ชื่อ – ชนิด พันธุ์
มะม่วงงาช้างแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์
Mangifera Indica
ประวัติ
มีถิ่นกำเนิดประเทศใต้หวัน
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ใบ ดอก ผล )
- ลำต้น เป็นพรรณไม้ยืนต้น มีความสูงประมาณ 2.5 – 3 เมตร หรือมีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เปลือกมีสีน้ำตาลอมดำ พื้นผิวขรุขระ แตกเป็นร่อง
- ใบเดี่ยวสีเขียวลักษณะคล้ายหอก ออกเรียงกันเป็นคู่ ๆ ตามก้านใบ ขอบใบเรียบไม่มีหยัก ฐานใบมน ปลายใบแหลม เนื้อใบหนา
- ดอก เป็นดอกช่อแยกแขนง ดอกประกอบด้วยดอกไม่สมบูรณ์เพศและดอกสมบูรณ์เพศในช่อเดียวกัน กลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบลี้ยงมี 5 กลีบ ดอกไม่สมบูรณ์เพศมีเกสรตัวผู้ 5 อัน เป็นหมัน 4 อัน ดอกสมบูรณ์เพศมีเกสรตัวผู้ 5 อัน มีเกสรตัวเมีย 1 อัน มีกลีบดอกสีขาวเหลือง
- ผลมีขนาดใหญ่ โตเต็มที่มีน้ำหนัก 3.5 – 4.2 กิโลกรัมต่อผล รูปทรงของผลสวย ปลายผลงอนเหมือนกับงาช้างเลยถูกตั้งชื่อเป็นไทยว่า “มะม่วงงาช้างแดง” ตามสีสันของผลและลักษณะผลดังกล่าว ผลขณะยังดิบจะเป็นสีเขียวอมม่วงแล้วจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มตลอดทั้งผลจนผลสุก
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
สูง 2.5 – 3 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
ทรงพุ่มกว้าง 4 – 6 เมตร
ความต้องการแสง
- ต้องการแดด 100 %
ความต้องการน้ำ
- รดน้ำประจำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง และเมื่อมะม่วงตั้งตัวได้ คล่อยห่างลดน้ำ 3 – 4 วัน/ครั้ง
ชอบดินประเภท
- ชอบดินร่วนปนทราย
ประโยชน์การใช้สอย
- อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
- เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย
- บำรุงหัวใจ
- เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร
- บำรุงสายตา
- ลดความเสี่ยงในโรคมะเร็งบางชนิด
- ลดน้ำหนัก
การเก็บเกี่ยว
- ออกผลเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน
การขยายพันธุ์
- เพาะเมล็ด
- ตอนกิ่ง
- ทาบกิ่งเสียบยอด
- ติดตา
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







