พรบ วิชาชีพ การแพทย์แผนไทย พศ. 2556
ภูมิพลอดุลยเดช ร.9 ให้ไว้ ณ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556
มาตรา 1 : วันประกาศ 1 กพ 2556
มาตรา 2 : วันบังคับใช้ 2 กพ 2556 ( วันถัดจากวันประกาศ )
มาตรา 3 : ในพระราชบัญญัตินี้
“การแพทย์แผนไทย” หมายความว่า กระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บําบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์ การผดุงครรภ์ การนวดไทย และให้หมายความรวมถึง การเตรียมการผลิตยาแผนไทย และการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้ โดยอาศัยความรู้หรือตําราที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา
“วิชาชีพการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า วิชาชีพที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
“การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า การประกอบวิชาชีพที่กระทําหรือ มุ่งหมายจะกระทําต่อมนุษย์ เกี่ยวกับการแนะนํา การตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบําบัดโรค การรักษาโรค การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การผดุงครรภ์ไทย การนวดไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และองค์ความรู้ด้านอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด โดยคําแนะนําของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยซึ่งถ่ายทอดหรือพัฒนาสืบต่อกันมา ตามตําราการแพทย์แผนไทยหรือจากสถานศึกษาที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรอง
“การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์” หมายความว่า การประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งศึกษาจากสถานศึกษา ที่สภาการแพทยแผนไทยรับรอง รวมทั้งการประยุกต์ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งนี้ ตามระเบียบและข้อบังคับของสภาการแพทย์แผนไทย
“กรรมวิธีการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า กรรมวิธีที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์แผนไทย ที่สภาการแพทย์แผนไทยกําหนดหรือรับรอง แล้วแต่กรณี
“เวชกรรมไทย” หมายความว่า การตรวจ การวินิจฉัย การบําบัด การรักษา การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงการผดุงครรภ์ไทย เภสัชกรรมไทย และการนวดไทย ทั้งนี้ ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
“เภสัชกรรมไทย” หมายความว่า การกระทําในการเตรียมยา การผลิตยา การประดิษฐ์ยา การเลือกสรรยา การควบคุมและการประกันคุณภาพยา การปรุงยาและการจ่ายยาตามใบสั่งยาของ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์และการจัดจําหน่ายยา ตามกฎหมายว่าด้วยยา ทั้งนี้ ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
“การผดุงครรภ์ไทย” หมายความว่า การตรวจ การวินิจฉัย การบําบัด การรักษา การส่งเสริม สุขภาพหญิงมีครรภ์ การป้องกันความผิดปกติในระยะตั้งครรภ์และระยะคลอด การทําคลอด การดูแล การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพมารดาและทารกในระยะหลังคลอด ทั้งนี้ ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
“การนวดไทย” หมายความว่า การตรวจ การวินิจฉัย การบําบัด การรักษา การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ โดยใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการนวดไทย ทั้งนี้ ด้วยกรรมวิธี การแพทย์แผนไทย
“การแพทย์พื้นบ้านไทย” หมายความว่า การตรวจ การวินิจฉัย การบําบัด การรักษา การป้องกันโรค การส่งเสริมและการฟื้นฟูสุขภาพ โดยใช้องค์ความรู้ซึ่งสืบทอดกันมาในชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้ ด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
“ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยจากสภาการแพทย์แผนไทย
“ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและ รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์จากสภาการแพทย์แผนไทย
“ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ของสภาการแพทย์แผนไทย
“สมาชิก” หมายความว่า สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสภาการแพทย์แผนไทย
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 4 : วิชาชีพการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัตินี้ ประกอบด้วย
- การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ได้แก่ การประกอบวิชาชีพด้านเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การผดุงครรภ์ไทย การนวดไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย หรือการแพทย์แผนไทยประเภทอื่น ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ
- การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
มาตรา 5 : ในกรณีที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดอ้างถึงการประกอบโรคศิลปะสาขา
การแพทย์แผนไทย การประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้แทนคณะกรรมการวิชาชีพ สาขาการแพทย์แผนไทย หรือผู้แทนคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้หมายความถึงการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือผู้แทน สภาการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 6 : ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มี อํานาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกําหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งออกระเบียบและประกาศใด ๆ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวง ระเบียบและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บ้งคับได้

หมวด 1 สภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 7 : ให้มีสภาการแพทย์แผนไทยเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์และอํานาจหน้าที่ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 8 : สภาการแพทย์แผนไทย มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- ส่งเสริมการศึกษา การพัฒนา การวิจัย การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และ การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
- ควบคุม กํากับ ดูแล และกําหนดมาตรฐานการให้บริการของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
- ควบคุมความประพฤติ จริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
- ช่วยเหลือ แนะนํา เผยแพร่ และให้การศึกษาแก่ประชาชนและองค์กรอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับ การแพทย์แผนไทย
- ให้คําปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
- ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก
- ผดุงไว้ซึ่งสิทธิ ความเป็นธรรม และส่งเสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิก
- เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ประยุกต์ของประเทศไทย
มาตรา 9 : สภาการแพทย์แผนไทย มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
- รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
- ออกคําสั่งตามมาตรา 45
- รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพการแพทย์แผนไทยของสถาบันต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิก
- รับรองหลักสูตรสําหรับการฝึกอบรมเป็นผู้ชํานาญการในด้านต่างๆ ของวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ของสถาบันที่ทําการฝึกอบรมดังกล่าว
- รับรองวิทยฐานะของสถาบันที่ทําการฝึกอบรมใน (4)
- ออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และออกหนังสือแสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
- จัดทําแผนการดําเนินงานและรายงานผลการดําเนินงานเสนอต่อสภานายกพิเศษอย่างน้อยปีละครั้ง
- ดําเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาการแพทย์แผนไทย
- บริหารกิจการใด ๆ ตามวัตถุประสงค์ และอํานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจน กิจการใด ๆ ของสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 10 : สภาการแพทย์แผนไทยอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้
- เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
- ค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบํารุง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
- ผลประโยชน์ที่ได้จากการจัดการทรัพย์สินและกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดในมาตรา 8
- เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้ให้แก่สภาการแพทย์แผนไทย
- ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (1) (2) (3) และ (4)
มาตรา 11 : ให้รัฐมนตรีดํารงตําแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาการแพทย์แผนไทยและมี อํานาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

หมวด 2 สมาชิก
มาตรา 12 : สมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์
- มีความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทยดังนี้
- ได้รับการฝึกอบรมจากสถาบันหรือสถานพยาบาลที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรอง โดยมีผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดความรู้เป็นผู้ให้การอบรมและ ต้องสอบผ่านความรู้ตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย หรือ
- ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขาการแพทย์แผนไทยหรือ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์จากสถาบันการศึกษาที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรองและต้องสอบผ่านความรู้ ตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย หรือ
- เป็นผู้ที่ส่วนราชการรับรองความรู้การแพทย์พื้นบ้านไทย โดยผ่านการประเมินหรือการสอบ ตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
- ไม่เป็นผู้ประพฤติเสียหายซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าจะนํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ แห่งวิชาชีพ
- ไม่เคยต้องโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนํามาซึ่ง ความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
- ไม่เป็นผู้วิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคที่กําหนดไว้ในข้อบังคับ สภาการแพทย์แผนไทย
โรคที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฎอาการ เป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม
- วัณโรคระยะอันตราย
- โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฎอาการ เป็นที่น่ารังเกียจแก่สังคม
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
- โรคยาเสพติดให้โทษร้ายแรง
- โรคอื่นๆ ที่คณะกรรมการสภาฯ เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการเป็นสมาชิกสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 13 : สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกมีดังต่อไปนี้
- ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ ขอหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย หรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์หรือขอหนังสือแสดงวุฒิอื่น ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย โดยปฏิบัติตามข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทยว่าด้วยการนั้น
- แสดงความเห็นเป็นหนังสือเกี่ยวกับกิจการของสภาการแพทย์แผนไทยส่งไปยังคณะกรรมการ เพื่อพิจารณา และในกรณีที่สมาชิกร่วมกันตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องใด ที่เกี่ยวกับกิจการของสภาการแพทย์แผนไทย คณะกรรมการต้องพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณา ให้ผู้เสนอทราบภายใน 90 วัน นับแต่วันได้รับเรื่อง
- เลือก รับเลือก หรือรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ เฉพาะสมาชิกที่มีใบอนุญาต
- ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและปฏิบัติตนตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 14 : สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงเมื่อ
- ตาย
- ลาออก
- ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 12 (2) วัณโรคระยะอันตราย
- คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ เพราะเห็นว่าเป็นผู้นํามาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ แห่งวิชาชีพตามมาตรา 12 (3) ไม่ประพฤติเสียหาย หรือ (4) ไม่เคยต้องโทษจำคุก
- มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 12 (5) ไม่เป็นผู้วิกลจริต จิตฟั่นเฟือน โรคที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสภาแพทย์แผนไทย
- และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งคณะกรรมการกําหนด ลงความเห็นว่าไม่สามารถบําบัดรักษาให้หายเป็นปกติได้ หรือต้องใช้ ระยะเวลาในการบําบัดรักษาเกินกว่า 2 ปี
- แต่ยังไม่ถึงขนาดที่สมาชิกภาพสิ้นสุด คณะกรรมการอาจมีมติให้พักใช้ใบอนุญาตของสมาชิกผู้นั้นได้ โดยมี กําหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกิน 2 ปี และให้นําความในมาตรา 31 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ( ม.31 ห้ามประกอบวิชาชีพ โดยไม่มีใบอนุญาต ผิด จำ 3 ปี ปรับ 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ )

หมวด 3 คณะกรรมการ
มาตรา 15 : ให้มีคณะกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย
1. คณะกรรมการโดยตำแหน่ง ( 5 คน )
- ปลัดกระทรวงสาธารณสุข 1 คน
- อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก 1 คน
- อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 1 คน
- เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา 1 คน
- เลขาธิการคณะกรรมการ การอุดมศึกษา 1 คน
2. คณะบดี / หัวหน้าหน่วยงานมีฐานะเทียบเท่า / หัวหน้าภาควิชาการแพทย์แผนไทยเลือกกันเอง ( 6 คน )
- แพทย์แผนไทย 3 คน
- แพทย์แผนไทยประยุกต์ 3 คน
3. ผู้แทนสมาคม / มูลนิธิ / ที่เกี่ยวข้องกับวิชาการแพทย์แผนไทย ( 3 คน )
- เลือกกันเอง 3 คน
4. หัวหน้าสถาบัน / สถานพยาบาล ที่สภาฯ รับรอง ให้ถ่ายทอดความรู้ ( 3 คน )
- เลือกกันเอง 3 คน
5. กรรมการเลือกตั้งโดยสมาชิก ( 17 คน )
- จำนวนเท่ากับข้อ 1-4 รวมกัน 17 คน
รวมคณะกรรมการสภาแพทย์แผนไทย มีจำนวนทั้งหมด 34 คน
วาระการดำรงตำแหน่ง
- คณะกรรมการ ข้อ 2, 3, 4, 5 ดำรงตำแหน่งวาระ ละ 3 ปี ไม่เกิน 2 วาระ ติดต่อกัน
- คณะกรรมการ ข้อ 2, 3, 4 ว่าง เหลือวาระ มากกว่า 90 วัน หาคนใหม่ภายใน 30 วัน แทนเท่าวาระคนเดิม
- คณะกรรมการ ข้อ 2, 3, 4 ว่าง เหลือวาระ น้อยกว่า 90 วัน หาคนใหม่แทนเท่าวาระคนเดิม / หรือไม่แทนก็ได้
มาตรา 16 : คณะกรรมการอาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาได้ และให้มีอํานาจถอดถอน ที่ปรึกษาด้วย
- ให้ที่ปรึกษาดํารงตําแหน่งตามวาระของกรรมการตามมาตรา 15 (5) คณะกรรมการเลือกตั้งโดยสมาชิก
มาตรา 17 : ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการจากมาตรา 15 (5) ภายใน 30 วันนับจาก วันเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา 15 (5)
- เพื่อดํารงตําแหน่งนายกสภาการแพทย์แผนไทย
- อุปนายก สภาการแพทย์แผนไทยคนที่1
- และอุปนายกสภาการแพทย์แผนไทยคนที่2
- ตําแหน่งละ 1 คน
ให้นายกสภาการแพทย์แผนไทยเลือกกรรมการเพื่อดํารงตําแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ และเหรัญญิก ตําแหน่งละ 1 คน และอาจเลือกกรรมการเพื่อดํารงตําแหน่งอื่นได้ ตามความจําเป็น ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ให้นายกสภาการแพทย์แผนไทยมีอํานาจถอดถอนเลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ดํารงตำแหน่งอื่นตามวรรคสองออกจากตำแหน่งได้ ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ให้นายกสภาการแพทย์แผนไทย อุปนายกสภาการแพทย์แผนไทยคนที่1 และอุปนายก สภาการแพทย์แผนไทยคนที่2 ดํารงตําแหน่งตามวาระของกรรมการตามมาตรา 15 (5) คณะกรรมการเลือกตั้งโดยสมาชิก
เมื่อผู้ดํารงตําแหน่งนายกสภาการแพทย์แผนไทยพ้นจากหน้าที่ ให้เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก และผู้ดํารงตําแหน่งอื่นตามวรรคสองพ้นจากตําแหน่งด้วย
มาตรา 18 : การเลือกกรรมการตามมาตรา 15 (2) (3) (4) และ (5) การแต่งตั้งที่ปรึกษาตามมาตรา 16 การเลือกกรรมการเพื่อดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา 17 และการเลื่อนหรือการเลือกหรือการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา 23 ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 19 : กรรมการตามมาตรา 15 (3) (4) และ (5) ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
- เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
- เป็นผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
มาตรา 20 : กรรมการตามมาตรา 15 (2) (3) (4) และ (5) มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ 3 ปี และอาจได้รับเลือก หรือได้รับเลือกตั้งใหม่ได้ แล้วแต่กรณี แต่จะดํารงตําแหน่งเกิน 2 วาระ ติดต่อกันไม่ได้
- ให้กรรมการที่พ้นจากตําแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกหรือเลือกตั้งกรรมการขึ้นใหม่
มาตรา 21 : นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ กรรมการตามมาตรา 15 (3) (4) และ (5) พ้นจากตําแหน่งเมื่อ
- สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 14
- ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 19
- ลาออก
กรรมการตามมาตรา 15 (2) พ้นจากตําแหน่งเมื่อ
- พ้นจากตําแหน่งคณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชาที่ผลิตบัณฑิตสาขาการแพทย์แผนไทยหรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
- ลาออก
มาตรา 22 : เมื่อตําแหน่งกรรมการตามมาตรา 15 (2) (3) และ (4) ว่างลงก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการดําเนินการให้ได้มาภายใน 30วัน นับแต่วันที่ตําแหน่งกรรมการนั้นว่างลง
- ในกรณีที่วาระของกรรมการตามวรรคหนึ่งเหลืออยู่ไม่ถึง 90วัน คณะกรรมการจะให้มี การเลือกกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้
- ให้ผู้ซึ่งเป็นกรรมการแทนนั้นอยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
มาตรา 23 : เมื่อตําแหน่งกรรมการตามมาตรา 15 (5) ว่างลงไม่เกิน 1 ใน 3 ของจํานวน กรรมการดังกล่าวทั้งหมดก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการเลื่อนสมาชิกผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 19 และได้รับคะแนนจากการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา 15 (5) ในลําดับถัดไปขึ้นเป็นกรรมการแทน ภายใน 30วัน นับแต่วันที่ตําแหน่งกรรมการนั้นว่างลง
- ในกรณีที่ตําแหน่งกรรมการตามวรรคหนึ่งว่างลงรวมกัน เกิน 1 ใน 3 ของจํานวนกรรมการ ซึ่งได้รับเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกขึ้นเป็นกรรมการแทนภายใน 90วัน นับแต่วันที่ จํานวนกรรมการดังกล่าวได้ว่างลงเกิน 1 ใน 3
- ในกรณีไม่มีผู้ได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นกรรมการแทนตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ยังไม่ครบตามจํานวน ตําแหน่งกรรมการที่ว่างลง ให้นําความในวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
- ถ้าวาระของกรรมการตามวรรคหนึ่งเหลืออยู่ไม่ถึง 90วัน ไม่ต้องเลื่อนหรือเลือกตั้งกรรมการแทน ให้ผู้ซึ่งเป็นกรรมการแทนนั้นอยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
มาตรา 24 : ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
- บริหารและดําเนินกิจการสภาการแพทย์แผนไทยตามวัตถุประสงค์และอํานาจหน้าที่ที่กําหนด ในมาตรา 8 และมาตรา 9 รวมทั้งการบริหารเงินรายได้ตามมาตรา 10
- แต่งตั้งคณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย คณะอนุกรรมการ การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการอื่น เพื่อทํากิจการหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์ และอํานาจหน้าที่ของสภาการแพทย์แผนไทย
- กําหนดแผนการดําเนินงานและงบประมาณของสภาการแพทย์แผนไทย
- ออกข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทยว่าด้วย
- ก. การเป็นสมาชิก
- ข. การกำหนดโรคตามมาตรา 12 (5)
- ค. การกําหนดค่าจดทะเบียนสมาชิก ค่าบํารุง และค่าธรรมเนียมอื่น นอกจากที่กําหนดไว้ ในอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัตินี้
- ง. การเลือก การเลือกตั้งกรรมการ การเลื่อนผู้มีคุณสมบัติขึ้นเป็นกรรมการแทน การแต่งตั้งที่ปรึกษา และการเลือกกรรมการเพื่อดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา 18 ( เลือกกรรมการต่างๆ ทำตามข้อบังคับสภาฯ )
- จ. การประชุมคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะที่ปรึกษา
- ฉ. การกําหนดอํานาจหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาตามมาตรา 16 ( แต่งตั้งถอดถอนที่ปรึกษา )
- ช. การกําหนดอํานาจหน้าที่ของผู้ดํารงตําแหน่งอื่นตามมาตรา 17 วรรคสอง ( เลขา, รอง, ประชาสัมพันธ์, เหรัญญิก )
- ซ. คุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ประยุกต์ตามมาตรา 35 ( ผู้ขอขึ้นทะเบียนต้องเป็นสมาชิกสภาฯ + มีคุณสมบัติตามกำหนดในข้อบังคับสภาฯ )
- ฌ. แบบและประเภทใบอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต
- ญ. หลักเกณฑ์การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ ความชํานาญใน การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ รวมทั้งหนังสือ แสดงวุฒิอื่นในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
- ฎ. หลักเกณฑ์การพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
- ฏ. จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
- ฐ. การจัดตั้ง การดําเนินการ และการเลิกสถาบันที่ทําการฝึกอบรมเป็นผู้ชํานาญการของ วิชาชีพการแพทย์แผนไทย รวมทั้งการกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการศึกษาต่อเนื่องของ การแพทย์แผนไทยเพื่อเพิ่มพูนความรู้และเสริมทักษะการประกอบวิชาชีพ
- ฑ. หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสอบความรู้หรือการประเมินตามมาตรา 12 (2) ( คุณสมบัติของสมาชิกสภาฯ )
- ฒ. หลักเกณฑ์การสืบสวนหรือสอบสวนในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
- ณ. ข้อจํากัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและการประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์
- ด. เรื่องอื่น ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งวัตถุประสงค์หรืออยู่ในอํานาจหน้าที่ของ สภาการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความสําคัญ ในการช่วยเหลือ แนะนํา เผยแพร่ และให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องที่เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย เพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้
ภายใต้บังคับมาตรา 30 ข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทยเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
มาตรา 25 : นายกสภาการแพทย์แผนไทย อุปนายกสภาการแพทย์แผนไทยคนที่1 อุปนายกสภาการแพทย์แผนไทยคนที่2 เลขาธิการ รองเลขาธิการ ประชาสัมพันธ์ เหรัญญิก ที่ปรึกษา และผู้ดํารงตําแหน่งอื่น มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
1. นายกสภาการแพทย์แผนไทย มีอํานาจหน้าที่
- ก. บริหารและดําเนินกิจการของสภาการแพทย์แผนไทย ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามมติของคณะกรรมการ
- ข. เป็นผู้แทนสภาการแพทย์แผนไทย ในกิจการต่าง ๆ
- ค. เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ
นายกสภาการแพทย์แผนไทยอาจมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการอื่นปฏิบัติหน้าที่แทน ตามที่เห็นสมควร
2. อุปนายกสภาการแพทย์แผนไทยคนที่1 เป็นผู้ช่วยนายกสภาการแพทย์แผนไทย ในกิจการอันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของสภาการแพทย์แผนไทยตามที่นายกสภาการแพทย์แผนไทยมอบหมาย และเป็นผู้ทําการแทนนายกสภาการแพทย์แผนไทย เมื่อนายกสภาการแพทย์แผนไทยไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้
3. อุปนายกสภาการแพทย์แผนไทยคนที่2 เป็นผู้ช่วยนายกสภาการแพทย์แผนไทย ในกิจการอันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของนายกสภาการแพทย์แผนไทยตามที่นายกสภาการแพทย์แผนไทยมอบหมาย และเป็นผู้ทําการแทนนายกสภาการแพทย์แผนไทย เมื่อทั้งนายกสภาการแพทย์แผนไทยและอุปนายก สภาการแพทย์แผนไทยคนที่1 ไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
4. เลขาธิการ มีอํานาจหน้าที่
- ก. ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่สภาการแพทย์แผนไทย ทุกระดับ
- ข. ควบคุมรับผิดชอบในงานธุรการทั่วไปของสภาการแพทย์แผนไทย
- ค. รับผิดชอบในการดูแลรักษาทะเบียนสมาชิก ทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์และทะเบียนอื่น ๆ ของสภาการแพทย์แผนไทย
- ง. ควบคุมดูแลทรัพย์สินของสภาการแพทย์แผนไทย
- จ. เป็นเลขานุการคณะกรรมการ
5. รองเลขาธิการ เป็นผู้ช่วยเลขาธิการในกิจการอันอยู่ในอํานาจหน้าที่ของเลขาธิการตามที่ เลขาธิการมอบหมาย และเป็นผู้ทําการแทนเลขาธิการเมื่อเลขาธิการไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
6. ประชาสัมพันธ์ มีอํานาจหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ แนะนํา และเผยแพร่กิจการของ สภาการแพทย์แผนไทยแก่ประชาชนและองค์กรอื่น
7. เหรัญญิก มีอํานาจหน้าที่ควบคุม ดูแล รับผิดชอบการบัญชี การเงิน และการงบประมาณ ของสภาการแพทย์แผนไทย
8. ผู้ดํารงตําแหน่งที่ปรึกษาตามมาตรา 16 มีอํานาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการกําหนด
9. ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นตามมาตรา 17 วรรคสอง มีอํานาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการกําหนด
มาตรา 26 : ให้มีคณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยคณะหนึ่ง มีอํานาจหน้าที่ องค์ประกอบ คุณสมบัติ และวิธีการได้มาซึ่งอนุกรรมการตามข้อบังคับของสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 27 : ให้มีคณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์คณะหนึ่ง มีอํานาจหน้าที่ องค์ประกอบ คุณสมบัติ และวิธีการได้มาซึ่งอนุกรรมการตามข้อบังคับของ สภาการแพทย์แผนไทย

หมวด 4 การดำเนินงานของคณะกรรมการ
มาตรา 28 : การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวน กรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น จึงจะเป็นองค์ประชุม
- มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ในการลงคะแนนกรรมการ 1 คน 1 เสียง ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก 1 เสียง เป็นเสียงชี้ขาด
- มติของที่ประชุมในกรณีให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา 14 (4) ให้ถือคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจํานวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น
- การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นําความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
- การประชุมคณะที่ปรึกษา ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 29 : สภานายกพิเศษจะเข้าฟังการประชุมและชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุม คณะกรรมการ หรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภาการแพทย์แผนไทยในเรื่องใด ๆ ก็ได้
มาตรา 30 : มติของที่ประชุมคณะกรรมการในเรื่องดังต่อไปนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบ จากสภานายกพิเศษก่อน จึงจะดําเนินการตามมตินั้นได้
- การออกข้อบังคับ
- การกําหนดแผนการดําเนินงานและงบประมาณของสภาการแพทย์แผนไทย
- การให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา 14 (4)
- การวินิจฉัยชี้ขาดให้พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 45 วรรคสาม (4) หรือ (5)
ให้นายกสภาการแพทย์แผนไทยเสนอมติตามวรรคหนึ่งต่อสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า สภานายกพิเศษอาจมีคําสั่งยับย้งมตินั้นได้ ในกรณีที่มิได้ยับยั้งมติตามวรรคหนึ่ง (1) ภายใน 30วัน หรือมิได้ยับยั้งมติตามวรรคหนึ่ง (2) (3) หรือ (4) ภายใน 15วัน นับแต่วันที่ได้รับมติที่นายก สภาการแพทย์แผนไทยเสนอ ให้ถือว่าสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบมตินั้น
ถ้าสภานายกพิเศษยับยั้งมติใด ให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาอีกครั้งหนึ่งภายใน 30วัน นับแต่วันที่ได้รับการยับยั้ง ในการประชุมนั้นถ้ามีเสียงยืนยันมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจํานวน กรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น ก็ให้ดําเนินการตามมตินั้นได้

หมวด 5 การควบคุมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
และการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
มาตรา 31 : ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ กระทําการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ เว้นแต่ในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
- การกระทําต่อตนเอง
- การช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยตามหน้าที่ ตามกฎหมาย ตามหลักมนุษยธรรมหรือตามธรรมจรรยา โดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน
- นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรม ซึ่งทําการฝึกหัดหรือฝึกอบรมในความควบคุม ของสถาบันการศึกษาวิชาชีพการแพทย์แผนไทยของรัฐหรือที่ได้รับอนุญาตจากทางราชการให้จัดตั้งสถาบัน ทางการแพทย์ของรัฐ หรือสถาบันการศึกษา หรือสถาบันทางการแพทย์อื่นที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรอง ทั้งนี้ ภายใต้ความควบคุมของเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหัดหรือผู้ให้การฝึกอบรมซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
- บุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนด หรือสภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในสถานพยาบาล ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลกระทําการ ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ในความควบคุม ของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ของที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญของทางราชการ ทั้งนี้ โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด
- หมอพื้นบ้าน ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการส่งเสริมและดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่น ด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมานานไม่น้อยกว่า 10ปี เป็นที่นิยม ยกย่องจากชุมชน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอให้หน่วยงานที่ กระทรวงสาธารณสุขกําหนดเป็นผู้รับรอง ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 32 : ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย
ใช้คําหรือข้อความด้วยอักษรไทยหรืออักษรต่างประเทศว่าแพทย์แผนไทย หรือ ใช้อักษรย่อของคําดังกล่าว หรือใช้คําแสดงวุฒิการศึกษาทางแพทย์แผนไทย หรือใช้อักษรย่อของวุฒิดังกล่าว ประกอบกับชื่อหรือชื่อสกุลของตน หรือใช้คําหรือข้อความอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งทําให้ผู้อื่น เข้าใจว่าตนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทําดังกล่าวให้แก่ตน
มาตรา 33 : ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คําหรือข้อความ
ที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชํานาญ ในการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือแสดง ด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิเป็นผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว ทั้งนี้ รวมถึงการใช้ จ้าง วาน หรือยินยอม ให้ผู้อื่นกระทําดังกล่าวให้แก่ตน เว้นแต่ผู้นั้นเป็นผู้ได้รับหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรว่าเป็นผู้มีความรู้ความชํานาญ ในการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์จาก สภาการแพทย์แผนไทย หรือที่สภาการแพทย์แผนไทยรับรอง หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 34 : การขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตร
แสดงความรู้ความชํานาญในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และหนังสือ แสดงวุฒิอื่น รวมทั้งการออกใบแทนในการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและการประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 35 : ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตต้องสมัครเป็นสมาชิกแห่งสภาการแพทย์แผนไทย และมีคุณสมบัติตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
- เมื่อสมาชิกภาพของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยประยุกต์ผู้ใดสิ้นสุดลงตามมาตรา 14 ให้ใบอนุญาตของผู้นั้นสิ้นสุดลง
- ให้ผู้ซึ่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา 14 (3) และ (4) ส่งคืนใบอนุญาตต่อเลขาธิการ ภายใน 15วัน นับแต่วันที่ทราบการสิ้นสุดสมาชิกภาพ
มาตรา 36 : ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยและผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
ต้องประกอบวิชาชีพภายใต้บังคับแห่งข้อจํากัดและเงื่อนไขและต้องรักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยตามที่กําหนดไว้ในข้อบังคับสภาการแพทย์แผนไทย
มาตรา 37 : บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายเพราะการประพฤติผิดตามมาตรา 36 ของผู้ประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์มีสิทธิกล่าวหาผู้ก่อให้เกิด ความเสียหายนั้น โดยทําคํากล่าวหาเป็นหนังสือยื่นต่อสภาการแพทย์แผนไทย
- บุคคลอื่นมีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยประยุกต์ว่าประพฤติผิดตามมาตรา 36 โดยทําคํากล่าวโทษเป็นหนังสือยื่นต่อสภาการแพทย์แผนไทย
- กรรมการมีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์ แผนไทยประยุกต์ว่าประพฤติผิดตามมาตรา 36 โดยแจ้งเรื่องต่อสภาการแพทย์แผนไทย
- สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่งหรือสิทธิการกล่าวโทษตามวรรคสองหรือวรรคสามสิ้นสุดลง เมื่อพ้น 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องการประพฤติผิดตามมาตรา 36 และรู้ตัวผู้ประพฤติผิด ทั้งนี้ ไม่เกิน 3ปี นับแต่วันที่มีการประพฤติผิดตามมาตรา 36
- การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นหรือแจ้งไว้แล้วนั้นไม่เป็นเหตุให้ระงับ การดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 38 : เมื่อสภาการแพทย์แผนไทยได้รับเรื่อง
การกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา 37 หรือในกรณีที่คณะกรรมการมีมติว่ามีพฤติการณ์อันสมควรให้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการประพฤติผิด ตามมาตรา 36 ของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้เลขาธิการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า
มาตรา 39 : ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณจากสมาชิกประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการมีจํานวนรวมกันไม่น้อยกว่า 3คน มีอํานาจหน้าที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง ในเรื่องที่ได้รับตามมาตรา 38 แล้วทํารายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
- คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณเกินกว่าหนึ่งคณะก็ได้
- ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ ที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกําหนด ถ้ามีเหตุจําเป็นไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ประธานอนุกรรมการจรรยาบรรณแจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนครบกําหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ให้คณะกรรมการพิจารณาขยายระยะเวลาดําเนินการออกไปได้ไม่เกิน 30วัน นับแต่วันที่ครบกําหนดเวลา
มาตรา 40 : เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานและความเห็นของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณารายงานและความเห็นดังกล่าวแล้วมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
- ให้คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณสืบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อเสนอให้คณะกรรมการพิจารณา
- ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทําการสอบสวนในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษนั้นมีมูล
- ให้ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษในกรณีที่เห็นว่าข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษนั้นไม่มีมูล
มาตรา 41 : ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนจากสมาชิกประกอบด้วย ประธานคนหนึ่ง และอนุกรรมการมีจํานวนรวมกันไม่น้อยกว่า 3คน มีอํานาจหน้าท่ีสอบสวน สรุปผล การสอบสวนและเสนอสํานวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด
- คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนเกินกว่าหนึ่งคณะก็ได้
- ให้คณะอนุกรรมการสอบสวนดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดในวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จ ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกําหนด ถ้ามีเหตุจําเป็นไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ที่กําหนด ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนแจ้งให้คณะกรรมการทราบก่อนครบกําหนดเวลาดังกล่าว ในการนี้ ให้คณะกรรมการพิจารณาขยายระยะเวลาดําเนินการออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ ครบกําหนดเวลา
มาตรา 42 : ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณและของคณะอนุกรรมการ
สอบสวนตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อนุกรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการสอบสวนเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มีอํานาจเรียกบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคําและมีหนังสือแจ้งให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสาร หรือวัตถุเพื่อประโยชน์แก่การดําเนินงานของคณะอนุกรรมการดังกล่าว
มาตรา 43 : ให้ประธานอนุกรรมการสอบสวนมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ พร้อมทั้งส่งสําเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษไม่น้อยกว่า 15วัน ก่อนวันเริ่มทําการสอบสวน
- ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษมีสิทธิทําคําชี้แจงหรือนําพยานหลักฐานใด ๆ มาให้ คณะอนุกรรมการสอบสวน
- คําชี้แจงหรือพยานหลักฐานให้ยื่นต่อประธานอนุกรรมการสอบสวนภายใน 15วัน นับแต่วันที่ ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการสอบสวน หรือภายในกําหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการสอบสวนจะขยายให้
มาตรา 44 : เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสวนทําการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว
ให้เสนอสํานวนการสอบสวน พร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการภายใน 15วัน นับแต่วันที่ทําการสอบสวนเสร็จสิ้นและต้องไม่เกิน กําหนดเวลาตามมาตรา 41 วรรคสาม เพื่อให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด
มาตรา 45 : เมื่อคณะกรรมการได้รับสํานวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการ สอบสวนแล้ว
ให้คณะกรรมการพิจารณาสํานวนการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30วัน นับแต่วันที่ได้รับสํานวนการสอบสวนและความเห็นของคณะอนุกรรมการสอบสวน
คณะกรรมการอาจให้คณะอนุกรรมการสอบสวนทําการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนวินิจฉัยชี้ขาดก็ได้ และให้นําความในมาตรา 41 วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คณะกรรมการมีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
- ยกข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ
- ว่ากล่าวตักเตือน
- ภาคทัณฑ์
- พักใช้ใบอนุญาตมีกําหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกิน 2ปี
- เพิกถอนใบอนุญาต
ภายใต้บังคับมาตรา 30 คําวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการตามมาตรานี้ ให้ทําเป็นคําสั่ง สภาการแพทย์แผนไทยพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด และให้ถือเป็นที่สุด
มาตรา 46 : ให้เลขาธิการแจ้งคําสั่งสภาการแพทย์แผนไทย
ตามมาตรา 45 ไปยังผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวโทษเพื่อทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคําสั่งดังกล่าว และให้บันทึกข้อความตามคําสั่งนั้นไว้ ในทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ พร้อมทั้งแจ้งผลการวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้กล่าวหาหรือผู้กล่าวโทษทราบด้วย
มาตรา 47 : ภายใต้บังคับมาตรา 31
ห้ามมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือซึ่งถูกสั่ง เพิกถอนใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็น ผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยนับแต่วันที่ทราบคําสั่งสภาการแพทย์แผนไทยที่สั่งพักใช้ ใบอนุญาตหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตนั้น
มาตรา 48 : ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต ผู้ใดกระทําการฝ่าฝืนตามมาตรา 47 และถูกลงโทษจําคุก ตามมาตรา 53 โดยคําพิพากษาถึงที่สุด ให้คณะกรรมการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นนับแต่วันที่ศาล มีคําพิพากษาถึงที่สุด
มาตรา 49 : ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์
ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แต่เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคําขอรับใบอนุญาตและปฏิเสธการออกใบอนุญาต ผู้นั้นจะยื่นคําขอรับ ใบอนุญาตในครั้งต่อๆ ไปได้อีกต่อเมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันทคณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต

หมวด 6 พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 50 : ในการปฏิบัติหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจดังต่อไปนี้
- เข้าไปในสถานที่ทําการของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยประยุกต์ในเวลาทําการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัตินี้
- เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า จะมีการกระทําความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทําการของสถานที่นั้น เพื่อตรวจค้นเอกสารหรือวัตถุใด ๆ ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดําเนินการกระทําผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ประกอบกับกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ เอกสารหรือวัตถุดังกล่าว จะถูกยักย้าย ซุกซ่อน ทําลายหรือทําให้เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม
- ยึดเอกสาร หรือวัตถุใด ๆ ที่อาจใช้เป็นหลักฐานในการดําเนินคดีการกระทําความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอํานวยความสะดวก ตามสมควร
มาตรา 51 : ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัว
- บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 52 : ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

หมวด 7 บทกำหนดโทษ
มาตรา 53 : ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 31 หรือมาตรา 47
ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 54 : ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 32 หรือมาตรา 33
ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1ปี หรือ ปรับไม่เกิน 20,000 หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 55 : ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 35 วรรคสาม
หรือไม่อํานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 50 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
มาตรา 56 : ผู้ใดไม่มาให้ถ้อยคําหรือไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ
ตามที่เรียกหรือแจ้งให้ส่ง ตามมาตรา 42 โดยไม่มีเหตุอันควร ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา 57 : พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคหนึ่ง โดยไม่มีเหตุอันควร
ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

บทเฉพาะกาล
มาตรา 58 : ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
ให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย หรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นสมาชิกสภาการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 59 : ผู้ใดได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย หรือสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้
ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 60 : ให้นําความในมาตรา 49
มาใช้บังคับกับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย และผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ที่จะยื่น คําขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
มาตรา 61 : ในระยะเริ่มแรกที่ยังมิได้เลือกกรรมการตามมาตรา 15 (2) (3) (4) และ เลือกตั้งกรรมการตามมาตรา 15 (5)
ให้คณะกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นนายกสภาการแพทย์แผนไทย อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประธานและรองประธานคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย และประธานและรองประธาน คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะที่ดํารงตําแหน่ง อยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และนายกสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการ
- ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง ทําหน้าที่เลขาธิการ รองเลขาธิการ เหรัญญิกและผู้ดํารงตําแหน่งอื่น ตามความจําเป็น
- การเลือกกรรมการตามมาตรา 15 (2) (3) และ (4) และการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา 15 (5) ให้กระทําให้แล้วเสร็จภายใน 180วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- เพื่อประโยชน์แห่งการขจัดส่วนได้เสีย ในวาระแรกห้ามมิให้ผู้ที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทยในชั้นสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาดํารงตําแหน่งนายก สภาการแพทย์แผนไทย และเลขาธิการสภาการแพทย์แผนไทย ภายใน 2ปี นับแต่วันที่พ้นจากตําแหน่ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว
มาตรา 62 : ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้
ให้นํากฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบโรคศิลปะในส่วนที่เกี่ยวกับวิชาชีพการแพทย์แผนไทย มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ต้องไม่เกิน 2ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา 63 : ให้ถือว่าการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือข้อจํากัดและเงื่อนไขใน การประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะในส่วนที่เกี่ยวกับวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
ซึ่งได้กระทําก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่มีการดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบโรคศิลปะ เป็นการประพฤติ ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือข้อจํากัดและเงื่อนไขในการประกอบ วิชาชีพการแพทย์แผนไทยและการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามพระราชบัญญัตินี้ และการดําเนินการต่อไปให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
- ในกรณีที่มีการดําเนินการกับผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือข้อจํากัดและเงื่อนไข ในการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยและสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ตามกฎหมาย ว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าการดําเนินการดังกล่าว เป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ และการดําเนินการต่อไปให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

อัตราค่าธรรมเนียมวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
- ค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย หรือ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ฉบับละ 3,000 บาท
- ค่าต่อใบอนุญาต ฉบับละ 2,000 บาท
- ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ฉบับละ 500 บาท
- ค่าหนังสืออนุมัติ หรือ วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญ ในการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือ การประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ฉบับละ 2,000 บาท
- ค่าใบแทน ใบอนุญาต ฉบับละ 500 บาท
สารบัญ บทความ กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ แพทย์แผนไทย





