ชื่อ – ชนิด พันธุ์
มะขามยักษ์เปรี้ยว
ชื่อวิทยาศาสตร์
Tamarindus indica (L.)
ประวัติ
เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา ปัจจุบันพบปลูกในประเทศเขตร้อนทั่วไป
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ใบ ดอก ผล )
- ต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 1.5 – 2 เมตร
- ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ชั้นเดียวออกเรียงสลับ ใบย่อยมีขนาดเล็ก ลักษณะใบรูปขอบขนาน ปลายใบเว้าบุ๋มหรือมน โคนใบมน ออกใบเป็นคู่ๆ เรียงกันตามก้านใบแบบตรงข้ามประมาณ 10 – 18 คู่ แผ่นใบเรียบบางสีเขียว ใบอ่อนสีออกแดงเรื่อๆ หรือชมพู
- ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ ช่อหนึ่งมีประมาณ 10 – 15 ดอก ออกช่อตามปลายกิ่งและซอกใบ มีกลีบรองกลีบดอก 4 กลีบ สีเหลืองหรือเขียวอ่อน กลีบดอกมี 5 กลีบ สีเหลืองประแต้มสีแดงส้ม
- ลักษณะฝักใหญ่ ฝักดก ฝักเรียวยาว เนื้อหนา น้ำหนักดี
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
สูงประมาณ 1.5 – 2 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
ทรงพุ่มเตี้ย
ความต้องการแสง
- ต้องการแสงแดด 100 %
ความต้องการน้ำ
- ไม่รดน้ำต้นมะขามก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้ามีน้ำรดบ้างก็จะดียิ่งขึ้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ชอบดินประเภท
- สามารถเข้ากับดินได้แทบทุกชนิด
ประโยชน์การใช้สอย
- เนื้อมะขามนำมารับประทาน ทั้งในรูปผลดิบ ผลสุก ที่ให้รสเปรี้ยว แก้อากาศร้อน แก้อาการเมาค้างได้ดี
- ช่วยขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ
- ผลมะขาม ดิบนำมาแปรรูปเป็นมะขามดอง มะขามแช่อิ่ม
- มะขามเปี้ยวสุกนำมาแปรูปเป็นมะขามเปียก มะขามกวน มะขามแก้ว ไวน์มะขาม
- แก่นมะขาม นิยมเลื่อยเป็นวงตามขวางสำหรับใช้ทำเขียง
- ไม้มะขามหรือทั้งต้นมะขามนิยมนำมาเผาถ่าน
การเก็บเกี่ยว
- ดอกจะออกประมาณเดือนมีนาคม ฝักแก่เก็บได้ในช่วงเดือนตุลาคม และสามารถเก็บได้จนปีใหม่ หรือประมาณ 3 เดือน
การขยายพันธุ์
- ทาบกิ่ง
- ติดตา
- ต่อกิ่ง
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







