ชื่อ – ชนิด พันธุ์
ชมพู่ทับทิมจันทร์
ชื่อวิทยาศาสตร์
Eugenia Javaniea lamk
ประวัติ
มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย และอินเดีย จัดเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับหว้า และยูคาลิปตัส
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ราก ใบ ดอก ผล )
- ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลักษณะลำต้นไม่ตรง เปลือกต้นมีผิวขรุขระสีน้ำตาลเข้ม แตกกิ่งก้านสาขามากมาย
- ใบค่อนข้างใหญ่เรียวยาวเป็นมัน
- ดอกสีขาวเป็นแบบชนิดดอกสมบูรณ์เพศ ดอกใหญ่มีกลิ่นหอมเล็กน้อย
- ผลมีลักษณะคล้ายระฆังคว่ำ เนื้อสีขาวถึงขาวขุ่นมี 1 – 3 เมล็ด เวลาแก่จัดเมล็ดจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลเข้ม
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
สูงประมาณ 4-5 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
ทรงพุ่มขนาด 5-7 เมตร
ความต้องการแสง
- ชอบแสงแดด 100%
ความต้องการน้ำ
- ในระยะที่เริ่มปลูกใหม่ๆ ควรให้น้ำวันละ 1 – 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น ในช่วงฤดูแล้งควรทำเป็นแอ่งน้ำรอบโคนต้นแล้วปล่อยให้น้ำแห้งไปเองเพื่อยืดระยะเวลาการให้น้ำออกไป ระยะติดผลควรให้น้ำประมาณ 5 – 7 วัน/ครั้ง ในช่วงนี้หากได้รับน้ำไม่เพียงพอมักจะทำให้ผลร่วง ผลมีขนาดเล็กไม่สมบูรณ์ ควรงดการให้น้ำก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 7 วัน เพื่อทำให้ผลชมพู่มีรสหวานอร่อย
ชอบดินประเภท
- ชอบดินร่วนปนทราย
ประโยชน์การใช้สอย
- ชมพู่มีสรรพคุณเป็นยาลดน้ำหนักธรรมชาติ ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีมากๆ เพราะชมพู่นั้นเป็นผลไม้ที่ฉ่ำน้ำจึงทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว มีแคลอรีต่ำมาก หากใครที่อยากลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารก็อย่าพลาดที่จะลิ้มลองชมพู่เป็นประจำ
- ประโยชน์ของชมพู่ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น จากที่เกริ่นไปแล้วในข้างต้นว่าชมพู่สดมีใยอาหารที่ละลายน้ำได้และละลายน้ำไม่ได้ จึงทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างสมดุล ไม่มีปัญหามาให้กวนใจ
- ชมพูมีสรรพคุณป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากการวิจัยพบว่าการกินชมพู่สดเป็นประจำยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงโรคเกี่ยวกับหัวใจ ทำให้หัวใจแข็งแรง
- ชมพู่มีวิตามินซีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถช่วยในการฟื้นฟูร่างกายจากอาการไข้และรักษาโรคหวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
- ชมพู่มีไลโคพีน (Lycopiene) คือรงควัตถุสีแดงที่มีความสำคัญในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีอยู่ในผลไม้ไม่กี่ชนิดเท่านั้นนะ
- ประโยชน์ของชมพู่ช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้
- ชมพู่มีวิตามินเอก็ไม่น้อยเลย จึงช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตาได้ดี และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสายตาให้ดีขึ้น
- ชมพูมีสรรพคุณลดไข้ แก้ท้องเสียได้ ตามตำรับยาแผนไทย หากนำชมพู่มาทำให้แห้งแล้วบดไว้เป็นยากินสำหรับใช้บำรุงร่างกายได้ ส่วนเมล็ดก็ใช้เป็นยาบรรเทาอาการท้องเสีย และใบก็ช่วยลดไข้ได้ด้วย
การเก็บเกี่ยว
เริ่มให้ผลผลิตหลังจากอายุประมาณ 2 ปี โดยสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 3 รุ่น
- รุ่นที่ 1 เดือนธันวาคม – มกราคม
- รุ่นที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม
- รุ่นที่ 3 เดือน เมษายน – พฤษภาคม
การขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด
- การปักชำ
- การตอน
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







