พรบ. สถานพยาบาล 2541, 2559
พรบ สถานพยาบาล พ.ศ. 2541
ประกาศ 24 มี.ค. 2541
บังคับใช้ 25 มี.ค. 2541 ( ถัดจากวันประกาศ )
พรบ สถานพยาบาล ( ฉบับ 4 ) พ.ศ. 2559
ประกาศ 20 ธ.ค. 2559
บังคับใช้ 21 มี.ค. 2559 ( ถัดจากวันประกาศ )
มาตรา 2 : พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 3 : “สถานพยาบาล” สถานที่รวมตลอดถึงยานพาหนะซึ่งจัดไว้เพื่อการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วย
การประกอบโรคศิลปะ… โดยกระทํา “เป็นปกติธุระไม่ว่าจะได้รับประโยชน์ตอบแทนหรือไม่”
มาตรา 5 : “ผู้อนุญาต” หมายความว่า อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย”
พรบ.นี้ไม่ใช้บังคับกับ รพ.รัฐแต่ ต้องมีลักษณะของสถานพยาบาลและมาตรฐาน
มาตรา 7 : “คณะกรรมการสถานพยาบาล” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ
รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นเลขานุการ และ ผอ.สำนักสถานพยาบาลเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ผู้ทรงคุณวุฒิ รมต.เป็นผู้แต่งตั้ง รวมจำนวน 13 คน
- ผู้ประกอบโรคศิลปะ 2 คน ( ยังไม่มีสภาวิชาชีพ เช่น การแพทย์แผนจีน นักรังษี เป็นต้น )
- ผู้ประกอบวิชาชีพ 4 คน ต้องเป็น ( นายก ) แพทย์สภา สภาพยาบาล สภาเภสัชกรรม และทันตแพทย์สภา
- ผู้ประกอบวิชาชีพสาขาอื่น ( มีสภาวิชาชีพ ) เลือกกันเอง 2 คน
- ผู้ดำเนินการ 2 คน
- คณบดีแพทย์ 1 คน
- สมาคม รพ. 1 คน
- ตัวแทนเอกชนที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค 1 คน
มาตรา 8 : ผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ติดต่อกันเกิน 2 วาระมิได้
พ้นจากวาระก่อนให้ รมต.แต่งตั้งใหม่แต่ถ้าเหลือเวลาดำรงตำแหน่งไม่ถึง 90 วัน ไม่ต้องแต่งตั้งก็ได้
มาตรา 11 : คณะกรรมการมีหน้าที่ให้คำปรึกษา รมต.สาธารณสุข
- การออกกฎกระทรวงหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
- การอนุญาตให้ประกอบกิจการ การดำเนินการ การปิดสถานพยาบาล หรือการเพิกถอนใบอนุญาต
- การส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการบริการของสถานพยาบาล
- การควบคุมหรือการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการสถานพยาบาล
- กำหนดลักษณะและมาตรฐาน
- กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉิน โรคติดต่อร้ายแรง เฝ้าระวัง
มาตรา 14 : สถานพยาบาลมี 2 ประเภท
-
สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ( คลีนิก )
-
สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
มาตรา 17 : ผู้ขอรับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องมีคุณสมบัติ
-
มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
-
มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
-
ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ( จำคุกไม่เกิน 1 เดือน )
-
ไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
-
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
-
ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขอรับอนุญาต ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งด้วย
มาตรา 18 : การพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการผู้ขอต้องมีรายการดังนี้
-
มีแผนการจัดตั้งที่ได้รับการอนุมัติแล้ว
-
มีสถานพยาบาลตามลักษณะที่กำหนด
-
มีเครื่องมือ เครื่องใช้ เวชภัณฑ์ยาหรือพาหนะที่จำเป็น
-
มีผู้ประกอบวิชาชีพตามจำนวน
-
ชื่อสถานพยาบาลตามกำหนด ( ต้องมีคำว่า “การแพทย์แผนไทย” ในชื่อ รพ, คลีนิก )
มาตรา 19 : ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลมีอายุ สิ้นปีปฏิทินของปีที่ 10 นับแต่ปีที่ออก
เช่น ได้รับ 1 เมษายน 2566 หมดอายุวันที่ 31 ธันวาคม 2575
มาตรา 20 : การต่ออายุให้ชำระค่าธรรมเนียมตามระยะเวลาที่กำหนดถ้าไม่ชำระปรับเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือน
หากยังไม่ชำระเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือน ให้พนักงานเจ้าหน้ามีคำสั่งไปยังผู้อนุญาตต่อไป ตาม ม. 49
มาตรา 22 : ผู้รับอนุญาตตายขอแทนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ตาย และประกอบกิจการไปได้เท่าที่เวลาเหลืออยู่
มาตรา 25 : ผู้รับอนุญาตดำเนินการต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลประเภทนั้นๆ
และไม่เป็นผู้ดำเนินการ มากกว่า 2 แห่ง แต่ถ้าเป็นแบบ รพ.จะเป็น รพ.( 8.00 – 20.00 ) อีกแห่งไม่ได้ และต้องควบคุมสถานพยาบาลได้อย่างใกล้ชิด
มาตรา 26 : ผู้ดำเนินการไม่มาปฏิบัติงานเกิน 7 วัน ให้ผู้ประกอบกิจการหาคนแทนได้ไม่เกิน 90 วัน และต้องแจ้งให้ อธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทราบภายใน 3 วันนับแต่วันที่แทน
มาตรา 28 : ใบอนุญาตดำเนินการมีอายุ สิ้นปีปฏิทินของปีที่ 2 นับแต่ปีที่ออก
เช่น 1 เมษายน 2566 หมดอายุ 31 ธันวาคม 2567
มาตรา 34 : ผู้ดำเนินการมีหน้าที่
-
ควบคุมไม่ให้ใช้สถานพยาบาลผิดสาขา
-
ไม่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพผิดสาขา
-
ไม่รับผู้ป่วยเกินจำนวนเตียงยกเว้นกรณีฉุกเฉิน
-
ดูแลความปลอดภัย สะอาด เรียบร้อย
มาตรา 35 : ผู้รับอนุญาตรับผิดชอบทั้ง 2 คน
-
จำนวนผู้ประกอบวิชาชีพให้เพียงพอตามใบอนุญาต
-
มีเครื่องมือ อุปกรณ์ ยา เพียงพอ
-
จัดทำรายงานผู้ประกอบวิชาชีพและประวัติผู้ป่วย “ตรวจสอบได้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่จัดทำ”
มาตรา 14/1 : สถานพยาบาลอาจจัดให้มีการศึกษา การฝึกอบรม การวิจัยทางการแพทย์ และสาธารณสุข หรือการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรเอกชนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม
ที่เกี่ยวเนื่องกับการประกอบโรคศิลปะหรือการประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเป็นการ
ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพของสถานพยาบาล
มาตรา 32 : ผู้รับอนุญาตต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ณ สถานพยาบาลนั้น
- ชื่อสถานพยาบาล
- รายการเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล
- อัตราค่ารักษาพยาบาล ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริการอื่นและสิทธิของผู้ป่วย
มาตรา 40 : ประสงค์เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขสถานพยาบาลให้มีลักษณะผิดไปจากที่ระบุต้องขออนุญาตใหม่
มาตรา 41 : ย้ายสถานพยาบาล ต้องขออนุญาตใหม่
มาตรา 42 : เปลี่ยนหมอแจ้งภายใน 30 วัน
มาตรา 43 : เปลี่ยนชื่อต้องแจ้งผู้อนุญาต
มาตรา 44 : เลิกกิจการต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
มาตรา 50 : กรณีสถานพยาบาลอันตรายผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งปิดชั่วคราวได้จนกว่าจะแก้ไข
มาตรา 54 : ผู้ถูกเพิกถอนใบอนุญาตต้องรอจนครบ 2 ปี ถึงจะขอใหม่ได้
มาตรา 55 : การอุทธรณ์ กรณีต่างๆต้องยืนต่อ รมต.สาธารณสุข ภายใน 30 วัน
มาตรา 33/1 : เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจ
ประกาศกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินตามกฎหมายว่าด้วยการแพทย์ฉุกเฉิน โรคติดต่ออันตรายโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง หรือโรคระบาดตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ หรือสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินจากสถานพยาบาล ตามมาตรา 36
มาตรา 38 : โฆษณาหรือประกาศด้วยประการใดๆ เกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล
นอกจากชื่อและที่ตั้งของสถานพยาบาล ตามที่ปรากฏในใบอนุญาตต้องได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาหรือประกาศจากผู้อนุญาต
การโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใดๆ ซึ่งชื่อ ที่ตั้ง หรือกิจการของสถานพยาบาล หรือคุณวุฒิ หรือความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล เพื่อชักชวนให้มีผู้มาขอรับบริการจาก สถานพยาบาลโดยใช้ข้อความ เสียง หรือภาพอันเป็นเท็จหรือโอ้อวดเกินความจริง หรือน่าจะก่อให้เกิดความ เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล จะกระทำมิได้
“ค่าใช้จ่ายที่ได้รับจากการโฆษณาให้นําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน”
มาตรา 56 : ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการ มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐาน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 57 : กรณีผิด ม.16 การประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ม.24
ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลจะสั่งริบบรรดาสิ่งของที่ใช้ในการประกอบกิจการสถานพยาบาลด้วยก็ได้
มาตรา 58 : ม.39 ไม่ขออนุญาตโฆษณาหรือไม่ปรัปรุแก้ไขตามคำสังของพนักงานเจ้าหน้าที่ ม.45 ม.49
โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 59 : ม.21 โอนใบอนุญาต ม.31 แสดงใบอนุญาต ม.32 แสดงรายละเอียดสถานพยาบาล ม.40 ก่อสร้าง ม.43
เปลี่ยนชื่อ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
มาตรา 60 : ไม่มีผู้ดำเนินการ ม. 23 โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 61 : ไม่แจ้งให้ผู้อนุญาตทราบ ม.26 ผู้ดำเนินการมาอยู่ 7 วัน ม.30 ใบอนุญาตเสียหาย ม.42 เปลี่ยนหมอ ม.44
รายงานหมอและคนไข้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
มาตรา 68 : ม.38 ผู้ใดประสงค์จะโฆษณาหรือประกาศด้วยประการใด ๆ
ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาทนับแต่วันที่ฝ่าฝืนคำสั่งที่ให้ระงับการโฆษณาหรือ
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 38 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท นับแต่วันที่ฝ่าฝืนคำสั่งที่ให้ระงับการโฆษณาหรือประกาศ ทั้งนี้จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าวประกาศ ทั้งนี้จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว
มาตรา 71 : ผู้ใดประกอบกิจการสถานพยาบาลในระหว่างที่สถานพยาบาลนั้นถูกสั่งปิดชั่วคราวตามมาตรา 50
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับอีกวันละไม่ 1 หนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
มาตรา 73 : ผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาลผู้ใด
จัดทำหรือยอมให้ผู้อื่นจัดทำหลักฐานเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลและค่าบริการเอกสารแสดงการตรวจโรค เอกสาร แสดงผลการรกษาพยาบาลของสถานพยาบาล หรือเอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 75 : ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี
- (1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นประธานกรรมการ
ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทน
สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นกรรมการและให้อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแต่งตั้งข้าราชการของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพคนหนึ่ง เป็นเลขานุการ และอีกไม่เกินสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
- (2) ในเขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการอัยการจังหวัดและ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นกรรมการ และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแต่งตั้งข้าราชการ
ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดคนหนึ่ง เป็นเลขานุการ และอีกไม่เกิน 2 คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียวหรือที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีให้
คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ เมื่อผู้ต้องหาได้เสียค่าปรับตามที่เปรียบเทียบ ภายใน 30วัน นับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบปรับ ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ในกรณีที่พนักงานสอบสวนพบว่าผู้ใดกระทำความผิดที่มีอัตราโทษตามวรรคสองและผู้นั้นยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ
ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้น แสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ

อัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตด้านสถานพยาบาล
1. ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ฉบับละ 1,000 บาท
2. ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
- ก. ไม่เกิน 10 เตียง ฉบับละ 2,000 บาท
- ข. เกิน 10 เตียง แต่ไม่เกิน 25 เตียง ฉบับละ 5,000 บาท
- ค. เกิน 25 เตียง แต่ไม่เกิน 50 เตียง ฉบับละ 10,000 บาท
- ง. เกิน 50 เตียง แต่ไม่เกิน 100 เตียง ฉบับละ 20,000 บาท
- เกิน 100 เตียง ฉบับละ 20,000 บาท และให้คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นสำหรับที่เกิน 100 เตียง เตียงละ 100 บาท
3. ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ฉบับละ 500 บาท
4. ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
- ก. ไม่เกิน 10 เตียง ฉบับละ 1,000 บาท
- ข. เกิน 10 เตียง แต่ไม่เกิน 25 เตียง ฉบับละ 2,500 บาท
- ค. เกิน 25 เตียง แต่ไม่เกิน 50 เตียง ฉบับละ 5,000 บาท
- ง. เกิน 50 เตียง แต่ไม่เกิน 100 เตียง ฉบับละ 10,000 บาท
- เกิน 100 เตียง ฉบับละ 10,000 บาท และให้คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นสำหรับที่เกิน 100 เตียง เตียงละ 50 บาท

โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยขนาดเล็กอาจไม่มีหน่วยบริการ ผดุงครรภ์ และนวด
สถานพยาบาลจะต้องจัดให้มีห้องน้ำอย่างน้อย 1 ห้อง
ป้ายสถานพยาบาล
-
ตัวอักษรไทย (ภาษาต่างชาติเล็กกว่า)
-
ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง ไม่น้อยกว่า 40 ซม. ยาวไม่น้อยกว่า 120 ซม.
-
ตัวอักษรขนาดสูงไม่น้อยกว่า 10 ซม. รายละเอียดจำนวนเตียงไม่น้อยกว่า 5 ซม.
-
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย ป้ายสีขาว ตัวหนังสือสีน้ำเงิน
-
ค่าจดทะเบียนสมาชิกคนละ 1,000 บาท
-
ค่าบำรุงการเป็นสมาชิก คนละ 200 บาท ต่อ 5 ปี
-
หนังสือสำคัญการเป็นสมาชกิสภาการแพทย์แผนไทย ฉบับละ 1,000 บาท
-
บัตรประจำตัวสมาชิก ฉบับละ 100 บาท
-
หนังสือแสดงวุฒิอื่นๆ ฉบับละ 1,000 บาท หรือหนังสือรับรองอย่างอื่น
ข้อมูลจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพตอนท้าย
- จำนวนเตียง 0-10 แพทย์แผนไทย 3 คน เภสัชแผนไทย 1 คน
- จำนวนเตียง 11-30 แพทย์แผนไทย 5 คน เภสัชแผนไทย 1 คน
- จำนวนเตียง 31-60 แพทย์แผนไทย 8 คน เภสัชแผนไทย 2 คน
- จำนวนเตียง 61-90 แพทย์แผนไทย 11 คน เภสัชแผนไทย 3 คน
- จำนวนเตียง 91 – 120 แพทย์แผนไทย 14 คน เภสัชแผนไทย 4 คน
- มากกว่า 120 เพิ่มขึ้นทุก 10 เตียง/ แพทย์แผนไทย 1 คน
- เภสัชกรแผนไทยเพิ่มขึ้นทุก 30 เตียง / 1 คน
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยต้องจัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติงานเต็มเวลา หรือบางเวลาในเวลาที่เปิดทำการ ระหว่างเวลา 8.00 นาฬิกา ถึง 20.00 นาฬิกา
สถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนให้ใช้พื้นแผ่นป้ายสีขาวและตัวอักษร ในแผ่นป้ายแสดงชื่อให้ใช้สี ดังต่อไปนี้
- คลินิกเวชกรรมให้ใช้ตัวอักษรสีเขียว
- คลินิกทันตกรรมให้ใช้ตัวอักษรสีม่วง
- คลินิกการพยาบาลและผดุงครรภ์ให้ใช้ตัวอักษรสีฟ้า
- คลินิกกายภาพบําบัดให้ใช้ตัวอักษรสีชมพู
- คลินิกเทคนิคการแพทย์ให้ใช้ตัวอักษรสีเลือดหมู
- คลินิกการแพทย์แผนไทยให้ใช้ตัวอักษรสีน้ําเงิน
- คลินิกการประกอบโรคศิลปะให้ใช้ตัวอักษรสีน้ําตาล
- คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมให้ใช้ตัวอักษรสีเขียว คลินิกเฉพาะทางด้านทันตกรรมให้ใช้ตัวอักษรสีม่วง
- สหคลินิกให้ใช้ตัวอักษรสีเขียวแก่
สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนให้ใช้พื้นแผ่นป้ายสีขาวและตัวอักษร ในแผ่นป้ายแสดงชื่อให้ใช้สีดังต่อไปนี้
- โรงพยาบาลทั่วไปให้ใช้ตัวอักษรสีเขียว
- โรงพยาบาลทันตกรรมให้ใช้ตัวอักษรสีม่วง
- โรงพยาบาลการพยาบาลและผดุงครรภ์ให้ใช้ตัวอักษรสีฟ้า
- โรงพยาบาลกายภาพบําบัดให้ใช้ตัวอักษรสีชมพู
- โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยให้ใช้ตัวอักษรสีน้ําเงิน
- โรงพยาบาลเฉพาะทางให้ใช้ตัวอักษรสีเขียว
- โรงพยาบาลเฉพาะประเภทผู้ป่วยให้ใช้ตัวอักษรสีเหลือง
สารบัญ บทความ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ แพทย์แผนไทย





