว่างการหมักจะเกิดความร้อนทำให้สปอร์ของเชื้อโรคแข็งแรง และติดมากับปุ๋ยหมักได้</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในการกลบผิวหน้าด้วยดิน ไม่ควรใช้ดินที่มีเชื้อทำให้เกิดโรคชนิดนี้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ควรรักษาโรงเรือนให้สะอาด และควรมีการพักโรงเรือนเพื่อลดการระบาดของโรค</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในระยะเส้นใยควรรักษาอุณหภูมิระหว่าง 16 &#8211; 26 องศาเซลเซียส และในช่วงของการเก็บเกี่ยวควรลดอุณหภูมิลง โดยให้อากาศภายนอกเข้ามาในโรงเรือน ถ้าอุณหภูมิภายนอกต่ำกว่า ในช่วงการเก็บผลผลิตควรรักษาอุณหภูมิให้ต่ำประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส และในช่วงหลังเก็บผลผลิตหมดแล้ว ควรอบฆ่าเชื้อในโรงเรือนโดยใช้อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส นาน 12 ชั่วโมง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถาดที่ใช้ใส่ปุ๋ยหมักเพาะเห็ดแชมปิญอง ควรฉีดฆ่าเชื้อด้วยสารละลาย Napetachlorophenolate 2 %  หลังจากเก็บผลผลิตของเห็ดหมดแล้ว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพบโรคนี้ระบาดให้ใช้ปูนขาวผสมเกลือโรยบริเวณที่เกิดโรค พร้อมกับใช้จุนสี ( copper </span>sulphate) ละลายน้ำฉีดพ่นอีกครั้งหนึ่ง</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำปุ๋ยหมักหรือดินที่ใช้กลบบริเวณที่เป็นโรคออกจากโรงเรือนอย่างระมัดระวัง และควรรีบ</span>ทำลายทันทีเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดต่อไป</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคน้ำเหลือง ( Bubble Disease ) </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">โรคนี้เกิดจากเชื้อรา พวก Mycogone perniciosa </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งมักพบระบาดทำลายเห็ดแชมปิญองมากที่สุด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ทำให้ดอกเห็ดเสียรูปทรงไม่ได้สัดส่วน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">บริเวณที่เชื้อโรคเข้าทำลายดอกเห็ดจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลครีม </span><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากมีการสร้าง chlamydospore </span><span style="font-weight: 400;">และจะพบหยดสีเหลืองน้ำตาล </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียตามดอกเห็ด ทำให้ผลผลิตของเห็ดแชมปิญองต่ำ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคอาจแพร่ระบาดหลังจากการโรยเชื้อโดยติดไปกับอุปกรณ์  เครื่องมือที่ใช้เพาะเห็ดก็ได้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เชื้อราพวกนี้เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ใช้กลบ จึงทำให้เป็นการยากต่อการป้องกันกำจัด</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><strong>โรคน้ำเหลืองสามารถป้องกันกำจัดโดย</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ปุ๋ยหมักที่ใช้เพาะเห็ด ควรหมักให้ได้ที่โดยเฉพาะปุ๋ยหมักที่ใช้ซุปเปอร์ฟอสเฟตต้องรอให้</span>ปุ๋ยสลายตัวหมดก่อน</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ดินที่ใช้กลบควรผ่านการฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ และหลังจากกลบดิน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ถ้าพบว่ามีเชื้อราที่เป็น</span>สาเหตุของโรคบนดินให้ใช้ฟอร์มาลินเจือจางฉีดพ่นบริเวณที่เป็นโรค หรือจะใช้ซีเนบ ( Zineb ) อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นก็ได้</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพบโรคเริ่มระบาด ให้ฉีดพ่นด้วยเกลือผสมสารละลายจุนสี ( CuSO4 ) พร้อมกับโรยปูน</span>ขาวทับลงไป จากนั้นจึงนำดินบริเวณที่เป็นโรคออกในวันต่อมา</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพบว่าโรคระบาดในโรงเรือน ควรรักษาอุณหภูมิและความชื้นภายในโรงเรือนให้ต่ำกว่า</span>ปกติ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคราเขียวมะกอก ( Olive &#8211; Green mould ) </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื้อราที่ทำให้เกิดอยู่ใน Subdivision Ascomycetes </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นเชื้อราพวก Chaetomium sp. </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะแรกของการระบาดมักจะพบเป็นปุยสีขาวบาง ๆ เจริญอยู่บนและในปุ๋ยหมัก</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ต่อมาอีก 2 &#8211; 3 วัน จะพบตุ่มเล็กสีเขียวมะกอก ตุ่มพวกนี้จะพบอยู่</span>ตามฟาง และมีการสร้างสปอร์ ( Ascospore ) อย่างมากมาย</li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อสปอร์แก่จะมีสีเขียวมะกอกค่อนข้างดำ และมีกลิ่นเหม็นอับ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ทำให้เส้นใยเห็ดเจริญเพียงเล็กน้อย และผลผลิตของเห็ดลดลง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เชื้อราพวกนี้มักเจริญในปุ๋ยหมักและไม่เจริญเติบโตในดินที่ใช้กลบ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การแพร่ระบาดของราเขียวมะกอก อาจเกิดจากมีแอมโมเนียเหลืออยู่ในปุ๋ยหมัก หลังจากการหมักและแอมโมเนียจะถูกเปลี่ยนไปเป็นโปรตีน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเชื้อราพวกนี้สามารถใช้ในการเจริญเติบโตได้ นอกจากนี้ถ้าในปุ๋ยหมักมีปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์มาก จะทำให้สปอร์ของเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี </span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคราเขียวมะกอกสามารถป้องกันกำจัดได้ดังนี้   </strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในการหมักปุ๋ยควรใช้เวลานานพอสมควร เพื่อให้แอมโมเนียสลายตัวให้หมด และปุ๋ยหมัก</span>ต้องไม่ชื้นมากเกินไป</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ไม่ควรใส่ปุ๋ยพวกไนโตรเจน เช่น แอมโมเนียมซัลเฟต ยูเรียมูลไก่ ฯลฯ ก่อนที่จะนำปุ๋ย</span>ไปเพาะในโรงเรือน</li>
<li>ถ้าปุ๋ยหมักชื้นมากเกินไป ควรผสมสารพวกคาร์โบไฮเดรต เพื่อปรับความชื้นและเร่งการสลายตัวของแอมโมเนีย</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ควรตรวจอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม อุณหภูมิที่ใช้ในการบ่มพักไม่ควรให้เกิน 60 องศาเซลเซียส</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคราสีเหลือง ( Yellow mould ) </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">โรคพวกนี้เกิดจากเชื้อราพวก Chrysosporium spp. และเชื้อ Myceliophthora spp. </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ในกรณีที่เริ่มเก็บผลผลิตแล้ว 2 &#8211; 3 สัปดาห์  </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดอกเห็ดตุ่มเล็ก ( Pinheads ) จะฝ่อหายไปและผลผลิตลดลงอย่างรวดเร็ว </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ผู้เพาะควรขุดลงไปในปุ๋ยหมักเพื่อหาสาเหตุ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ถ้าพบจุดสีเหลืองน้ำตาลตรงบริเวณช่วงต่อระหว่างดินที่ใช้กลบกับปุ๋ย </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเกิดจากเชื้อราสีเหลือง เชื้อราพวกนี้</span>เจริญเติบโตบนเส้นใยเห็ดได้อย่างดี ทำให้เส้นใยเห็ดฝ่อหายไปจากปุ๋ยหมัก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="font-weight: 400;"><strong>การป้องกันกำจัดโรคราสีเหลือง ทำได้ดังนี้  </strong> </span></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> มูลสัตว์หรือปุ๋ยหมักที่ใช้ในการเพาะเห็ดควรผ่านการย่อยสลายตัวดีแล้ว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในช่วงพีคฮีทติ้ง ( Peak-Heating ) ควรใช้อุณหภูมิ 56 &#8211; 58 องศาเซลเซียส ให้สม่ำเสมอนานอย่างน้อย 12 ชั่วโมง และให้ปุ๋ยหมักได้รับอากาศอย่างเพียงพอ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> หลังจากเก็บผลผลิตหมดแล้ว ถาดที่ใช้เพาะและชั้นวางถาดควรฉีดฆ่าเชื้อด้วยสารละลาย </span>Na-petachlorophenolate 2 %</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดโรค ก็คือโรค Bacterial Blotch and Pits </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเกิดจากเชื้อ Pseudomonas tolaasii โรคพวกนี้ มักแพร่ระบาดทำลายดอกเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จะพบเป็นจุดที่มีลักษณะเป็นมันสีเหลือง จนถึงสีสนิมที่หมวกดอกเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ต่อมาจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองน้ำตาล </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เชื้อแบคทีเรียยังทำลายก้านดอก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การแพร่ระบาดของเชื้อมักแพร่ระบาดในสภาพอุณหภูมิและความชื้นสูง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การถ่ายเทของอากาศไม่สะดวก ลักษณะของดอกเห็ดที่ถูกทำลาย</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การป้องกันกำจัดโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ควรทำความสะอาด และรักษาความสะอาดในโรงเรือนอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรให้มีเศษ</span>เหลือของปุ๋ยหมักตามชั้นที่เพาะเห็ด</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ในกรณีที่มีโรคระบาด ควรฆ่าเชื้อดินที่ใช้กลบ ( Casing soil ) ด้วยไอน้ำหรือใช้ฟอร์มาลดี</span>ไฮด์ 0.25 &#8211; 0.30 %  ฉีดพ่นทำลายเชื้อแบคทีเรีย</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> น้ำที่ใช้ในการเพาะเห็ด ควรปราศจากสารคลอรีน</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื้อไวรัสทำให้เกิดโรคกับเห็ดแชมปิญอง มีหลายโรค คือ Brown disease, Dieback  </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">เชื้อไวรัสอาจแพร่ระบาดโดยแมลง เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้เพาะเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้อาจแพร่ระบาดติดไปกับสปอร์ที่ใช้เพาะเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อดอกเห็ดได้รับเชื้อไวรัสดอกเห็ดจะค่อย ๆ แห้งตาย จึงเรียกว่า โรค “Dieback” </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">และทำให้เห็ดดอกเล็ก ก้านดอกยาว บานง่าย ผลผลิตต่ำ และเห็ดจะตายก่อนการเก็บเกี่ยว</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><strong>การป้องกันกำจัดโรคจากเชื้อไวรัส</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> เชื้อเห็ดที่ใช้เพาะต้องปราศจากเชื้อไวรัส และควรใส่หัวเชื้อเห็ดแชมปิญองให้มากกว่าปกติ </span>ซึ่งจะช่วยให้เส้นใยเห็ดเจริญเติบโตเร็วขึ้น และใช้ระยะเวลาในการเพาะน้อยลง</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการเพาะเห็ดต้องสะอาด ปราศจากเชื้อไวรัส และควรฆ่าเชื้อ</span>ด้วยฟอร์มาลดีไฮด์ 2 %</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ถ้าพบว่าดอกเห็ดเป็นโรค ควรเก็บดอกที่เป็นโรคเผาทำลายเสีย เพื่อป้องกันการแพร่</span>ระบาดของโรค</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แมลงศัตรูเห็ดแชมปิญอง</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แมลงศัตรูเห็ดที่คอยทำลายเห็ดแชมปิญองมีหลายชนิด จึงจัดว่าเป็นศัตรูที่สำคัญมากชนิดหนึ่ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แมลงพวกนี้ที่สำคัญ ได้แก่ แมลงหวี่ฟอริด ( Phorid flies )</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แมลงหวี่พวกนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Megaselia spp. </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">มีลักษณะคล้ายยุง ตัวอ่อน มีความยาว 3 &#8211; 4 มม. </span><span style="font-weight: 400;">มีสีขาวเหลือง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">บริเวณส่วนหัวของตัวหนอนไม่มีสีดำ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะดักแด้จะชักใยหุ้มตัวและมีความยาว 2 &#8211; 5 มม. </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แมลงหวี่พวกนี้นับว่าเป็นศัตรูที่สำคัญที่ทำลายเห็ดแชมปิญอง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">แมลงพวกนี้บินเก่งชอบวางไข่บริเวณครีบดอกและปุ๋ยหมัก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตัวอ่อนของแมลงจะกัดกินเส้นใยเห็ด และบางครั้งอาจเจาะเข้าไปในดอกเห็ด ทำให้เห็ดได้รับความเสียหาย</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h4><strong>แมลงหวี่เซียริด ( Sciarids )</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sciara spp. </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">มีลักษณะเหมือนยุงแต่มีขนาดเล็กกว่า ลำตัวมีสีน้ำตาลปนเทา มีหนวดยาว </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะตัวอ่อนจะกัดกินปุ๋ยหมัก และเส้นใยเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ทำให้เห็ดตายได้ โดยจะเจาะเข้าไปทางโคนดอกเห็ด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อผ่าดอกเห็ดจะพบหนอนอยู่ภายในยาวประมาณ 4 &#8211; 8 มม. </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ส่วนตัวเต็มวัยจะมีความยาว 3 &#8211; 4 มม.</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>แมลงหวี่ซีซิด ( Cecids )</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">มีขนาดลำตัวเล็กมาก ยาวประมาณ 1 มม. ตัวหนอนมีความยาว 1 &#8211; 2 มม. มีหลายสี </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตัว</span>หนอนพวกนี้ จะเข้าทำลายกัดกินเส้นใยเห็ด และดอกเห็ด</li>
<li>ทำให้ดอกเห็ดมีสีเหลือง สกปรกและมีกลิ่นเหม็น</li>
<li>มีอัตราการขยายพันธุ์เร็วมาก</li>
<li>ชอบทำลายตรงบริเวณระหว่างดอกเห็ดกับขาเห็ด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูเห็ด</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ให้ทำความสะอาดบริเวณโรงเรือนและข้างโรงเรือน อย่าให้เป็นแหล่งเพาะและแพร่พันธุ์ของ</span>แมลง</li>
<li>ส่วนปุ๋ยหมักที่ผ่านการเพาะแล้ว ควรนำออกจากฟาร์ม</li>
<li>อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะแมลงจะวางไข่และแพร่พันธุ์ได้ง่าย</li>
<li><span style="font-weight: 400;">คลุกผสมปุ๋ยหมักที่ใช้เพาะเห็ดด้วย diazinon 2 %  ชนิดผงประมาณ 1 กก. ต่อปุ๋ยหมัก </span>1,000 กก.</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ฉีดพ่นบริเวณรอบๆ โรงเรือนเพาะเห็ดด้วยจุลินทรีย์อย่างสม่ำเสมอ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ไรศัตรูเห็ดแชมปิญอง ( Mite )</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ไรจัดเป็นแมลงศัตรูเห็ดที่สำคัญชนิดหนึ่งของเห็ดแชมปิญอง </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่ไรพวกนี้จะติดมากับตอซังข้าว มูลไก่ ปุ๋ยหมัก ฯลฯ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ไรพวกนี้นอกจากจะกินเส้นใยเห็ดเป็นอาหารแล้ว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ยังก่อความรำคาญให้แก่ผู้เพาะ เช่น ไรพวก Tarsonemus myceliophogus Hussey </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะกินเส้นใยเป็นอาหารแล้วยังเป็นพาหะนำโรคไวรัสอีก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้พวก Pygmephorus ซึ่งจะทำลายแพร่ระบาดในกะบะเพาะแล้วและเป็นพาหะนำโรคราเขียวมะกอก</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>ชนิดและอัตราสารฆ่าไร</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">Abamectin ( เวอร์ทิเมค Vertimec) อัตรา 20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">Pyridaben ( แซนไมท์  Sanmite 20 WP.) อัตรา 15 กรัม/น้ำ 20 ลิตร</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>วิธีใช้สารที่ถูกวิธี</strong></h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;"> ใช้พ่นในระยะพักก้อนเห็ดในโรงเรือน ทิ้งไว้นานประมาณ 15 วัน แล้วนาก้อนเชื้อใหม่เข้า</span>มา</li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ใช้พ่นห้องถ่ายเชื้อก่อนถ่ายเชื้อจากหัวเชื้อสู่ก้อนเชื้อ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> พ่นที่ถุงก้อนเชื้อระยะบ่มเส้นใย โดยผสมสารจับใบ</span></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 07:28:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1574</guid>

					<description><![CDATA[<p>สูตรที่ใช้ในการเขี่ยเชื้อ เป็นสูตร RDA คือ ใช้มันฝรั่ง 200 กรัม น้ำสะอาด 1 ลิตร กลูโคส 20 กรัม ผสมกันแล้วต้มให้มันฝรั่งเปื่อย แล้วใส่ขวดแก้วทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำหมวกเห็ดมาเขี่ยสปอร์เชื้อเห็ดใส่ นำมาวางไว้ในที่ร่ม ประมาณ 30 วัน อุณหภูมิที่ดีคือ ประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส ถ้าอากาศหนาวเกินกว่านี้เชื้อจะเดินค่อนข้างช้ากว่าปกติ...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>สูตรที่ใช้ในการเขี่ยเชื้อ เป็นสูตร RDA คือ </strong></h3>
<ul>
<li>ใช้มันฝรั่ง 200 กรัม น้ำสะอาด 1 ลิตร กลูโคส 20 กรัม ผสมกันแล้วต้มให้มันฝรั่งเปื่อย แล้วใส่ขวดแก้วทิ้งไว้ให้เย็น</li>
<li>แล้วนำหมวกเห็ดมาเขี่ยสปอร์เชื้อเห็ดใส่</li>
<li>นำมาวางไว้ในที่ร่ม ประมาณ 30 วัน</li>
<li>อุณหภูมิที่ดีคือ ประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส</li>
<li>ถ้าอากาศหนาวเกินกว่านี้เชื้อจะเดินค่อนข้างช้ากว่าปกติ</li>
<li>เมื่อเชื้อเดินดีแล้ว จึงนำมาเขี่ยใส่ขวดเพาะเชื้อ</li>
<li>โดยใช้สูตร ข้าวฟ่างนึ่ง จนสุกดีแล้วนำมาผึ่งให้คลายร้อน</li>
<li>แล้วบรรจุขวดเพียงครึ่งขวด รอให้เชื้อเดินจนเต็มที่</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตรก้อนเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li>ใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 94 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>รำละเอียด 5 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>ปูนขาว 0.8 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>ดีเกลือ 0.2 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำมาบรรจุถุง</li>
<li>ขนาดของถุงที่บรรจุเชื้อเห็ดปกติแต่ใส่ในปริมาณแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ 500-600 กรัม</li>
<li>ซึ่งถ้าใส่วัสดุจนเต็ม เชื้อเห็ดจะเดินช้ากว่าปกติ และมีโอกาสเป็นเชื้อราดำได้มาก</li>
<li>เมื่อบรรจุถุงเสร็จแล้ว นำมาเก็บในอุณหภูมิประมาณ 28-32 องศาเซลเซียส</li>
<li>เมื่อเชื้อเห็ดเดินเต็มก้อนสามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือน</li>
<li>เพราะก้อนเห็ดที่เชื้อเดินเต็มแล้วจะไม่มีรารบกวน</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเพาะเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li>วัสดุที่เตรียมเพาะเห็ดคือ มะพร้าวสับแช่น้ำให้ชุ่ม อย่างน้อย 24 ชั่วโมง</li>
<li>โรยชั้นล่างสุดของตะกร้า ขนาด 40 x  50 เซนติเมตร โรยสูงประมาณ 1 นิ้ว</li>
<li>ส่วนชั้นที่สองให้โรยด้วยไม้ไผ่สับชิ้นเล็กๆ หรือเป็นขี้เลื้อยไม้เก่าก็ได้</li>
<li>แต่ก่อนนำมาใช้ต้องแช่ด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์หรือน้ำหมักจาวปลวก 7 วัน</li>
<li>นำมาโรยเป็นชั้นที่สอง หนาประมาณ 1 นิ้ว</li>
<li>ส่วนชั้นสุดท้ายเป็นหน้าดินหมัก โรยหนาประมาณ 2 นิ้ว</li>
<li>หน้าดินหมักที่ว่านี้จะต้องมีส่วนผสมตามสูตร</li>
<li>คือ หน้าดินทั่วไปจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านการตากแดดจัดอย่างน้อย 5 วัน เพื่อกำจัดไข่แมลงหรือสัตว์ที่กัดกินเห็ดให้ตายให้หมด</li>
<li>ขุยมะพร้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ขี้วัว 20 เปอร์เซ็นต์ หมักน้ำจุลินทรีย์หรือใส่จุลินทรีย์ พด.1 ของกรมพัฒนาที่ดิน</li>
<li>หมั่นกลับกองทุกวันจนไม่มีความร้อนจึงนำมาใช้ได้</li>
<li>เมื่อโรยวัสดุในการเพาะเห็ดครบหมดแล้วก็รดน้ำให้ชุ่ม</li>
<li>เอาเชื้อเห็ดตัดเป็นท่อนๆ ตามขวาง วางบนตะกร้า ตะกร้าละ 6 แว่น</li>
<li>นำผ้าพลาสติกคลุม หรือถ้าเป็นตะกร้าก็ให้สวมด้วยถุงขยะดำ วางไว้ในที่ร่มหรือใต้สแลน 80 เปอร์เซ็นต์ และควรอยู่ในหลังคา</li>
<li>ในระหว่างนี้ไม่ต้องรดน้ำ เพราะความชื้นที่รดไว้มีเพียงพอ</li>
<li>ใช้เวลาประมาณ 20-25 วัน แล้วแต่สภาพอากาศ เส้นใยของเห็ดจะเริ่มเดินกระจายไปทั่วตะกร้า</li>
<li>ก็จะเอาถุงดำหรือพลาสติกที่คลุมออก วางไว้ในที่ร่ม</li>
<li>ในตอนนี้จะต้องรดน้ำเช้า-เย็น ด้วยหัวพ่นฝอยจะดีกว่ารดด้วยมือหรือสปริงเกอร์</li>
<li>ในช่วงนี้อาจมีการโรยแกลบดิบหรือฟางข้าวเพื่อรักษาความชื้นบนหน้าดิน</li>
<li>ในหน้าฝนให้โรยแค่บางๆ ส่วนหน้าร้อนจะต้องใส่มากหน่อย</li>
<li>ในอุณหภูมิปกติจะใช้เวลาประมาณ 30-35 วัน</li>
<li>หลังจากนี้ จะเกิดเป็นตุ่มเห็ดขนาดเท่าไข่จิ้งจก</li>
<li>ใช้เวลาต่อจากนี้ไปอีก 15 วัน</li>
<li>ก็จะโตเท่าไข่ไก่ เนื้อข้างในจะเป็นชั้นๆ เหมือนเห็ดตูมทั่วไป</li>
<li>เห็ดที่มีขนาดเท่าไข่ไก่นี้สามารถนำไปทำเป็นอาหารได้หลายอย่างเหมือนกับเห็ดฟาง</li>
<li>สามารถเก็บในตู้เย็นได้ไม่กี่วัน</li>
<li>แต่เห็ดเยื่อไผ่ในขั้นตอนนี้ไม่มีการจำหน่ายโดยทั่วไป</li>
<li>เนื่องจากยากแก่การขนส่ง แต่สรรพคุณในช่วงนี้เยอะมาก</li>
<li>รออีกประมาณ 7-12 วัน เห็ดจะเจริญเติบโตไปเรื่อย จนหัวเห็ดจะดันหมวกเห็ดออกมา</li>
<li>และจะโผล่ลำต้นที่เป็นร่างแหออกมา จึงจะเด็ดออกมาจากตะกร้า</li>
<li>ในช่วงเวลานี้ที่เป็นเห็ดสดก็สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิดเช่นกัน</li>
<li>เมื่อเก็บเห็ดออกมาแล้วก็จะนำไปตากแดดธรรมดา 1 แดด เพื่อลดความชื้นลง ก่อนนำไปใส่ตู้อบอีกครั้ง เพื่อให้เห็ดแห้ง ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้นาน</li>
<li>ในขั้นตอนการอบนี้ทางฟาร์มเห็ดจะไม่ควรใช้กำมะถันรมเพื่อให้มีสีขาวเหมือนของจากต่างประเทศ</li>
<li>ซึ่งการรมกำมะถันจะเป็นอันตรายต่อการบริโภค ยกเว้นจะต้องล้างให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง</li>
<li>เห็ดของฟาร์มที่เพาะด้วยวิธีนี้ จึงจะมีสีคล้ำกว่าเห็ดจากต่างประเทศ</li>
<li>เพราะสาเหตุนี้ ถึงเห็ดจะเป็นสีคล้ำก็จริงเมื่อล้างและแช่น้ำแล้วก็จะขาวเหมือนปกติ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเก็บวุ้นเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li>การเก็บเอาวุ้นของเห็ด ก็จะต้องเก็บจากเห็ดก่อนที่เห็ดจะดันขึ้นมาจนเปลือกนอกแตก</li>
<li>เพราะวุ้นจะเกิดระหว่างเปลือกชั้นแรกกับตัวดอก</li>
<li>ซึ่งจะมีน้ำหนัก 1 ใน 3 ของน้ำหนักดอกสด</li>
<li>ในธรรมชาติวุ้นจะทำหน้าที่เก็บความชื้นและป้องกันไม่ให้แมลงมากินดอก</li>
<li>การเก็บจะเอามือค่อยๆ แกะเปลือกออก แล้วเอาช้อนขูดจนถึงเนื้อสีเหลือง แล้วนำไปแช่ช่องแช่แข็งรวบรวมไว้</li>
<li>วุ้นนี้แหละจะนำไปทำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีราคาค่อนข้างแพง แต่มีสรรพคุณมากมาย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทำจากวุ้นของเยื่อไผ่ เช่น เซรั่มเห็ดเยื่อไผ่ มีสรรพคุณป้องกันสิวฝ้า ผิวหน้าใสกระชับ สบู่ น้ำแร่เห็ดเยื่อไผ่ เจลทำความสะอาดเครื่องสำอาง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>คุณค่าทางโภชนาการ</strong></h3>
<ul>
<li>โปรตีน 22.83 กรัม</li>
<li>คาร์โบไฮเดรต 52.91 กรัม</li>
<li>ไขมัน 1.45 กรัม</li>
<li>ใยอาหาร 12.42 กรัม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>กลุ่มเกลือแร่</strong></h3>
<ul>
<li>พบว่ามีแคลเซียม 51.05 กรัม</li>
<li>เหล็ก 7.73 กรัม</li>
<li>แมกนีเซียม 1.2 กรัม</li>
<li>ซีลีเนียม 1.01 มิลลิกรัม</li>
<li>สังกะสี 56.34 มิลลิกรัม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>กลุ่มพวกวิตามิน</strong></h3>
<ul>
<li>วิตามินซี 23.30 มิลลิกรัม</li>
<li>B2 0.63 มิลลิกรัม</li>
<li>B3 0.63 มิลลิกรัม</li>
<li>B5 2.61 มิลลิกรัม</li>
<li>B7 0.01 มิลลิกรัม</li>
<li>B9 0.02 มิลลิกรัม</li>
<li>B12 0.005 มิลลิกรัม</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ</strong></h3>
<p>ได้แก่ วิตามินซี ซีลีเนียม สังกะสี มีส่วนป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ กลุ่มสารที่มีส่วนช่วยกระบวนการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>กลุ่มสารที่มีส่วนช่วยกระบวนการทำงานของสมองด้านการเรียนรู้ การจดจำ </strong></h3>
<p>ได้แก่ เหล็ก Folic ( วิตามิน B9 ) และวิตามิน B 12 อ้างอิงจาก คณะกรรมการจัดทำข้อกำหนดสารอาหารที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย ( 2546 )</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน (Acute toxicity )</strong></h3>
<ul>
<li>ทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันในสัตว์ทดลอง ( Acute oral toxicity ) โดยสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตามหลักการของ OECD 420</li>
<li>พบว่าหนูกลุ่มทดลองไม่แสดงอาการผิดปกติภายหลังได้รับตัวอย่างหนูทุกตัวมีชีวิตรอดครบกำหนด<br />
และผลการผ่าซากชันสูตรไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายใน</li>
<li>ซึ่งอยู่ในระดับความปลอดภัยระดับที่ 5 โดยมีค่า LD 50 ที่ 5,000 mg/kg</li>
<li>แสดงให้เห็นว่าเห็ดร่างแหสีขาว ไม่มีความเป็นพิษ และมีความปลอดภัยในการนำมาบริโภค</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>หมายเหตุ</strong></h3>
<ul>
<li>ราคาขายท้องตลาดเห็ดเยื่อไผ่สดเฉลี่ย 500 บาท / กก. ดอกแห้งเฉลี่ย กก.ละ 2,500 &#8211; 6,500 บาท การนำไปใช้ประโยชน์</li>
<li>ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง จากการนำเมือกของเห็ดร่างแห ซึ่งมีสารพฤกษเคมี ได้แก่ คอลลาเจน และเอนไซม์ tyrosinase ซึ่งมีบทบาทช่วยกระตุ้นให้เซลล์ใต้ผิวหนังของร่างกาย ยับยั้งการผลิตเม็ดสี และคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิว ซึ่งในการวิจัยนี้ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตเป็นเวชสำอาง</li>
<li>ในส่วนของวัสดุที่เหมาะสมต่อการเกิดดอก เมื่อผ่านกระบวนการเก็บผลผลิตแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุปลูกให้แก่ พืชผักได้อีกทางหนึ่ง เนื่องจากมีอินทรียวัตถุ และสารอาหารที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป</li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2021 04:35:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1541</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. การเพาะเห็ดฟางแบบกองสูง เป็นวิธีเพาะแบบดั่งเดิมที่คิดค้นโดยอาจารย์ก่าน ชลวิจารณ์ ผู้ริเริ่มการเพาะเห็ดฟางในไทยครั้งแรก เป็นลักษณะการเพาะด้วยการกองฟางให้สูงขึ้นหรืออัดฟางในแบบไม้เป็นชั้นๆ เป็นรูปแแบที่มีการใช้ฟางหรือวัสดุเพาะจำนวนมาก...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2 style="text-align: center;"><strong>การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย</strong></h2>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="640" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย-แก้ไข-01-1024x640.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย แก้ไข-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย-แก้ไข-01-1024x640.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย-แก้ไข-01-300x188.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย-แก้ไข-01-768x480.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย-แก้ไข-01-1536x960.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย-แก้ไข-01-2048x1280.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/01-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89-3/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="569" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย-01-1024x569.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="02 การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย-01-1024x569.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย-01-300x167.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย-01-768x427.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย-01-1536x853.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย-01-2048x1138.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/02-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80-3/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><span style="font-weight: 400;">เป็นวิธีเพาะแบบดั่งเดิมที่คิดค้นโดย อาจารย์ ก่าน ชลวิจารณ์ ผู้ริเริ่มการเพาะเห็ดฟางในไทยครั้งแรก เป็นลักษณะการเพาะด้วยการกองฟางให้สูงขึ้นหรืออัดฟางในแบบไม้เป็นชั้นๆ เป็นรูปแแบที่มีการใช้ฟางหรือวัสดุเพาะจำนวนมาก ปัจจุบันยังมีการเพาะด้วยวิธีนี้อยู่ แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เป็นเพียงการเพาะเพื่อนำมาบริโภคภายในครอบครัวหรือจำหน่ายเป็นตลาดเล็กๆ เท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นวิธีการกองฟางหรืออัดฟางเป็นชั้นๆ วางบนพื้นดิน อาจเป็นชั้นเดียวเตี้ยหรือหลายชั้นสูงก็ได้ มีลักษณะเป็นก้อนรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก เป็นรูปแบบที่มีการใช้ฟางหรือวัสดุเพาะจำนวนมาก แต่มีพื้นที่การเกิดเห็ดฟางมากกว่าวิธีกองสูง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นวิธีการเพาะเห็ดฟาง ด้วยการกองฟางบนดินเพียงชั้นเดียวหรือ 2-3 ชั้น ที่กองไม่สูงมาก ปัจจุบันเป็นที่นิยมของเกษตรกรที่เพาะเห็ดฟางเพื่อบริโภคเองหรือจำหน่ายตามครัวเรือนเล็กๆ แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ วิธีใช้ไม้แบบ และไม่ใช้ไม้แบบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุ อุปกรณ์</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ฟางข้าว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อาหารเสริม เช่น รำข้าว กากมันสำปะหลัง กากถั่วเหลือง เป็นต้น</span></li>
<li> ไม้โครง</li>
<li>ผ้าพลาสติก</li>
<li>บัวรดน้ำ</li>
<li>แป้งข้าวสาลีหรือแป้งข้าวจ้าว</li>
<li>เชื้อเห็ด</li>
<li>ไม้แบบ ( แบบพิมพ์ไม้หรือกระบะไม้ )</li>
<li>นิยมทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู</li>
<li>ด้านบน 30 x 120 ซม.</li>
<li>ด้านล่าง 40 x 150 ซม.</li>
<li>สูง 40 x 45 ซม.</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นตอนการเพาะ ( แบบไม่ใช้ไม้แบบ )</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">นำฟางข้าวมาแช่น้ำนาน 1 วัน</span></li>
<li>นำฟางข้าวที่แช่น้ำได้แล้ว วางเป็นกองในแนวเดียวกันตามทางยาว เพียงชั้นเดียว รดน้ำให้ชุ่ม พร้อมใช้มือกดหรือขึ้นเหยียบให้มีความสูงประมาณ 10-15 ซม. ความกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวตามความเหมาะสม</li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำอาหารเสริมมาโรยทับให้ทั่ว พร้อมโรยด้วยเชื้อเห็ดฟางที่คลุกกับแป้งสาลี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำฟางมามาโรยทับบางๆ หรือให้หนาเพียง 1-2 ซม. เท่านั้น และรดน้ำพอชุ่ม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ทำการปักหลักยึดโครง พร้อมนำผ้าพลาสติกคลุมให้ทั่วกอง และปล่อยให้มีรูระบายอากาศเล็กน้อย</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นตอนการเพาะ ( แบบใช้ไม้แบบ )</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">นำฟางข้าวมาแช่น้ำนาน 1 วัน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำฟางข้าวที่แช่น้ำได้แล้ววางอัดเป็นกองในไม้แบบ กว้างประมาณ 30 ซม. สูง 20-30 ซม. ความยาวตามความเหมาะสม รดน้ำให้ชุ่ม พร้อมใช้มือกดหรือขึ้นเหยียบให้มีความสูงประมาณ 10 ซม.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำอาหารเสริมมาโรยทับให้ทั่ว โดยโรยห่างจากขอบกองลึกประมาณ 8-10 ซม. พร้อมโรยด้วยเชื้อเห็ดฟางที่คลุกกับแป้งสาลี หลังจากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำฟางมามาโรยทับเป็นชั้นต่อไป และโรยเชื้อ ซึ่งวิธีนี้จะได้ชั้นเห็ดที่ 3 ชั้น จากความสูงกอง 30 ซม. ชั้นสุดท้ายโรยฟางปิดบางๆ พร้อมแกะไม้แบบออก</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปักหลักยึดโครง </span></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2 style="text-align: center;"><strong>การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน</strong></h2>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในโรงเรือน-01-1024x768.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="03 วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในโรงเรือน-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในโรงเรือน-01-1024x768.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในโรงเรือน-01-300x225.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในโรงเรือน-01-768x576.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในโรงเรือน-01-1536x1152.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/03-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในโรงเรือน-01-2048x1536.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/03-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94-2/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3>เครื่องมือและอุปกรณ์ในการผลิตเห็ดฟาง</h3>
<ul>
<li>เชื้อเห็ดฟาง</li>
<li>ฝ้าย 500 กิโลกรัม</li>
<li>ฟางอัด 6 ก้อน</li>
<li>ปุ๋ยยูเรีย 4 กิโลกรัม</li>
<li>ข้าวโพดป่น 4 กิโลกรัม</li>
<li>ปูนหอยหรือปูนมาร์ล 3 กิโลกรัม</li>
<li>ยิปซั่ม 7.5 กิโลกรัม</li>
<li>แป้งข้าวเหนียว 2.5 กิโลกรัม</li>
<li>สารเร่ง พด.1 1 ซอง</li>
<li>ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (พด.2) 5 ลิตร</li>
<li>สารเร่ง พด.3 1 ซอง</li>
<li>ฟางข้าว หรือผักตบชวา หรือกระสอบป่าน</li>
<li>โรงเรือน เตาอบไอน้ำ และเชื้อเพลิง</li>
<li>ชั้นไม้วางฐานเพาะเห็ด</li>
<li>น้ำที่ปลอดสารคลอรีน และเครื่องปั๊มน้ำ</li>
<li>เครื่องผสมปุ๋ยหมักเห็ด</li>
<li>บ่อซีเมนต์</li>
<li>ผ้าพลาสติก</li>
<li>เครื่องปั๊มฉีดพ่นน้ำ</li>
<li>เทอร์โมมิเตอร์</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สารเร่ง พด.1 </strong></h3>
<p>มีจุลินทรีย์หลายชนในการช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเศษพืชหรือวัสดุเหลือใช้ชนิดต่าง ๆ จุลินทรีย์เหล่านี้เป็นพวกที่ต้องการออกซิเจนในการขยายจำนวนและดำรงชีวิตอยู่ได้ ผลจากการย่อยสลายสารอินทรีย์จะได้แหล่งธาตุอาหารเห็ดเพิ่มขึ้น และเพิ่มจุลินทรีย์ที่สามารถยับยั้งและควบคุมเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคเห็ดได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สารเร่ง พด.2 </strong></h3>
<p>นำมาทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ โดยใช้ส่วนของโคนเห็ดที่เหลือจากการตัดแต่งมาผสมกับกากน้ำตาลหมักไว้ ซึ่งในสารเร่ง พด.2 จะมีจุลินทรีย์จำพวกที่ไม่ต้องการออกซิเจน ในการขยายจำนวนและการดำรงชีวิต จุลินทรีย์เหล่านี้จะย่อยสลายสารอินทรีย์ ซึ่งผลจากการย่อยสลายสารอินทรีย์โดย จุลินทรีย์ดังกล่าวจะได้ฮอร์โมนหรือสารเสริมการเจริญเติบโตของเห็ดเกิดขึ้น และเพิ่มแร่ธาตุอาหารของเห็ดในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สารเร่ง พด.3 </strong></h3>
<p>นั้นเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อสาเหตุโรคเห็ด ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อโรคเห็ด รวมทั้งสามารถทำลายและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเห็ดได้ด้วย ทำให้สามารถเก็บผลผลิตได้ยาวนานขึ้น จากการสังเกตพบว่าเมื่อใช้สารเร่ง พด.1 พด.2 และ พด.3 กับการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนสามารถให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 10 % หรือประมาณ 20 กก. ต่อการผลิตในโรงเรือน / โรง ขนาดของเห็ดมีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าปกติประมาณ 1-2 เท่า น้ำหนักของเห็ดดีขึ้น คุณภาพความหวานของเห็ดเพิ่มขึ้นด้วย</p>
<h3></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ขั้นตอนและวิธีการผลิตเห็ดฟางในโรงเรือน</strong></h3>
<ol>
<li style="list-style-type: none;">
<ol>
<li>นำฝ้ายที่เตรียมไว้ใส่บ่อซีเมนต์ซึ่งใส่น้ำไว้พอประมาณ รดน้ำให้ชุ่มแล้วใช้แรงงานคนย่ำเพื่อให้น้ำซึมเข้าในฝ่ายให้ทั่วแล้วทิ้งไว้ 1 คืน</li>
<li>นำฟาง ปุ๋ยยูเรีย ข้าวโพดป่น ปูนหอย ยิปซั่ม แป้งข้าวเหนียว สารเร่งพด.1,3 ปุ๋ยอินทรีย์น้ำตามอัตราส่วนที่เตรียมไว้ โรยบนฝ้ายที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 ให้ทั่วแล้วมาผสมในเครื่องปั่น ผสมเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดี โดยการปั่นผสม 2 ครั้ง แล้วนำไปหมักไว้ในบ่อซีเมนต์ที่เตรียมไว้แล้วคลุมด้วยผ้าพลาสติกทิ้งไว้เป็นเวลา 3 วัน</li>
<li>ในระหว่างการหมักทิ้งไว้ตามขั้นตอนที่ 2 ให้ทำความสะอาดห้องเพาะและโรงเรือนเพาะเห็ดตลอดจนชั้นวาง แล้วนำฟางข้าวหรือผักตบชวา หรือกระสอบป่านซึ่งแช่น้ำเตรียมไว้แล้ว 1 คืน ขึ้นวางบนชั้นเพาะเห็ดฟาง</li>
<li>นำส่วนผสมของปุ๋ยหมักในขั้นตอนที่ 2 ที่หมักไว้ไปวางบนชั้นเพาะเห็ดแล้วเกลี่ยให้ทั่วกัน</li>
<li>ต้มน้ำเพื่อนำไอน้ำส่งไปตามท่อสู่เพาะเห็ด เพื่ออบฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อุณหภูมิประมาณ 70 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง แล้วทิ้งไว้ให้ห้องเย็นเท่ากับอุณหภูมิปกติ ( ประมาณ 12 ชั่วโมง )</li>
<li>นำเชื้อเห็ดฟางที่เตรียมไว้โรยตามชั้นเพาะเห็ด โดยใช้เชื้อเห็ดฟาง 3 ถุง / ตร.ม. และรดน้ำที่ผสมด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ( พด.2 ) ให้ทั่วปิดห้องทิ้งไว้ 3 วัน</li>
<li>วันที่ 4 หลังจากปิดห้องทิ้งไว้ 3 วัน ในขั้นตอนที่ 6 แล้วเปิดห้องและรดน้ำที่ผสม ด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ( พด.2 ) เพื่อให้เส้นใยของเห็ดรวมตัวกลายเป็นดอกเห็ดบนชั้นเพาะเห็ด ส่วนเวลากลางคืนให้ไฟแสงสีฟ้า เป็นเวลา 5 คืน ในระหว่างนี้ต้องคอยดูแลควบคุมอุณหภูมิในโรงเพาะให้อยู่ที่ระดับ 28-31 องศาเซลเซียส โดยการเปิด-ปิดประตูห้องเพาะให้มีการถ่ายเทอากาศ</li>
<li>หลังจากโรยเชื้อเห็ดแล้วประมาณ 10 วัน เห็ดจะเริ่มงอกและทยอยเก็บผลผลิตไปจำหน่ายได้เป็นเวลา 7 วัน</li>
</ol>
</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><strong>ต้นทุนในการผลิตเห็ดฟางแบบโรงเรือน</strong><br />
<strong>ห้องขนาด 7&#215;7 เมตร / 20 ชั้น โดยใช้ฟางข้าว</strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<table dir="ltr" style="height: 272px;" border="1" width="392" cellspacing="0" cellpadding="0">
<colgroup>
<col width="100" />
<col width="100" />
<col width="100" /></colgroup>
<tbody>
<tr>
<td style="text-align: left;" data-sheets-value="{&quot;1&quot;:2,&quot;2&quot;:&quot;ฝ้าย\nอาหารเสริม\nฟางข้าว\nเชื้อเห็ด\nค่าแรงงาน\nค่าเชื้อเพลิง\nค่าไฟฟ้า\nรวมผลผลิต\nราคา\nรายได้\nคงเหลือ\nระยะเวลา&quot;}">ฝ้าย<br />
อาหารเสริม<br />
ฟางข้าว<br />
เชื้อเห็ด<br />
ค่าแรงงาน<br />
ค่าเชื้อเพลิง<br />
ค่าไฟฟ้า<br />
รวมผลผลิต<br />
ราคา<br />
รายได้<br />
คงเหลือ<br />
ระยะเวลา</td>
<td style="text-align: left;" data-sheets-value="{&quot;1&quot;:2,&quot;2&quot;:&quot;1,750\n500\n1,000\n1,500\n1,500\n300\n200\n6,750220\n45\n9,900\n3,150\n22&quot;}">1,750<br />
500<br />
1,000<br />
1,500<br />
1,500<br />
300<br />
200<br />
6,750220<br />
45<br />
9,900<br />
3,150<br />
22</td>
<td style="text-align: center;" data-sheets-value="{&quot;1&quot;:2,&quot;2&quot;:&quot;บาท\nบาท\nบาท\nบาท\nบาท\nบาท\nบาท\nบาท / กิโลกรัม\nบาท / กิโลกรัม\nบาท\nบาท\nวัน&quot;}">บาท<br />
บาท<br />
บาท<br />
บาท<br />
บาท<br />
บาท<br />
บาท<br />
บาท / กิโลกรัม<br />
บาท / กิโลกรัม<br />
บาท<br />
บาท<br />
วัน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: left;"><strong>หมายเหตุ</strong></h4>
<p>เมื่อเก็บเห็ดจนหมดรุ่นแล้วให้นำวัสดุที่ใช้เพาะเห็ดออกจากชั้นโรงเรือนไปกองทำเป็นปุ๋ยหมักหรือผสมกับวัสดุอื่น ๆ ทำเป็นดินผสมเพื่อปลูกพืชต่อไป</p>
<p>เศษเห็ดฟางที่ได้จากการตัดแต่งเห็ดก่อนออกจำหน่ายสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ( ปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากเห็ดฟาง ) เพื่อเตรียมไว้ใช้สำหรับผลิตเห็ดฟางต่อไป</p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h2 style="text-align: center;"><strong>การเพาะเห็ดฟางบนวัสดุประยุกต์</strong></h2>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="569" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในตะกร้า-01-1024x569.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="04 วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในตะกร้า-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในตะกร้า-01-1024x569.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในตะกร้า-01-300x167.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในตะกร้า-01-768x427.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในตะกร้า-01-1536x853.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/04-วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางในตะกร้า-01-2048x1138.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/04-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94-2/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเห็ดฟางบนวัสดุประยุกต์ เช่น การเพาะเห็ดฟางในตระกร้า ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในกลุ่มเกษตรกรที่มีพื้นที่น้อย โดยเฉพาะเกษตรกรในแถบชุมชนเมือง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าพลาสติก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าพลาสติก เป็นอีกวิธีในการเพาะเห็ดฟางสำหรับผู้สนใจเริ่มต้นทำเพื่อไว้บริโภคเองในครัวเรือนหรือเพื่อศึกษาแล้วต่อยอดเพื่อเพาะเห็ดฟางขาย เพราะการเพาะเห็ดฟางในตระกร้าพลาสติกช่วยลดการใช้พื้นที่ เคลื่อนย้ายสะดวก อีกทั้งยังสามารถเก็บผลิตได้ง่าย ทำประมาณแค่ภายในหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุอุปกรณ์สำหรับการเพาะเห็ดฟางในตระกร้าพลาสติก</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">วัสดุเพาะเห็ดฟางหลักๆ ได้แก่ ฟางทุกชนิดแห้งสนิทไม่เปียกฝนมาก่อน ถ้าเป็นตะกร้าใหม่ก็สามารถนำมาเพาะเห็ดได้เลยหรือถ้าเป็นตะกร้าที่เคยเพาะเห็ดมาแล้วควรทำความสะอาดและตากให้แห้ง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อาหารเสริม เช่น ผักตบชวาสดหรือแห้ง เปลือกถั่วต่างๆ ผักบุ้ง มูลวัว/ควายแห้ง รำ เศษฝ้าย ไส้นุ่น ก้อนเชื้อนางรม/นางฟ้าเก่า เป็นต้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ ตะกร้า พลาสติก บัวรดน้ำ เชื้อเห็ดฟาง</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการเพาะเห็ดฟาง</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ฟางแช่น้ำค้าง 1 คืน</span></li>
<li>หัวเชื้อ 1 ก้อน แบ่งเป็น 3 กอง เพาะได้ 3 ตะกร้า</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ฟางอัดลงก้นตะกร้ากดให้แน่น สูง 1 ฝ่ามือ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อาหารเสริมต่างๆ แช่น้ำพอชื้น โรยชิดขอบตะกร้า</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โรยเชื้อเห็ดฟาง 1 ส่วน ทับบนอาหารเสริม เสร็จชั้นที่ 1</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ทำชั้นที่ 2 และ 3 เหมือนชั้นที่ 1</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ชั้นบนสุดโรยอาหารเสริมเต็มหน้าตะกร้า โรยเชื้อให้ทั่วกลบด้วยอาหารเสริมอีกครั้ง</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การดูแลรักษาสำหรับการเพาะเห็ดฟางในตระกร้า</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">สถานที่ควรเป็นพื้นดิน ใต้ร่มไม้หรือร่มสนิท</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซ้อนตะกร้า เป็นรูปสามเหลี่ยม แนวยาว 1 แถว หรือ 2 แถว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รดน้ำที่พื้นดินให้เปียกแฉะ จะได้ความชื้นจากการระเหยของน้ำที่ดิน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">คลุมด้วยพลาสติก ทับด้วยฟางแห้งหรือสแลนปล่อยทิ้งไว้ 3 คืน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ครบ 3 คืน เปิดระบายอากาศตรงกลาง แล้วคลุมไว้เหมือนเดิม อีก 3-4 วัน เก็บผลผลิตได้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ผลผลิต 1 ตะกร้า 1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับอาหารเสริม ยิ่งใส่มาก ผลผลิตยิ่งสูงตาม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">อาหารเสริมจะใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้ร่วมกันหลายๆ อย่างก็ได้</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเพาะเห็ดฟางอย่างง่าย โดยชมรมเกษตรอินทรีย์ธรรมศาสตร์</strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> ทุบก้อนเชื้อ ( ได้จากการเพาะเห็ดในถุงพลาสติก ) ให้แตกพอแหลก แต่ไม่ต้องละเอียด</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ใส่วัสดุเพาะลงในตะกร้าสูงประมาณ 2-3 นิ้ว กดให้พอแน่น และ ให้ชิดขอบตะกร้า</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> โรยผักตบชวาที่หั่นไว้ ลงบนวัสดุเพาะโดยรอบ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำเชื้อเห็ดฟางมาโรยบนวัสดุเพาะได้เป็น ชั้นที่ 1</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> ทำชั้นที่ 2 และ 3 ด้วยวิธีการเดิม ปิดชั้นที่ 3 ด้วยวัสดุเพาะ ได้เป็น 1 ตะกร้า</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> นำตะกร้าเห็ดฟางใส่กระโจมเพาะเห็ดฟาง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> รักษาอุณหภูมิในโรงเรือนให้อยู่ที่ 33-38 องศา เมื่อเส้นใยเดินเต็มวัสดุจึงรดน้ำด้วยบัวฝอย</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเกิดตุ่มดอกแล้วรักษาอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศา ช่วงนี้เห็ดฟางจะเจริญเติบโตขึ้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> เก็บดอกตูม หัวพุ่ง ของเห็ดฟาง ให้ชิดรูตะกร้า</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การดูแลตะกร้าเพาะเห็ดภายในโรงเรือน และการให้ผลผลิต</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">1. ในช่วง 1-4 วัน ( ฤดูร้อนและฝน ) ส่วนฤดูหนาว ช่วง 1-7 หรือ 8 วันแรก ต้องควบคุมอุณหภูมิภายในกระโจมหรือโรงเรือนให้อยู่ในระดับ 37-40 องศาเซลเซียส</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ติดเทอร์โมมิเตอร์แขวนไว้ภายในโรงเรือนหรือกระโจม ระดับสูงจากพื้นดินประมาณของความสูงของโรงเรือนหรือกระโจม เพื่อตรวจดูอุณหภูมิให้ได้ระดับที่กำหนดไว้เสมอ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หากอุณหภูมิสูงเกินไปให้เปิดช่องลมระบายอากาศด้านบนของโรงเรือนหรือใช้วัสดุพรางแสงคลุมหรือรดน้ำรอบกระโจมเพื่อลดอุณหภูมิ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หากอุณหภูมิต่ำกว่ากำหนดต้องปิดช่องระบายอากาศให้มิดชิด หรือใช้หลอดไฟ 100 วัตต์วางไว้ในโรงเรือนเพาะเห็ด ห่างจากตะกร้า ประมาณ 1 คืบ หรือ 10 นิ้ว เพราะมิฉะนั้นแล้วอาจเกิดความร้อนเกินไป ในกรณีนี้ต้องยกตะกร้าเพาะเห็ดให้สูงขึ้น โดยวางตะกร้าเพาะไว้บนชั้นโครงเหล็กจะสะดวกต่อการปฏิบัติงานยิ่งขึ้น</span></li>
<li>ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ภายในกระโจมหรือโรงเรือนให้อยู่ในระดับ 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป โดยใช้ ไฮโดรมิเตอร์แขวนไว้ภายในโรงเรือน ระดับเดียวกันกับเทอร์โมมิเตอร์</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>2. เมื่อถึงวันที่ 4 ในฤดูร้อนและฝน หรือวันที่ 5 ในฤดูหนาว</p>
<ul>
<li>ให้เปิดพลาสติกคลุมหรือปิดประตูโรงเรือน อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศให้ใยเห็ดสร้างจุดกำเนิดดอก ถ้าวัสดุเพาะแห้งเกินไปให้รดน้ำตามสมควร</li>
<li>ปกติรดน้ำเพียงเล็กน้อยจะเป็นการตัดเส้นใยเชื้อเห็ดซึ่งการตัดเชื้อใยเห็ดนี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างดอกเห็ดได้</li>
<li>โดยอาจใช้น้ำตาลกลูโคส 1 ช้อนกาแฟ ละลายกับน้ำ 1 ลิตร รดน้ำให้วัสดุเพาะด้วยก็ได้</li>
<li>ถ้าไม่แห้งก็ไม่ต้องรด หลังจากเปิดประตูเพื่อถ่ายเทอากาศแล้วต้องปิดพลาสติกหรือประตูไว้เช่นเดิม</li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">3. ระหว่างวันที่ 5-8 </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ต้องควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส โดยในช่วง 6-7 วัน จะมีการรวมตัวของเส้นใยเป็นดอกเล็กๆ จำนวนมากมาย ช่วงนี้ห้ามเปิดพลาสติกหรือโรงเรือนบ่อยครั้งเพราะจะทำให้ดอกเห็ดฝ่อได้</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">4. การเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณวันที่ 8-9 วัน ในฤดูร้อน หรือ 12-15 วัน ในฤดูหนาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เห็ดฟางมีประโยชน์อะไรบ้าง? </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มาสรุปกันให้เข้าใจง่ายๆ เลยว่าเห็ดฟางนั้น มีประโยชน์คือ เป็นเห็ดที่มี ไขมันต่ำแคลอรี่น้อย และไม่มีคลอเรสเตอรอล มีคาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินบี1 บี2 วิตามินซี นอกจากนี้ยังมี ซีลีเนียม โพแทสเซียม ช่วยต้านมะเร็งลดความดันโลหิต เห็ดฟางยังมีโปรตีนสูงและกรดอะมิโนต่างๆ การทานเห็ดฟางจึงดีต่อสุขภาพ ช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง บำรุงตับ แก้ร้อนใน แก้ช้ำใน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เห็ดฟางมีประโยชน์ขนาดนี้แล้วจึงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ถ้าหากปลูกขายแล้วเชื่อแน่ว่า น่าจะเป็นอีกธุรกิจเกษตรทำเงินแน่นอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>โอกาสของการเพาะเห็ดฟางขายยังมีมาก</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งเห็ดก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็ดฟางก็เป็นอีกเห็ดชนิดที่มีความต้องการสูง ยิ่งถ้าสามารถทำให้ได้มาตรฐานแบบปลอดสาร เริ่มตั้งแต่กระบวนการหาวัสดุอุปกรณ์ ขั้นตอนการทำ การเก็บเกี่ยว จนถึงการหีบห่อขนย้าย ยิ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าให้สูงขึ้นและสามารถขายได้ในกลุ่มตลาดบนด้วย</span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="939" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง-01-1024x939.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="05 คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง-01-1024x939.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง-01-300x275.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง-01-768x704.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง-01-1536x1408.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/05-คุณค่าทางอาหารของเห็ดฟาง-01-2048x1878.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/05-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94-2/" /></div>
		</figure>
	</div>

	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="600" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-เกลือแร่และวิตามินในเห็ดฟาง-01-1024x600.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="06 เกลือแร่และวิตามินในเห็ดฟาง-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-เกลือแร่และวิตามินในเห็ดฟาง-01-1024x600.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-เกลือแร่และวิตามินในเห็ดฟาง-01-300x176.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-เกลือแร่และวิตามินในเห็ดฟาง-01-768x450.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-เกลือแร่และวิตามินในเห็ดฟาง-01-1536x900.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/06-เกลือแร่และวิตามินในเห็ดฟาง-01-2048x1200.jpg 2048w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/06-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80-2/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีการเพาะเห็ดแครง </title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Jun 2021 18:50:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[การเพาะเห็ดแครง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1495</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเพาะเห็ดแครง  ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Schizophyllum commune  ชื่อสามัญ (ไทย) : เห็ดแครง  ชื่อท้องถิ่น เห็ดตีนตุ๊กแก เห็ดจิก เห็ดยาง  ภาคใต้ : เห็ดแก้น เห็ดตามอม  ภาคเหนือ : เห็ดมะม่วง  ภาคกลาง : เห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก    มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นแตกต่างกันไป ภาคเหนือเรียกเห็ด แก้น เห็ดตามอด...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><span style="font-weight: 400;">การเพาะเห็ดแครง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Schizophyllum commune </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อสามัญ (ไทย) : เห็ดแครง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อท้องถิ่น เห็ดตีนตุ๊กแก เห็ดจิก เห็ดยาง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาคใต้ : เห็ดแก้น เห็ดตามอม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาคเหนือ : เห็ดมะม่วง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาคกลาง : เห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นแตกต่างกันไป ภาคเหนือ เรียกเห็ดแก้น เห็ดตามอม ภาคใต้เรียก เห็ดยาง เพราะพบบนไม้ยางพารา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาคกลางเรียก เห็ดมะม่วง เนื่องจากขึ้นบนไม้มะม่วง นอกจากนี้ยังพบขึ้นบนไม้อื่นๆ เช่น ไม้ยูคาลิปตัส ไม้สน ฯลฯ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้จะ เห็นเห็ดขึ้นมากมายในฤดูฝนเป็นที่นิยมรับประทานกันในเขตภาคใต้ ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน ราคาจำหน่ายดอกสดกิโลกรัมละ 80 &#8211; 150 บาท เห็ดแห้งกิโลกรัมละ 400 &#8211; 500 บาท </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากงานวิจัยพบว่าเห็ดแครงต้องการอาหารเสริมเป็นโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตสูง เนื่องจากใช้ธาตุอาหารมากในการเจริญของเส้นใยที่รวดเร็ว ประกอบกับต้องใช้เทคนิคการเพาะและการดูแล เฉพาะตัว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นก่อนหน้านี้จึงไม่มีเกษตรกรรายใดเลยที่จะเพาะปลูกเห็ดแครงออกมาขาย ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้วิจัยสูตรอาหาร เทคนิคการเพาะ การดูแล จนได้ผลผลิตมากเพียงพอในแง่ เศรษฐกิจเฉลี่ย 130 &#8211; 150 กรัม ในวัสดุเพาะ 1,000 กรัม </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผลผลิตเห็ดแครงที่ได้จากการเพาะนี้ ข้อดีคือเป็นดอกที่แก่กำลังพอดีไม่เหนียวเกินไป สะอาดไม่มีกรวดทรายติดมา เห็ดแครงนอกจากจะใช้บริโภคแล้ว ในประเทศญี่ปุ่นยังใช้เป็นยาเนื่องจากพบสารประกอบพวก Polysaccharide ชื่อว่า Schizophyllan ( 1.3 β &#8211; glucan ) ซึ่งมีคุณสมบัติการต่อต้านเชื้อไวรัส และยับยั้งเซลล์มะเร็งชนิด Sarcoma 180 และ Sarcoma 87 โดยทดลองใน White mice ยับยั้งได้ 70 &#8211; 100 % จึงคาดว่าน่าจะเป็นเห็ดที่มีศักยภาพดีในอนาคตต่อไป </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเพาะเลี้ยงเห็ดแครง </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนในการเลี้ยงเห็ดแครงจะเหมือนกับเห็ดชนิดอื่น ๆ ยกเว้นสูตรอาหารและเทคนิค การเพาะ การดูแล ซึ่งต่างไปบ้าง เนื่องจากมีธาตุอาหารสูง ต้องปฏิบัติให้ถูกหากไม่ดีจะทำให้เห็ด เกิดการปนเปื้อนเชื้อราอื่นได้สูงเป็นเหตุให้ผลผลิตเสียหาย สำหรับแม่เชื้อเห็ดแครงที่บริสุทธิ์ แนะนำให้สั่งซื้อจากศูนย์รวบรวมเชื้อพันธุ์เห็ดแห่งประเทศไทยกรมวิชาการเกษตร เพราะได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์มาแล้วว่าให้ลักษณะดอกดี มีขนาดใหญ่ และผลผลิตสูง เมื่อได้แม่เชื้อมาแล้วก็นำมาทำเชื้อขยายในเมล็ดข้าวฟ่าง ซึ่งมีวิธีการเตรียมเหมือนเห็ดชนิดอื่น ๆ ดังนี้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วัสดุอุปกรณ์ </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ขี้เลื่อยไม้ยางพารา มะม่วง หรือฉำฉา อย่างใดอย่างหนึ่ง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เชื้อขยายเห็ดแครง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ถุงพลาสติกทนร้อน ขนาด 6 x 10 นิ้ว </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">คอพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 – 1.5 นิ้ว </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ฝ้าย นุ่น สำลี ยางรัด หรือใช้จุกประหยัดสำลี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หม้อนึ่งลูกทุ่ง หรือหม้อนึ่งความดัน </span></li>
<li>โรงบ่มเส้นใย และโรงเรือนเปิดดอก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเตรียมวัสดุเพาะ สูตรอาหาร </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ขี้เลื่อย 100 กิโลกรัม</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมล็ดข้าวฟ่างต้มแล้ว 50 กิโลกรัม หรือรำ 50 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รำ 3 – 5 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ปูนขาว 1 กิโลกรัม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">น้ำ 65 – 85 กิโลกรัม </span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีการเพาะ </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">แช่เมล็ดข้าวฟ่างในน้ำทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นเทน้ำทิ้งเปลี่ยนน้ำใหม่</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ต้มให้เดือดจนเมล็ด ข้าวฟ่างค่อนข้างสุก แล้วรินน้ำทิ้งพักไว้ให้เย็นหมาด ๆ ระหว่างนี้ให้ผสมขี้เลื่อย ปูนขาว และรำข้าวด้วยกันก่อน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จากนั้นจึงผสมน้ำลงไป ( หากผสมพร้อมกันรำจะจับติดเป็นก้อน ) </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เมื่อผสมเข้ากัน ดีแล้วจึงนำเมล็ดข้าวฟ่างที่เตรียมไว้มาผสมอีกที </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จากนั้นกรอกใส่ถุงพลาสติกขนาด 6 x 10 นิ้ว ให้มีน้ำหนัก 600 กรัม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใส่คอขวด รัดยาง และปิดสำลีแล้วปิดด้วยฝาปิด จากนั้นนำไปนึ่งด้วยหม้อนึ่งความดัน 15 ปอนด์เวลา 30 นาที หรือนึ่งด้วยหม้อนึ่งลูกทุ่ง อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ได้เวลาแล้วพักไว้ให้เย็นรีบใส่เชื้อในเมล็ดข้าวฟ่างที่เตรียมไว้ทันที </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">พยายามอย่าทิ้งถุงไว้เกิน 24 ชั่วโมง จะทำให้เกิดการปนเปื้อนสูง </span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การพักบ่มเส้นใย </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">โรงเรือนสำหรับพักบ่มเส้นใย ควรเป็นโรงเรือนในร่มที่มีการระบายอากาศดี และข้อสำคัญควรเป็นที่มืด ( ขนาดที่อ่านหนังสือพิมพ์ไม่เห็นในระยะ 1 ฟุต )</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ตรงนี้เป็นเทคนิคที่ค่อนข้าง จะปฏิบัติได้ยาก แต่จะต้องพยายามทำให้มืดที่สุด </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เส้นใยจะเจริญเต็มถุงในเวลา 15 &#8211; 20 วัน ที่อุณหภูมิระหว่าง 25 &#8211; 35 องศาเซลเซียส </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งหลังจากเส้นใยเต็มถุงจึงให้แสงในโรงบ่ม แสงจะไปกระตุ้นให้เห็ดสร้างตุ่มดอก จะสังเกตเส้นใยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล จึงนำไปเปิดดอก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยดึงจุกสำลีและคอขวดด้านบนออก ใช้ยางรัดปิดปากถุงให้แน่น แล้วกรีดด้านข้างให้เป็นมุมเฉียงจากบนลงล่างทั้ง 4 มุมของถุง </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">นำไปวางบนชั้น หรือแขวนในโรงเรือนเปิดดอกต่อไป </span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>โรงเรือนเปิดดอก </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">โรงเรือนเห็ดแครง สามารถใช้โรงเรือนเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าในการเปิดดอกได้ แต่ต้องเพิ่มความชื้นขึ้นอีก เ</span>นื่องจากเห็ดแครงชอบความชื้นในบรรยากาศสูง</li>
<li><span style="font-weight: 400;">การระบายอากาศต้องดี การรดน้ำควรจะติดระบบสปริงเกอร์ให้น้ำเช้าและเย็น หากรดน้ำด้วยมือจะต้องใช้หัวฉีดพ่นฝอย </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">มิฉะนั้นก้อนเห็ดจะดูดน้ำเข้าไปทำให้ก้อนเชื้อเสีย และปนเปื้อนจุลินทรีย์อื่น </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การวางก้อนเชื้อจะต้องวางบนชั้นหรือแขวน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากกรีดข้างถุงและรดน้ำเห็ดไปประมาณ 5 วัน จะเก็บผลผลิตรุ่นที่ 1 ได้</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากนั้นเห็ดจะพักตัวอีก 5 – 7 วัน รดน้ำเป็นปกติจะเก็บรุ่นที่ 2 ตามลำดับ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ซึ่งผลผลิตจะหมดให้ขนก้อนเก่าไปทิ้งและพักโรงเรือนให้แห้งเป็นเวลา 15 วัน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">จึงนำถุงเห็ดรุ่นใหม่ เข้าเปิดดอกต่อไป </span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเก็บผลผลิต </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ควรเก็บผลผลิตในระยะที่ดอกมีสีขาวนวล ก่อนที่จะสร้างสปอร์ มิฉะนั้นสีจะคล้ำออกสีน้ำตาลไม่น่ารับประทาน เนื้อดอกจะเหนียวขึ้นอีกด้วย </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ข้อควรระวัง </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะพักบ่มก้อนเชื้อจำเป็นต้องพักบ่มเส้นใยในที่มืด มิฉะนั้นแสงจะกระตุ้นให้เส้นใยสร้างดอกทั้ง ๆ ที่เส้นใยยังเจริญไม่เต็มถุงและสะสมอาหารยังไม่เต็มที่ </span><span style="font-weight: 400;">จะเป็นสาเหตุให้ผลผลิตต่ำไม่คุ้มค่าในแง่เศรษฐกิจ</span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ในระยะเปิดดอก ต้องคำนึงไว้เสมอว่าวัสดุที่ใช้เพาะเห็ดแครงนั้นมีธาตุ อาหารสูงมาก สูงกว่าการเพาะเห็ดชนิดอื่นๆ ดังนั้นการปนเปื้อนจากราเขียว ราสีส้มจะเกิดได้ง่ายมากต้องดูแลการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ตามที่ได้อธิบายไว้แล้ว</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ควรเก็บผลผลิตในขณะที่ดอกเป็นสีขาวนวล อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้แก่จนเห็ดสร้างและปล่อยสปอร์</span>เพราะบางท่านอาจแพ้สปอร์ได้</li>
<li><span style="font-weight: 400;">ก้อนเชื้อที่เก็บผลผลิตหมดแล้ว ควรเก็บทิ้งให้เป็นที่และหมักให้ย่อยสลายดีก่อนนำไปเป็นปุ๋ย </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพราะเห็ดแครงสามารถย่อยสลายเนื้อไม้ได้ดี ถึงแม้จะเป็นไม้ที่ตายแล้วก็ตาม ( Wood decay ) เกรงว่าจะไปทำอันตรายต่อผลิตผลการเกษตรบางชนิด </span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูเห็ด </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากนำก้อนเชื้อเห็ดเข้าโรงเรือนเปิดดอก หมั่นตรวจดูโรคและแมลงหากพบเชื้อราชนิดอื่นขึ้นหรือแมลงพวกไร </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ให้นำก้อนเห็ดออกจากโรงเรือนนำไปทำลายทันที และใช้กับดักกาวเหนียว หรือพ่นน้ำหมักสมุนไพรเพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูเห็ด เช่น ตะไคร้หอม น้ำส้มควันไม้ ในโรงเปิดดอกและบริเวณรอบๆ </span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ข้อควรปฏิบัติในการเพาะเลี้ยงเห็ดให้ประสบผลสำเร็จ </strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> การรักษาความสะอาดและสุขอนามัยของโรงเรือนและบริเวณโรงเรือนตลอดจนผู้เข้าปฏิบัติงาน ผู้เข้าเยี่ยมชม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การพักโรงเรือน เป็นการตัดวงจรชีวิตของโรค แมลงศัตรูเห็ดที่เคยระบาดหรือสะสมอยู่ในโรงเรือน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"> การเอาใจใส่ทุกระยะของการผลิตเห็ดเศรษฐกิจ เป็นคนช่างสังเกต บันทึกข้อมูล ตลอดจนหมั่นเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา</span></li>
</ol>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
