<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีปลูกสับปะรด Archives - วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</title>
	<atom:link href="https://farm.vayo.co.th/blog/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://farm.vayo.co.th/blog/tag/วิธีปลูกสับปะรด/</link>
	<description>Natural agriculture and holistic health center</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Jan 2024 03:01:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	
	<item>
		<title>วิธีปลูกสับปะรด</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/pineapple-planting/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2021 21:29:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ไม้เตี้ย - เรี่ยดิน - หัวใต้ดิน - ไม้น้ำ ( ผัก - สมุนไพร - ธัญพืช )]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีปลูกสับปะรด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=2021</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ต้องมีพื้นที่เป็นไร่ ก็ปลูกสับปะรดได้ เพราะวันนี้เรามีวิธีการปลูกสับปะรดด้วยจุกแบบง่าย ๆ ด้วยตัวเองมาฝาก พร้อมข้อมูลน่ารู้ก่อนปลูกสับปะรด การปลูกสับปะรดดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับคนที่ไม่ได้มีอาชีพทำไร่ทำสวน แต่เราก็สามารถปลูกสับปะรดเอาไว้รับประทานเองในบ้านได้เหมือนกัน...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/pineapple-planting/">วิธีปลูกสับปะรด</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ไม่ต้องมีพื้นที่เป็นไร่ ก็ปลูกสับปะรดได้ เพราะวันนี้เรามีวิธีการปลูกสับปะรดด้วยจุกแบบง่าย ๆ ด้วยตัวเองมาฝาก พร้อมข้อมูลน่ารู้ก่อนปลูกสับปะรด</p>
<p>การปลูกสับปะรดดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับคนที่ไม่ได้มีอาชีพทำไร่ทำสวน แต่เราก็สามารถปลูกสับปะรดเอาไว้รับประทานเองในบ้านได้เหมือนกัน ถึงจะมีเนื้อที่ในบ้านไม่พอให้ทำสวนก็ไม่เป็นไร เพราะพื้นที่เล็ก ๆ ก็ปลูกได้ โดยการปลูกด้วยจุกสับปะรด พร้อมเคล็ดลับในการดูแลให้เนื้อหวานฉ่ำ แถมผลใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ลักษณะและสายพันธุ์สับปะรด</strong></h3>
<p>สับปะรด เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ananas comosus และมีชื่อสามัญว่า Pineapple ในไทยก็มีชื่อเรียกอื่น ๆ แตกต่างตามพื้นถิ่น ได้แก่ ย่านัด (ภาคใต้) บ่อนัด (ภาคเหนือ) บักนัด (ภาคอีสาน) โดยเป็นพืชในกลุ่มใบเลี้ยงเดี่ยว มีลำต้นอยู่ใต้ดิน มีดอกช่อออกกลางต้น ความสูงประมาณ 90-100 เซนติเมตร ออกผลเป็นผลรวมทรงกระบอก ปลายผลมีใบกระจุก ออกผลผลิต 2 ช่วงคือ ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน และพฤศจิกายน &#8211; มกราคมของทุกปี สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในไทยมี 6 สายพันธุ์คือ พันธุ์ปัตตาเวีย พันธุ์ภูเก็ต พันธุ์สวี พันธุ์นางแล พันธุ์อินทรชิต และพันธุ์ตราดสีทอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>วิธีปลูกสับปะรดด้วยจุก</strong></h3>
<h3><strong>1. คัดสับปะรดพันธุ์ดี</strong></h3>
<p>ควรเลือกผลสับปะรดที่เนื้ออิ่มแน่น จุกสับปะรดต้องเป็นสีเขียว ไม่เหลือง และไม่มีใบสีน้ำตาล ส่วนผลสับปะรดก็ควรมีสีเหลืองทอง ไม่เขียว หรืออ่อนจัดจนเกินไป ที่สำคัญต้องตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่า จุกหรือใบสับปะรดไม่มีแมลงมากัดกิน โดยสังเกตได้จากจุดสีเทาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เกาะติดอยู่ตามใบ หากพบเจอแมลงกินพืชเหล่านี้ก็ต้องหาสับปะรดผลไม้มาเป็นพันธุ์แทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ผลสับปะรดที่เลือกต้องเป็นผลที่กำลังดี ไม่สุก หรืออ่อนจนเกินไป ซึ่งวิธีการตรวจสอบสับปะรดก็ทำไม่ยาก เพียงแค่ลองดึงจุกสับปะรดเบา ๆ หากจุกสับปะรดหลุดออกอย่างง่ายดาย ก็แสดงว่า สับปะรดลูกนั้นสุกเกินไปที่จะนำมาเพาะเป็นพันธุ์แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>2. เตรียมจุกสับปะรดสำหรับลงปลูก</strong></h3>
<p>หลังจากได้ผลสับปะรดคุณภาพดีมาแล้ว (ควรคัดเลือกสัปปะรด 2 ลูก เพื่อป้องกันความผิดพลาด) ต่อจากนี้ให้คุณใช้มือบิดจุกสับปะรดออกมา โดยหลีกเลี่ยงการใช้มีดตัดจุกสับปะรด เพราะความคมของมีดอาจจะทำให้คุณตัดสับปะรดเข้าถึงเนื้อ เป็นเหตุให้สับปะรดเน่าเสียทั้งลูกได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อบิดจุกสับปะรดออกมาได้แล้ว คราวนี้ให้ใช้มีดค่อย ๆ เล็มโคนจุกสับปะรดให้มีลักษณะ เรียบเสมอกัน โดยในระหว่างที่ใช้มีปาดบาง ๆ ก็พยายามสังเกตด้วยว่า เราปาดถึงเนื้อเยื่อ และรากของสับปะรด (ปุ่มกลม ๆ เล็ก ๆ ลักษณะคล้ายตาสับปะรด) แล้วหรือยัง ถ้าปาดจนเริ่มเห็นรากสับปะรดแล้ว ขั้นต่อไปให้ดึงกาบใบสับปะรด โดยเริ่มจากส่วนโคนจุกสับปะรดก่อน ดึงกาบใบออกไปเรื่อย ๆ ประมาณ 3-4 ชั้น เป็นการเปิดทางให้รากงอกออกมาได้สะดวกขึ้น แต่ก่อนจะนำจุกสับปะรดปักล งกระถาง ควรตากจุกสับปะรดประมาณ 2-3 วัน โดยคว่ำยอดจุกลงสู่พื้นดิน เพื่อฆ่าเชื้อโรค และให้แสงแดดเลียรอยแผลจนแห้ง และรัดตัว ป้องกันจุกสับปะรดเน่าเสีย จากนั้นค่อยนำไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>3. เพาะพันธุ์ขยายราก</strong></h3>
<p>ก่อนนำจุกไปปลูกให้นำมาแช่น้ำเพื่อขยายรากสับปะรดก่อน โดยขั้นตอนนี้ให้ใช้โหลพลาสติก หรือแก้วขนาดใหญ่ ใส่น้ำสะอาด แล้วนำจุกสับปะรดไปปักแช่ไว้ประมาณ 3 สัปดาห์ และระหว่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนน้ำในขวดโหลทุก ๆ 2-3 วันด้วย ทั้งนี้ควรวางขวดโหลไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิปกติคือ ไม่ร้อนจัด หรือเย็นจัดเกินไป หรืออาจจะวางขวดโหลไว้บนหลังตู้เย็นก็ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>4. ปลูกลงกระถาง</strong></h3>
<p>หลังจากเพาะจนรากสับปะรดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ให้คุณเตรียมกระถางสำหรับปลูกสับปะรดได้เลย โดยเลือกกระถางปลูกต้นไม้ความสูงประมาณ 8 นิ้ว และมีรูระบายน้ำมากพอสมควร จากนั้นรองก้นกระถางด้วยหิน เทให้หนาประมาณ 2 นิ้ว ตามด้วยลงดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 50 ต่อ 50 เสร็จแล้วให้ปักจุกสับปะรดลงไป กลบดินให้แน่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ในระยะแรกให้คุณหมั่นรดน้ำต้นสับปะรดพอประมาณ รักษาระดับความชื้นของดินให้สมดุล ไม่เปียกจัด และไม่แห้งระแหงจนเกินไป ที่สำคัญในช่วง 6-8 สัปดาห์แรก จะเป็นช่วงที่รากสับปะรดกำลังเติบโต และสร้างความแข็งแรงให้ตัวเอง ดังนั้นทางที่ดีอย่าเพิ่งใส่ปุ๋ย หรือรบกวนต้นสับปะรดนะคะ และหลังจากนั้นประมาณ 2 เดือน รากของต้นสับปะรดจะเริ่มแข็งแรง พร้อมจะงอกหน่อ ซึ่งหากอยากตรวจสอบความสมบูรณ์แข็งแรงของราก ก็ทำได้โดยลองดึงจุกสับปะรดเบา ๆ หากต้นสับปะรดยึดเกาะกับดินในกระถางอย่างเหนียวแน่น ก็หมายความว่ารากมีความแข็งแรงมากพอแล้ว และในระยะนี้คุณจะเริ่มเห็นต้นสับปะรดงอกรากใหม่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ในกรณีที่รากสับปะรดยังอ่อนแอ หรือมีปัญหาเกิดขึ้น คุณจะสามารถดึงจุกสับปะรดออกมาจากกระถางได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเมื่อเจอแบบนี้ก็คงต้องตรวจ สอบความผิดปกติกันหน่อย ง่าย ๆ ก็แค่สำรวจดูรากว่าเน่า หรือมีเชื้อรารบกวนหรือไม่ และถ้าเจอปัญหาเหล่านี้ ก็คงต้องเริ่มกระบวนการเพาะจุกสับปะรดกันใหม่ตั้งแต่ต้นเลยล่ะ แต่คราวนี้อย่าเผลอมือหนักรดน้ำจนชุ่มแฉะเกินไปนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div></div>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_center">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-วิธีปลูกสับปะรด-01-1024x1024.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" title="01 วิธีปลูกสับปะรด-01" srcset="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-วิธีปลูกสับปะรด-01-1024x1024.jpg 1024w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-วิธีปลูกสับปะรด-01-300x300.jpg 300w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-วิธีปลูกสับปะรด-01-150x150.jpg 150w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-วิธีปลูกสับปะรด-01-768x768.jpg 768w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-วิธีปลูกสับปะรด-01-1536x1536.jpg 1536w, https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/06/01-วิธีปลูกสับปะรด-01-2048x2048.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px"  data-dt-location="https://farm.vayo.co.th/blog/pineapple-planting/01-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%94-01/" /></div>
		</figure>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<h3><strong>การดูแลทั่วไป</strong><strong>แสงแดด และอุณหภูมิที่เหมาะสม</strong></h3>
<p>เนื่องจากสับปะรดเป็นพืชเขตร้อน เราจึงต้องวางกระถางต้นสับปะรดไว้ในมุมที่แดดส่องถึงอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และควรรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ประมาณ 24-30 องศาเซลเซียส หรือถ้าวันไหนที่แดดดี จะนำกระถางต้นสับปะรดไปตากแดดจัด ๆ ก็จะดีมาก เพราะช่วยเสริมให้สับปะรดเติบโตอย่างมีชีวิตชีวามากขึ้น อีกทั้งยังเสริมภูมิคุ้มกันโรคพืช และศัตรูพืชได้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หากคุณไม่สามารถจัดวางกระถางต้นสับปะรดในจุดที่มีแดดส่องถึงได้ แนะนำให้ใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซ้นส์เปิดอนุบาลต้นสับปะรดวันละประมาณ 12-14 ชั่วโมง ในช่วงแรก ๆ จนกว่าที่ต้นสับปะรดจะโตและเริ่มมีดอกออกผล ค่อยลดการใช้ไฟเป็นวันละ 10-11 ชั่วโมงในเวลาต่อมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การรดน้ำ</strong></h3>
<p>ควรหมั่นรดน้ำสม่ำเสมอ อย่างน้อยประมาณ 1 ลิตรต่อต้น ยกเว้นในช่วงฤดูฝน ควรระวังไม่ให้น้ำเยอะเกินไปจนดินแฉะ เพราะอาจทำให้รากเน่าได้ นอกจากนี้ควรระวังเรื่องเชื้อรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>การให้ปุ๋ย</b></h3>
<div>          เคล็ดลับที่ทำให้สับปะรดหวานฉ่ำก็คือ ควรให้ปุ๋ยฟอสฟอรัส โพรแทสเซียม และไนโตรเจนอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง โดยให้ปุ๋ยในปริมาณเล็กน้อยก็พอ ซึ่งจะเลือกให้ปุ๋ยทางกาบใบ ด้วยการโรยปุ๋ยบริเวณกาบใบล่างของต้น หรือให้ปุ๋ยชนิดเหลว ด้วยการฉีดพ่นกาบใบ หรือราดบนหน้าดินรอบ ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องระวังอย่าใส่ปุ๋ยที่โคนต้นโดยตรง เพราะอาจจะทำให้รากเกิดความเสียหายได้ และหากให้ปุ๋ยน้อยเกินไปก็อาจจะส่งผลต่อรสชาติของสับปะรด</div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>โรคพืช และศัตรูพืช</b></h3>
<div><b>          </b>ศัตรูพืชที่มักจะมาก่อกวนต้นสับปะรด คือ ไร เชื้อรา และอาการตกสะเก็ด ซึ่งสามารถจำได้โดยการล้างกาบใบด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ ส่วนโรคพืชที่พบบ่อยจะเป็นโรครากเน่า รากเกิดเชื้อรา สังเกตได้ง่าย ๆ จากการที่กาบใบตรงกลางเป็นสีน้ำตาลคล้ำออกดำ และเวลาที่ดึงจุกสับปะรด รากก็จะหลุดออกมาได้โดยง่าย ซึ่งสาเหตุของโรคพืชเหล่านี้ก็มาจากการรดน้ำมากเกินไป รวมทั้งการใส่ปุ๋ยตรงกลางลำต้น ทำลายเนื้อเยื่อของรากให้เน่าตายนั่นเอง และนี่ก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงต้องระมัดระวังการรดน้ำ และให้ปุ๋ยต้นสับปะรดให้มาก</div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>การออกดอกและผล</b></h3>
<div>แม้พื้นฐานของสับปะรดจะเป็นผลไม้เนื้อหวานฉ่ำ แต่ในระหว่างที่รอคอยผลผลิตนานนับปี เราจะมีโอกาสได้เห็นดอกของสับปะรดในช่วงเดือนที่ 12 ถึงเดือนที่ 14 ในขณะที่ต้นสับปะรดเจริญเติบโตได้ประมาณ 21 นิ้วเป็นต้นไป ตรงกลางของจุกจะผลิดอกสีแดงสดออกมาให้เราได้ชมจนชื่นใจ แต่สำหรับผลผลิตที่เรารอคอย จะเริ่มแตกหน่อประมาณเดือนที่ 20 และจะใช้เวลาเติบโต จนกว่าจะสุกงอมพร้อมรับประทานในเดือนที่ 24-26 เป็นต้นไป</div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> การบังคับดอก</b></h3>
<div>เนื่องจากเราปลูกต้นสับปะรดด้วยวิธีบ้าน ๆ อีกทั้งยังปลูกสับปะรดในจำนวนน้อย จึงอาจจะไม่เหมาะเท่าไรนัก หากจะใช้สารเคมีเร่งดอก แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็สามารถใช้วิธีบ้าน ๆ บังคับดอกสับปะรดได้เช่นกัน เพียงแค่นำกระถางต้นสับปะรดใส่ลงไปในถุงที่มีผลแอปเปิลสุกงอม (ช้ำจนเกือบจะเน่านิดหน่อยก็ได้) จากนั้นวางถุงทิ้งไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไร นานเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นค่อยนำถุงต้นสับปะรดไปตากแดดจัด ผลแอปเปิลสุกจะปล่อยก๊าซเอธิลีนออกมา เร่งต้นสับปะรดให้ออกดอกเร็วขึ้นได้</div>
<p>&nbsp;</p>
<div>หรือคุณจะใช้วิธีวางก้อนแคลเซียม คาร์ไบด์ (Calcium Carbide) ปริมาณเพียงแค่นิ้วก้อยเล็ก ๆ ของเรา ตรงบริเวณโคนต้น แล้วรดน้ำประมาณ ¼ ถ้วยตวงตามลงไป วิธีนี้ก็จะช่วยให้เกิดสารเอธิลีน เร่งดอกสับปะรดอีกทางหนึ่งได้ แต่ทั้งนี้คุณควรทำในช่วงตกเย็น หรือเวลากลางคืนจะได้ผลดีที่สุด</div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ระยะเวลาที่ควรเก็บเกี่ยว</b></h3>
<div>เมื่อสับปะรดออกผลแล้ว ตามปกติจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน กว่าที่ผลสับปะรดจะเปลี่ยนจากสีเขียว สด แล้วค่อย ๆ เป็นสีเหลืองจากด้านล่าง ไล่ระดับไปจนถึงผลด้านบน และกลายเป็นสีเหลืองทองทั้งลูก บ่งบอกถึงความสุกงอมเต็มที่ แต่ถ้าใครใจร้อน จะรอให้ผลสับปะรดเหลืองแค่กลางลูก หรือเป็นสีเหลืองประมาณ 10% ก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะค่ะ ทั้งนี้ผลสับปะรดจะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม ลิ้มรสผลไม้ลูกแรกในชีวิตให้อิ่มหนำกันได้เลย</div>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>หลังการเก็บเกี่ยว</b></h3>
<div>ต้นสับปะรดหลังการเก็บกี่ยว จะสามารถไว้ตอได้ประมาณ 1-2 ครั้ง โดยให้คุณตัดต้นสับปะรดในระดับเหนือดินประมาณ 20-30 เซนติเมตร จากนั้นใช้พืชคลุมดินป้องกันวัชพืช และเก็บรักษาความชุ่มชื้น ในระหว่างนั้นก็รดน้ำดูแลต่อไปอีกสักประมาณ 2-3 เดือน ต้นสับปะรดจะเริ่มแตกหน่อข้างออกมา และเติบโตจนออกผลได้อีกครั้ง</div>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/biochar/">การเผาถ่านบำรุงดิน ( Biochar )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/new-theory-of-agriculture-index/">ขั้นตอน การทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ( โคก หนอง นา โมเดล )</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/pineapple-planting/">วิธีปลูกสับปะรด</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
