ชื่อ – ชนิด พันธุ์
น้อยหน่าเพชรปากช่อง
ชื่อวิทยาศาสตร์
Annona Squamosa ( L.)
ประวัติ
น้อยหน่าเพชรปากช่อง เป็นพันธุ์ผสมระหว่างเซริมัวย่า (Cherimoya) พันธุ์หนังครั่ง และพันธุ์หนังเขียว
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ราก ใบ ดอก ผล )
- ขนาดต้นใหญ่และสูงกว่าน้อยหน่าทั่วไป ทรงพุ่มโปร่งปานกลาง
- ใบขนาดกลางรูปหอกสีเขียวเข้มเส้นใบเด่นเห็นชัด
- ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ ห้อยลง กลีบดอกสีเหลืองแกมเขียว 6 กลีบ เรียง 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ หนาอวบน้ำ ดอกขนาดใหญ่
- ลักษณะ ผลเป็นรูปหัวใจ ผิวค่อนข้างเรียบ ร่องตาตื้นคล้ายน้อยหน่าหนัง ผลอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่จัดจะมีสีเขียวอ่อนถึงขาวนวล ผลไม่แตกเมื่อแก่ เปลือกบางลอกออกจากเนื้อได้เมื่อสุกจัด เนื้อเหนียวคล้ายน้อยหน่าหนัง
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
สูง 3-6 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
ขนาดทรงพุ่ม 3-5 เมตร
ความต้องการแสง
- ชอบแสงแดด 100%
ความต้องการน้ำ
- ในระยะเริ่มปลูกจนถึง 1 ปีนั้นจะให้น้ำอย่างสม่ำเสมอวันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นให้น้ำ 2 – 3วัน/ครั้ง
ชอบดินประเภท
- ชอบดินร่วนทราย
ประโยชน์การใช้สอย
- ใบ สามารถใช้ฆ่าเหาและโรคกลากเกลื้อนได้ โดยเอาใบน้อยหน่ามาบด ตำ หรือคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำมาพอกศีรษะหรือบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน รวมทั้งสามารถช่วยในการรักษาแผลได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำใบน้อยหน่ามาชงดื่ม ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต เป็นยาขับเหงื่อ ในบางพื้นที่ของประเทศอินเดีย ไทย และชาวอเมริกาพื้นเมือง จะนำใบของน้อยหน่ามาต้มดื่มน้ำเพื่อรักษาโรคบิด และโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ยาแผนโบราณของอินเดียจะนำใบมาบดและนำมารักษาแผล
- ราก ใช้เป็นยาระบาย ถอนพิษเบื่อเมา แก้พิษงู และทำให้เกิดการอาเจียนได้
- เปลือกลำต้น มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิผิวหนัง ขับพยาธิลำไส้ เป็นยาสมานลำไส้ สมานแผล แก้ท้องร่วง แก้พิษงู
- ผล สามารถใช้แก้พิษงู ฆ่าพยาธิผิวหนัง ขับพยาธิลำไส้ เป็นยาเย็น ยาระบายอ่อนๆ แก้ธาตุไม่ปกติ ขับเสมหะ ลดเสมหะ
- เมล็ดน้อยหน่าใช้เป็นยาฆ่าเหา ฆ่าพยาธิตัวจี๊ด และแก้บวม
การเก็บเกี่ยว
- ฤดูการออกดอก: มีนาคม – พฤษภาคม
การขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด
- การตอนกิ่ง
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







