<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีการปลูกอ้อย Archives - วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</title>
	<atom:link href="https://farm.vayo.co.th/blog/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://farm.vayo.co.th/blog/tag/วิธีการปลูกอ้อย/</link>
	<description>Natural agriculture and holistic health center</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Jan 2024 03:00:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	
	<item>
		<title>วิธีการปลูกอ้อย</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/sugarcane-planting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 21:46:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไม้เตี้ย - เรี่ยดิน - หัวใต้ดิน - ไม้น้ำ ( ผัก - สมุนไพร - ธัญพืช )]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการปลูกอ้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=2033</guid>

					<description><![CDATA[<p>การปลูกอ้อย อ้อยเป็นพืชที่ปลูกง่าย  สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน เช่น สภาพน้ำท่วมหรือแห้งแล้ง เป็นต้น  การปลูกอ้อยเพียงเพื่อให้ขึ้นนั้นทำได้ไม่ยากนัก  แต่การปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง และคุณภาพดีด้วยทำได้ค่อนข้างยาก  ผู้ปลูกจะต้องมีทั้งความรู้และเงินทุนอย่างพอเพียง...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/sugarcane-planting/">วิธีการปลูกอ้อย</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การปลูกอ้อย </strong></h3>
<p>อ้อยเป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน เช่น สภาพน้ำท่วมหรือแห้งแล้ง เป็นต้น  การปลูกอ้อยเพียงเพื่อให้ขึ้นนั้นทำได้ไม่ยากนัก แต่การปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง และคุณภาพดีด้วยทำได้ค่อนข้างยาก ผู้ปลูกจะต้องมีทั้งความรู้และเงินทุนอย่างพอเพียง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ความสำเร็จของการทำไร่อ้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง  แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือตัวกสิกรเองเพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับตัวกสิกรทั้งสิ้นนับตั้งแต่การตัดสินใจเลือกทำเล พันธุ์  และการ</span><span style="font-weight: 400;">ปฏิบัติอื่นๆ ในที่นี้ที่สำคัญที่สุดคือ ทำเล  ถ้าทำเลไม่เหมาะก็อาจประสบกับการขาดทุน หรือไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร  ความจริงคำว่า  &#8220;ทำเล&#8221;  มีความหมายกว้าง  ซึ่งอาจรวมถึงสภาพทางภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจและสังคมของบริเวณนั้นด้วย ซึ่งจะได้กล่าวโดยลำดับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>          ๑. สภาพพื้นที่</strong>  ต้องเป็นที่น้ำไม่ท่วมตลอดทุกฤดูกาล  น้ำท่วมระยะสั้นอาจทำให้การเจริญเติบโตลดลง  เป็นผลให้ผลผลิตลดลงด้วย  ถ้าน้ำท่วมเป็นเวลานานอ้อยอาจตาย นอกจากนี้ต้องไม่เป็นที่ลาดชันเกินไป เพราะนอกจากจะไม่สะดวกต่อการใช้เครื่องมือแล้วยังทำให้ดินพังทลายเมื่อมีฝนตกมากอีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">     <strong>    ๒. การคมนาคมสะดวก </strong> มีถนนหนทางที่ใช้สัญจรไปมาได้สะดวกทุกฤดูกาล  และถนนนั้นจะต้องสามารถรับน้ำหนักรถบรรทุกอ้อยได้ด้วย  มิฉะนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการขนส่งอ้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>         ๓. ไม่ห่างไกลจากโรงงาน</strong>  ไร่ที่อยู่ใกล้โรงงานมากกว่าย่อมได้เปรียบ  ทั้งในด้านการขนส่งและติดต่อ ไร่อ้อยควรจะอยู่ห่างจากโรงงานไม่เกิน ๓๐ กิโลเมตร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>         ๔. มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน</strong> ควรเป็นบริเวณที่ไม่มีปัญหาจากนักเลงอันธพาล หรือโจรผู้ร้าย เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">         นอกจากปัจจัยสี่ประการตามที่กล่าวแล้วจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ อีก ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกทำเลทำไร่อ้อยเป็นไปอย่างเหมาะสม ปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>          ๑. สภาพของดิน </strong> ต้องมีเนื้อดินลึกอย่างน้อย ๘๐ เซนติเมตร  เพราะอ้อยเป็นพืชอายุยืนและหยั่งรากลึก  นอกจากนี้ต้องเป็นดินที่มีการระบายน้ำดีอีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">      <strong>    ๒. ความอุดมสมบูรณ์ของดิน</strong>  ดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงค่อนข้างดี   จึงจะทำให้การปลูกอ้อยได้ผลดี  ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมากๆ เช่นป่าเปิดใหม่แม้ว่าจะได้น้ำหนักมาก  แต่ก็มักประสบปัญหาเรื่องอ้อยมีความหวานต่ำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>          ๓. น้ำฝนหรือน้ำชลประทาน</strong>  อ้อยเป็นพืชต้องการน้ำมาก  ถ้าเป็นน้ำฝนต้องไม่น้อยกว่าปีละ ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร  และต้องมีการกระจายดีโดยเฉพาะในระยะที่อ้อยกำลังเจริญเติบโต  ถ้าที่ใดมีฝนตกน้อย หรือฝนกระจายไม่ดีจะต้องมีน้ำชลประ-ทานช่วย  นอกจากนี้ต้องมีระยะที่ขาดฝนและอากาศหนาวเพื่อให้อ้อยแก่และสุก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ปัจจัยอื่นๆ นอกจากที่กล่าวแล้วก็คือ แสงแดดและอุณหภูมิ อ้อยเป็นพืชต้องการแสงแดดจัดตลอดเวลาตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ดังนั้นบริเวณที่ได้รับแสงแดดน้อย จึงไม่เหมาะแก่การปลูกอ้อยสำหรับอุณหภูมินั้นเกี่ยวข้องกับคุณภาพหรือความหวานของอ้อย ในระยะที่ขาดฝนหรือขาดน้ำ ควรจะเป็นระยะที่อุณหภูมิต่ำหรืออากาศหนาวด้วย และสภาพอากาศหนาวควรจะมีเวลานานพอ ซึ่งจะทำให้อ้อยมีความหวานมากขึ้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ฤดูปลูก </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">          การเลือกเวลาปลูกที่เหมาะสมนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะเวลาปลูกมีอิทธิพลถึงการเตรียมดิน การปฏิบัติรักษา การเจริญเติบโตและผลผลิต   ตลอดจนเวลาตัดหรือเก็บเกี่ยวด้วยปัจจัยสำคัญที่ควบคุมเวลาปลูกในแหล่งที่ไม่มีการชลประทาน  คือ ฝน ในบริเวณที่มีการชลประทาน อาจปลูกได้ตลอดที่  อย่างไรก็ดี การปลูกอ้อยในประเทศไทยส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝน ซึ่งอาจแบ่งออกเป็น ๒ พวก คือ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>          ๑. ปลูกต้นฝน </strong> ปลูกในราวเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเริ่มต้นของฤดูฝนชาวไร่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางส่วนมากนิยมปลูกในช่วงเวลาดังกล่าว  การปลูกต้นฝนมักประสบปัญหาวัชพืช ทำให้ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในแง่ของการใช้น้ำ การปลูกต้นฝนไม่สามารถใช้น้ำฝนได้อย่างเต็มที่ เพราะในระยะ ๑-๓ เดือนแรกซึ่งอ้อยยังเล็กอยู่นั้นต้องการน้ำน้อยฝนที่ตกลงมาส่วนมากเกินความต้องการของอ้อย จึงสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์  ครั้นพอถึงระยะที่อ้อยต้องการน้ำมาก คือ เมื่ออายุ  ๔-๘  เดือนก็ใกล้เวลาที่ฝนจะหมดแล้ว ทำให้มีเวลาในการใช้น้ำสั้นมีการเจริญเติบโตน้อย และให้ผลผลิตต่ำเพราะน้ำไม่พอ  นอกจากนี้การปลูกต้นฝนไม่สามารถตัดได้ตอนต้นฤดูหีบเพราะอ้อยยังไม่แก่   จึงต้องตัดตอนปลายฤดูหีบ ดังนี้เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>          ๒. ปลูกปลายฝน</strong>  ปลูกในราวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธุ์  ชาวไร่ในภาคตะวันออก คือ ชลบุรีและระยอง ได้ถือปฏิบัติกันมานานแล้ว ส่วนชาวไร่ ในภาคอื่นๆ โดยเฉพาะภาคกลางกำลังให้ความสนใจเพิ่มขึ้นโดยลำดับ  การปลูกปลายฝนมีข้อดี  คือลดปัญหาวัชพืช อ้อยได้ใช้น้ำฝนเต็มที่ และมีเวลาในการเจริญเติบโตนานกว่า   จึงให้ผลผลิตสูงกว่านอกจากนั้นยังสามารถตัดอ้อยได้ตั้งแต่ต้นฤดูหีบอีกด้วย  อย่างไรก็ดี ข้อสำคัญในการปลูกปลายฝนนั้นจะต้องมีการเตรียมดินให้ดีกว่าการปลูกต้นฝน </span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การปลูกอ้อย-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 การปลูกอ้อย-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การปลูกอ้อย-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การปลูกอ้อย-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การปลูกอ้อย-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การปลูกอ้อย-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-การปลูกอ้อย-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/sugarcane-planting/01-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การเตรียมพื้นที่และการเตรียมดิน </strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <strong>         การเตรียมพื้นที่</strong>   หมายถึงการทำให้พื้นที่อยู่ในสภาพที่จะใช้เครื่องมือทำไร่อ้อยได้สะดวกพื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นพื้นที่ป่า  ที่รกร้างว่างเปล่า ที่เคยปลูกพืชอื่นมาก่อน หรือพื้นที่ซึ่งปลูกอ้อยอยู่แล้ว  วิธีการเตรียม  เครื่องมือ  แรงงาน  และทุนรอนที่ต้องการใช้แตกต่างกันไปตามสภาพพื้นที่ ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะพื้นที่ซึ่งเคยปลูกพืชอื่นมาก่อนและพื้นที่ซึ่งปลูกอ้อยอยู่แล้วเท่านั้น เพราะเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ที่กสิกรใช้ปลูกอ้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>         การปรับปรุงสมบัติของดิน</strong> ดินที่ปลูกอ้อยหรือพืชอื่นนอกจากพืชตระกูลถั่วติดต่อกันมาเป็นเวลานาน  มักจะมีความอุดมสมบูรณ์น้อยลงและสภาพทางกายภาพของดินเลวลงด้วย ทำให้ผลผลิตพืชที่ปลูกต่ำลง วิธีที่จะปรับปรุงให้ดินดีขึ้นกระทำได้ด้วยการใส่ปุ๋ย  โดยเฉพาะพวกปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ  หรือโดยวิธีปลูกพืชตระกูลถั่วแล้วไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยอินทรีย์ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักหรือผลพลอยได้จากโรงงานน้ำตาล ซึ่งได้แก่ กากตะกอน (filter-cake)  และชานอ้อย (bagasse) เป็นต้นเมื่อใส่สารอินทรียวัตถุเหล่านี้ลงดินจะช่วยทำให้ดินนั้นมีสมบัติทางเคมี  ทางกายภาพ  และทางชีวภาพดีขึ้น เป็นผลให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการใส่ปุ๋ยอินทรีย์จึงนับว่ามีความจำเป็น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>         การเตรียมดิน</strong>  เนื่องจากอ้อยเป็นพืชอายุยืนและมีรากหยั่งลึกมาก และเมื่อปลูกครั้งหนึ่งแล้วสามารถไว้ตอหรือเก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง ปริมาณผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวแต่ละครั้ง  ตลอดจนความยาวนานของการไว้ตอ นอกจากจะขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพลมฟ้าอากาศแล้ว  การเตรียมดินนับว่ามีบทบาทสำคัญมาก  ชาวไร่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การไถ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเตรียมพื้นที่  ซึ่งปลูกอ้อยอยู่แล้ว และต้องการรื้อตอเก่าเพื่อปลูกใหม่ก็เริ่มต้นด้วยการเผาเศษที่เหลืออยู่บนดินโดยเร็วภายหลังการเก็บเกี่ยว เพราะขณะนั้นดินยังมีความชื้นพอที่จะปฏิบัติไถพรวนได้สะดวก ก่อนใช้ไถบุกเบิกรื้อตอเก่า ควรใช้เครื่องไถระเบิดดินดาน (subsoiler) หรือไถสิ่ว (ripper) ไถแบบตาหมากรุกเพื่อให้ดินชั้นล่างแยกออกเสียก่อน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ดินนั้นเก็บน้ำไว้มากขึ้นภายหลังฝนตกและดินระบายน้ำได้ดีแล้ว ยังทำให้รากสามารถหยั่งลึกได้มากขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ถ้าพื้นดินอยู่ในสภาพที่ขาดน้ำก็จะเป็น ทางให้อ้อยใช้น้ำใต้ดินได้อีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          เมื่อไถระเบิดดินชั้นล่างแล้วก็ตามด้วยไถจาน ๓ อีก ๓-๔ ครั้ง  คือไถดะ  ๑ ครั้ง  แล้วไถแปร อีก ๑-๒ ครั้ง  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของดินและฤดูกาลที่ปลูก  สำหรับการปลูกต้นฝน อาจไม่จำเป็น ต้องเตรียมดินให้ละเอียดมากนัก  แต่ถ้าเป็นการปลูกปลายฝนการเตรียมดินให้ละเอียดเป็นสิ่งจำเป็นการไถควรไถให้ลึกมากๆ เพื่อให้สามารถเปิดร่องได้ลึกและปลูกได้ลึกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ข้อที่ต้องระวังในการเตรียมดินก็คือ ไถในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ  วิธีง่ายที่สุดที่จะทราบว่าดินนั้นมีความชื้นพอเหมาะหรือไม่ก็คือเอาดินในชั้นที่จะมีการไถใส่ฝ่ามือ  แล้วกำพอแน่นแบมือออก  ถ้าดินมีความชื้นพอเหมาะ จะจับกันเป็นก้อนในลักษณะพร้อมที่จะแตกออกเมื่อมีอะไรมากระทบ ดินที่มีความชื้นน้อยเกินไปก็จะแข็งมากไถลำบาก   ถ้าดินมีความชื้นมากเกินไปก็จะจับกันเป็นก้อน นอกจากนี้ถ้าเป็นพื้นที่ลาดเอียง การปฏิบัติต่างๆ ในการเตรียมดินต้องกระทำในทิศทางตั้งฉากกับความลาดเอียงเสมอ  ทั้งนี้เพื่อช่วยลดการชะกร่อนของดินเนื่องจากน้ำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>          การปรับระดับ</strong>  เมื่อไถเสร็จแล้วควรปรับระดับพื้นที่ให้ราบเรียบพอสมควร และให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยทางใดทางหนึ่งที่จะสะดวกต่อการให้น้ำและระบายน้ำ ในกรณีที่ปลูกโดยอาศัยน้ำฝนการปรับระดับจะทำให้น้ำไหลช้าลงช่วยลดการชะกร่อนได้อีกทางหนึ่งด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในที่บางแห่งซึ่งมีความลาดเอียงค่อนข้างมากอาจต้องทำคันดินกั้นน้ำเป็นตอนๆ ตัดขวางทางลาดเอียง  พร้อมทั้งมีร่องระบายน้ำด้วย  ทั้งคันดินและร่องน้ำควรให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลช้าลง  บริเวณที่ลาดเอียงมากไม่ควรใช้ปลูกอ้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>          การยกร่อง</strong>  การยกร่องหรือการเปิดร่องสำหรับปลูกอ้อยเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะสะดวกแก่การปฏิบัติต่างๆ เช่น  การปลูก  การให้น้ำ และการระบายน้ำแล้ว  ยังทำให้ปลูกได้ลึกอีกด้วย การปลูกลึกช่วยให้อ้อยไม่ล้มง่าย  ทนแล้งได้ดี  และสามารถไว้ตอได้นานกว่าการปลูกตื้น เครื่องยกร่องอาจเป็นผานหัวหมู  หรือหางยกร่องซึ่งใช้สำหรับยกร่องโดยเฉพาะ  แนวร่องที่ยกควรให้ตัดกับความลาดเอียงของพื้นที่ ระยะระหว่างร่องประมาณ ๙๐-๑๔๐ เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้และวัตถุประสงค์ในการปลูก </span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img decoding="async" width="1024" height="512" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การปลูกอ้อย-01-1024x512.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="02 การปลูกอ้อย-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การปลูกอ้อย-01-1024x512.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การปลูกอ้อย-01-300x150.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การปลูกอ้อย-01-768x384.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การปลูกอ้อย-01-1536x768.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/02-การปลูกอ้อย-01-2048x1024.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/sugarcane-planting/02-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การเตรียมอ้อยพันธุ์และเตรียมท่อนพันธุ์ </strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ก.การเตรียมอ้อยพันธุ์ </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">          การเตรียมพันธุ์อ้อยไว้สำหรับปลูกเอง นับว่ามีความจำเป็นสำหรับชาวไร่  ทั้งนี้เพราะนอกจากจะได้พันธุ์ที่ดีตามเวลาที่ต้องการแล้ว  ยังได้อ้อยที่มีความสมบูรณ์  ในขณะเดียวกันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย  วิธีการก็คือเมื่อต้องการจะปลูกอ้อยพันธุ์ใด  ก็หาพันธุ์มาปลูกไว้ล่วงหน้าประมาณ ๖-๗ เดือน เพื่อให้อ้อยเติบโต\เต็มที่ ก่อนตัด ๒-๓ สัปดาห์ควรลอกกาบออกเพื่อให้ตาแข็งแรง  อ้อยที่ปลูกไว้ทำพันธุ์ในเนื้อที่ ๑ ไร่จะใช้ปลูกได้ ๑๐-๒๐ ไร่  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะปลูกและอัตราปลูก  อย่างไรก็ดีหากจะพิจารณาถึงลักษณะอ้อยที่เหมาะสำหรับใช้ทำพันธุ์ ก็พอจะกล่าวเป็นข้อๆ ได้ดังนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">         ๑. ต้องเป็นอ้อยปลูก ( plant cane ) ที่ได้ รับน้ำและปุ๋ยอย่างเพียงพอ   มีการเจริญเติบโตดีปราศจากโรคและแมลงรบกวน   ไม่ควรใช้อ้อยตอ ( ratoon cane ) ทำพันธุ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">         ๒. ต้องไม่แก่หรืออ่อนเกินไป  อายุที่เหมาะสมคือ ๕-๘ เดือน อ้อยที่อ่อนเกินไปมักจะแห้งง่ายและมีความงอกต่ำ โดยเฉพาะถ้าปลูกในฤดูแล้ง และดินมีความชื้นไม่พอ อ้อยที่แก่เกินไปก็มีความงอกต่ำเช่นเดียวกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">         ๓. ลำต้นควรเป็นขนาดปานกลางถึงขนาดใหญ่ อ้อยที่ลำเล็กเกินไปจะให้ต้นอ่อนที่ไม่ค่อย\แข็งแรง ตั้งตัวได้ช้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ส่วนยอดของลำต้นที่ตัดเข้าหีบทำพันธุ์\นั้นได้ผลน้อยกว่าอ้อยที่ปลูกไว้ทำพันธุ์โดยเฉพาะ\และมักจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับเวลาตัดและเวลาปลูกไม่สัมพันธ์กัน เป็นการไม่สะดวก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">      นอกจากนี้การปลูกอ้อยที่ได้ผลดีควรจะปลูกอ้อยหลายๆ พันธุ์ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ในเวลาต่างๆ กัน คือ มีทั้งพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวต้นฤดู  กลางฤดู  และปลายฤดูหีบ  ทั้งนี้เพื่อจะได้อ้อยที่มีคุณภาพดีส่งโรงงานตลอดฤดูหีบ  การปลูกอ้อยเพียง ๑-๒ พันธุ์ในพื้นที่จำนวนมากๆ อาจมีปัญหาเรื่องคุณภาพในช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่ยาวนานนับเป็นเดือน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ข. การเตรียมท่อนพันธุ์ </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">          ท่อนพันธุ์ที่ดีจำเป็นสำหรับการงอกที่ดีและการเจริญเติบโตที่ดีด้วย  ท่อนพันธุ์ที่ดีต้องมีตาที่สามารถงอกและเจริญเติบโตได้อย่างน้อยท่อนละหนึ่งตา โดยทั่วไปชาวไร่ใช้ท่อนพันธุ์ที่มี ๒ ตาปลูก  แต่ถ้าใช้ท่อนที่มี  ๓  ตาจะให้ผลดีกว่าทั้งในด้านความงอก  และการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในระยะแรก   ชาวไร่โดยทั่วไปมัก\จะขาดความระมัดระวังเรื่องท่อนพันธุ์ ทำให้ความงอกต่ำ  จึงต้องมีการชดเชยโดยใช้ท่อนพันธุ์เกินความจำเป็นทำให้ต้องเสียค่าใช้เพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุการเตรียมท่อนพันธุ์ที่ดีกระทำได้ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๑.  ตัดท่อนพันธุ์ให้มี ๓ ตา ตัดกึ่งกลางปล้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๒. ระวังอย่าให้ตาถูกกระทบกระเทือน มิฉะนั้นอาจไม่งอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๓. แช่ท่อนพันธุ์ด้วยยาฆ่าเชื้อราทันที ภายหลังตัดเป็นท่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๔. ถ้าสงสัยว่าจะมีโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสต้องแช่น้ำร้อน  ๕๐-๕๒ องศาเซลเซียสเป็นเวลา  ชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๕. ถ้าต้องขนส่งพันธุ์อ้อย ควรขนส่งทั้งโดยไม่ลอกกาบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๖. ไม่ควรลอกกาบท่อนพันธุ์ เพราะจะทำให้ตาอ้อยขาดเครื่องป้องกัน ซึ่งอาจทำให้มีความงอกน้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๗. ถ้าต้องเก็บท่อนพันธุ์ที่ได้สับเป็นท่อนแล้วไว้หลายวัน ควรกองไว้ในร่ม คลุมด้วยหญ้าแห้ง ฟาง หรือใบอ้อยแห้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รดน้ำให้ชุ่มนอกจากปลูกด้วยท่อนพันธุ์แล้ว  อาจใช้ชิ้นตา (bud chip) ซึ่งเป็นส่วนของข้อที่มีตาและปุ่มรากปลูกโดยตรงในไร่  หรือชำให้งอกแล้วย้ายปลูกก็ได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีปลูกอ้อย </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๑. ปลูกด้วยเครื่องปลูกเป็นเครื่องมือที่ติดกับรถแทรกเตอร์  ซึ่งทำหน้าที่หลายอย่างไปพร้อมๆ กัน นับตั้งแต่การเปิดร่อง ตัดลำต้นอ้อยออกเป็นท่อนๆ  ยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร วางท่อนพันธุ์ในร่อง ใส่ปุ๋ยและกลบท่อนพันธุ์  การปลูกด้วยเครื่องต้องใช้แรงงาน ๓ คน  คนหนึ่งทำหน้าที่ขับ และควบคุมการทำงานของส่วนต่างๆ ส่วนอีกสองคนทำหน้าที่ป้อนอ้อยทั้งลำ  การปลูกด้วยเครื่องไม่ต้องมีการเปิดร่องหรือยกร่องไว้ก่อนเพียงแต่ไถให้ดินร่วนซุยดีเท่านั้น ชาวไร่รายใหญ่นิยมใช้เครื่องปลูกเพราะทุ่นค่าใช้จ่าย และมีความงอกสม่ำเสมอดี   เพราะความชื้นในดินสูญเสียไปน้อยกว่าการปลูกด้วยแรงคนซึ่งต้องยกร่องไว้ล่วงหน้า วันหนึ่งปลูกได้ประมาณ ๑๕-๒๐ ไร่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ๒. ปลูกด้วยแรงคน ในทางทฤษฎีแนะนำให้เปิดร่องแล้วปลูกทันที แต่ในทางปฏิบัติชาวไร่มักจะเตรียมดินแล้วยกร่องคอยฝน  เมื่อฝนตกมากพอก็จะรอจนดินหมาด  แล้วจึงลงมือปลูก  ก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยรองพื้นแล้วกลบปุ๋ยก่อนวางท่อนพันธุ์ การปลูกก็ใช้วิธีวางท่อนพันธุ์ให้ราบกับพื้นร่องแล้วกลบดินให้หนาประมาณ ๕-๑๕ เซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูปลูก ถ้าปลูกหน้าฝนกลบบาง  หน้าแล้งกลบหนา ขณะปลูกต้องมีการคัดเลือกท่อนพันธุ์ไปด้วยควรปลูกเฉพาะท่อนพันธุ์ที่มีตาสมบูรณ์เท่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ระยะปลูกแตกต่างกันไปตามสถานที่ โดยทั่วไปใช้ระยะระหว่างแถวตั้งแต่ ๙๐-๑๔๐ เซนติเมตรส่วนระยะระหว่างท่อนห่างกัน ๓๐-๕๐ เซนติเมตรวัดจากกึ่งกลางท่อนหนึ่งถึงกึ่งกลางของอีกท่อนหนึ่งอย่างไรก็ดีเนื่องจากชาวไร่ขาดความระมัดระวังเกี่ยวกับท่อนพันธุ์ ทำให้ความงอกต่ำจึงต้องใช้ท่อนพันธุ์มากขึ้น เช่น ปลูกโดยวางท่อนพันธุ์เป็นคู่ติดต่อกันไป  หากชาวไร่ใช้ท่อนพันธุ์ ๓ ตา  และมีการระวังในการเตรียมท่อนพันธุ์แล้วจะใช้ท่อนพันธุ์ประมาณ ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ ท่อนต่อไร่เท่านั้น  แทนที่จะใช้ ๖,๐๐๐-๘,๐๐๐ ท่อนต่อไร่อย่างเช่นที่ปฏิบัติกันอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          นอกจากนี้ก็มีชาวไร่บางรายที่นิยมปลูกโดยวางอ้อยทั้งลำลงในร่อง  โดยมิได้สับให้ขาดจากกันเป็นท่อนๆ  วิธีนี้ไม่ถูกต้องเพราะอ้อยจะงอกเฉพาะ ปลายกับโคนเท่านั้น  วิธีที่ถูกคือ  เมื่อวางอ้อยทั้งลำแล้วใช้มีดสับให้ขาดเป็นท่อนๆ ละ ๒-๓ ตา  วิธีนี้จะช่วยประหยัดแรงงานได้มาก แต่อ้อยที่ใช้ทำพันธุ์ ต้องมีอายุระหว่าง ๕-๘ เดือนจึงจะได้ผลดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">          ในกรณีที่ดินแฉะหรือมีน้ำขังเล็กน้อย  ควรปลูกโดยวิธีปักท่อนพันธุ์ให้เอียงประมาณ  ๔๕ องศากับแนวดิ่ง   และควรฝังให้ลึกประมาณสองในสามของความยาวท่อนพันธุ์ </span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;">ดูข้อมูลเพิ่มเติม</h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/biochar/">การเผาถ่านบำรุงดิน ( Biochar )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/sugarcane-planting/">วิธีการปลูกอ้อย</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
