ชื่อ – ชนิด พันธุ์
ลูกชิด หรือ ต๋าว,ชิด,มะต๋าว,ฉก,ชก
ชื่อวิทยาศาสตร์
Arenga pinnata (Wurmb) Merr.
ประวัติ
มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศอินเดีย
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ราก ใบ ดอก ผล )
- ลำต้น ลูกชิดมีลำต้นเดี่ยว ไม่มีกิ่ง แต่มีก้านแขนงออกมาด้านข้าง ลักษณะลำต้นตรงสูงชะลูด ซึ่งมีหลายขนาด โดยมีความสูง 6-15 เมตร เมื่อต้นตาวโตเต็มที่อาจสูงได้ถึง 20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นมีขนาดใหญ่กว่าต้นตาล ลำต้นมีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ โดยมีวงแหวนรอบลำต้นเป็นข้อชัดเจน แต่มักจะถูกปิดหุ้มด้วยกาบใบแก่เกือบตลอดทั้งลำต้น
- ใบของลูกชิดเป็นใบเดี่ยว ประกอบแบบขนนกออกเรียงสลับกันเช่นเดียวกับใบมะพร้าว แต่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่า ส่วนยอดของใบชูขึ้น แต่ไม่ถึงกับตั้งตรง ซึ่งมีจำนวนใบประมาณ 12-15 ใบ กาบใบแยกเป็นร่องลึก มีเส้นใยสีดำสานเป็นร่างแหอยู่ที่ขอบด้านข้าง โดยเส้นใยเหล่านี้บางส่วนอาจมีการเปลี่ยนรูปดูคล้ายกับหนามยาว 60-100 เซนติเมตร ก้านใบแข็งและมีขนาดใหญ่ มีความยาวประมาณ 1 เมตร แกนระหว่างก้านใบประกอบยาวประมาณ 6-7 เมตร ใบย่อยมีประมาณ 150 คู่ ขนาด 100-130 × 7-10 เซนติเมตร เรียงตัวเป็นระเบียบในระนาบเดียว ปลายใบย่อยเป็นซี่ มีลักษณะคล้ายฟันปลา ฐานใบย่อยมีรยางค์ยื่นออกมาเป็นติ่ง 2 อัน ซึ่งมีขนาดไม่เท่ากัน ใบอ่อนมีหลังใบสีเทาเงิน ส่วนใบแก่จะมีหลังใบสีน้ำตาลแดงคล้ายสนิม
- ดอก ในต้นเดียวกันจะมีทั้งช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมีย แต่อยู่คนละช่อดอกกัน และออกดอกเพียงแค่ครั้งเดียว ช่อดอกหนึ่งตัวผู้ยาวประมาณ 1-2 เมตร ส่วนช่อดอกสมบูรณ์เพศจะยาวกว่าดอกตัวผู้ ซึ่งจะออกดอกตามซอกใบ สามารถห้อยยาวลงได้มากกว่า 2 เมตร และเมื่อโตเต็มที่จะออกดอกทีละทะลาย ระยะเวลาตั้งแต่ออกออกดอกจนเป็นผลสุกแก่จนร่วงหล่นอาจใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี
- ผล ลูกชิดจะออกผลเป็นทะลาย ซึ่งมีหลายแขนง ไม่มีก้านผล ลักษณะของผลเป็นรูปไข่สีเขียว โดยใน 1 ต้นนั้นจะมีผลอยู่ประมาณ 5-6 ทะลาย เริ่มติดผลทะลายแรกจากกาบใบบนสุดลงมาข้างล่าง ระยะเวลาตั้งแต่ติดผลทะลายแรกจนถึงทะลายสุดท้ายตามจำนวนทะลาย (โดยเฉลี่ยปีละ 1 ทะลาย) ซึ่งต๋าว 1 ทะลายจะมีประมาณ 50 เส้นขึ้นไป โดยแต่ละเส้นจะมีผลลูกชิดประมาณ 80-110 ผล ดังนั้นใน 1 ทะลายก็จะมีผลลูกชิดประมาณ 4,000 ผล ผลสุกแก่จะมีสีเขียวเข้มจนถึงม่วงดำ ผลมีขนาด 3-5 เซนติเมตร
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
สูง 6 – 15 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
ทรงพุ่มกว้าง 5 – 8 เมตร
ความต้องการแสง
- ต้องการแสงแดด 100%
ความต้องการน้ำ
- รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ให้รดน้ำ 2-3 วัน/ครั้ง หากฝนตกมากก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ
ชอบดินประเภท
- ชอบดินร่วนซุย
ประโยชน์การใช้สอย
- ใบตาวแก่สามารถนำมาใช้มุงหลังคา กั้นฝาบ้าน ตกแต่งงานรื่นเริงในหมู่บ้าน หรือนำมาใช้จักสานตะกร้า ส่วนใบอ่อนนำมาใช้ทำเป็นมวนบุหรี่ ส่วนก้านใบเมื่อนำมาเหลารวมกันทำเป็นไม้กวาด และก้านทางใบนำมาใช้ทำฟืนสำหรับก่อไฟ
- เส้นใยจากลำต้นสามารถนำมาใช้ทำเป็นแปรงได้
- แกนในของลำต้นอ่อนใช้ประกอบอาหารได้ เช่น ทำเป็นแกงใส่ไก่หรือหมู
- งวงตาวหรือดอกตาวสามารถนำมาใช้ทำเป็นน้ำตาลชกคล้ายกับน้ำตาลโตนดได้[6] ก้านช่อดอกมีน้ำหวาน อาจนำมาใช้ทำเป็นไวน์ผลไม้หรือน้ำส้มได้
- น้ำหวานที่ได้จากผลสามารถนำมารับประทานได้เช่นเดียวกับน้ำตาลโตนด และยังนำไปทำน้ำส้มที่เรียกว่า “น้ำส้มชุก” สำหรับใช้ในการปรุงอาหารหรือทำกระแช่ หรือเอาส่วนที่เคี่ยวเป็น “น้ำผึ้งชุก” ไปหมักสำหรับทำสุรา
- ลำต้นสามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือใช้ทำเป็นอุปกรณ์การเกษตรได้ ส่วนลำต้นในระยะที่เริ่มออกดอกจะมีแป้งสะสมอยู่ภายใน สามารถนำแป้งมาใช้ประโยชน์ได้
การเก็บเกี่ยว
- ผลผลิตเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน – ธันวาคม
การขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







