ชื่อ – ชนิด พันธุ์
ทับทิมแดง หรือ มะก่องแก้ว,มะเก๊าะ,พิลา
ชื่อวิทยาศาสตร์
Punica Granatum L.
ประวัติ
ถิ่นกำเนิดจากตะวันออกของประเทศอิหร่าน ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถานและทางตอนเหนือของเทือกเขาหิมาลัย
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ราก ใบ ดอก ผล )
- ต้นเป็นทรงพุ่มสูงประมาณ 2-5 เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแต่ด้านล่างต้นไล่เรียงลำดับขึ้นไป ลำต้นแข็งและเหนียว เปลือกลำต้นมีลักษณะบาง มีสีเทามันเงา และติดแน่นกับแก่นไม้ กิ่งอ่อนและยอดมีลักษณะทรงเหลี่ยมและมีหนาวยาวแต่ไม่คม
- รากของต้นทับทิมที่ขยายพันธุ์จากเมล็ดมีทั้งรากแก้ว และรากฝอยส่วนต้นที่ถูกขยายพันธุ์ด้วยการตอนจะมีเพียงระบบรากฝอยเท่านั้น
- ใบเป็นใบเลี้ยงคู่ เรียวยาวเหมือนหอก ปลายใบแหลม มีสีเขียวเข้มและมันวาว มองเห็นเส้นใบชัดเจน แทงออกจากกิ่งอ่อนวนสลับกัน มีขนาดกว้างประมาณ 1 ซม.และยาวประมาณ 2-6 ซม.
- ดอกทับทิมจะประกอบด้วยดอกทับทิม 3-5 ดอก หรือออกเดี่ยว ๆ จะแทงออกตามปลายยอดหรือง่ามกิ่ง ขนาดประมาณ 2-3 ซม. เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วย กลีบเลี้ยงลักษณะคล้ายหม้อและกลีบดอก 6 กลีบ ให้ดอกหลายสี และบานประมาณ 2 วัน
- ผลทับทิมจะมีเปลือกหนา มีผิวมันวาว เมื่อแก่จัดจะมีสีแดงอมชมพูหรือแดงเข้ม เนื้อด้านในจะขยายตัวจนทำให้เปลือกด้านนอกปริแตกได้ ส่วนเนื้อหุ้มเมล็ดเป็นทรงเหลี่ยม เนื้อฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว เมื่อยังไม่สุกเนื้อจะออกสีขาวอมชมพู และเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเมื่อสุกเต็มที่ ในเนื้อมีเมล็ดยาวรีสีน้ำตาลอ่อน
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
สูง 2 – 5 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
ทรงพุ่มกว้าง 2 – 3 เมตร
ความต้องการแสง
- ต้องการแดด 100 %
ความต้องการน้ำ
- รดน้ำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง
ชอบดินประเภท
- ชอบดินร่วน
ประโยชน์การใช้สอย
- ต้านเบาหวาน
- ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย
- ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- บำรุงหัวใจ
- มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
- อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ
การเก็บเกี่ยว
- ออกดอกและติดผลประมาณ เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
การขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด,การตอนกิ่ง, การทาบกิ่ง, การเสียบยอด, การติดตา, การปักชำ
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







