ชื่อ – ชนิด พันธุ์
ลำพู หรือ กาลา,คอเหนียง,สะบันงาช้าง,กระดังงาป่า,ตะกูกา,ลิ้นควาย,หงอกไก่,ขาเขียด,ลำพูขี้แมว,ลำแพน,ลำแพนเขา,ลำพูควน,เต๋น,ตุ้มเต๋น,ตุ้มบก,ตุ้มลาง,ตุ้มอ้า,ลาง,ลูกลาง,ลูกลางอ้า,ตะกาย,โปรง,บ่อแมะ,บะกูแม,กู,โก๊ะ,ซังกะ,เส่ทีดึ๊,ซิกุ๊,โก,ซ่อกวาเหมาะ,กาปลอง,เตื้อเร่อะ,ไม้เต๋น,ลำคุบ,ไม้เต้น,ซือลาง
ชื่อวิทยาศาสตร์
Sonneratia Caseolaris (L.)
ประวัติ
ลำพูเป็นไม้ที่หิ่งห้อยชอบมาเกาะ ทำให้เกิดความสวยงามโดยเฉพาะในยามค่ำคืน ในอดีต ในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยเฉพาะในเขตพระนครมีต้นลำพูอยู่มาก เป็นที่มาของชื่อ “บางลำพู” ซึ่งเป็นชื่อย่านแห่งหนึ่งในเขต แต่ต่อมาต้นลำพูได้ถูกตัดทิ้งลงเป็นจำนวนมาก จนเหลือต้นสุดท้ายเพียงต้นเดียวในสวนสันติชัยปราการซึ่งเป็นสวนสาธารณะติดแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ในช่วงเหตุการณ์มหาอุทกภัย พ.ศ. 2554 ลำพูต้นนี้ได้ตายลง และกรุงเทพมหานครก็ได้ตัดจนเหลือแต่ตอ
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ราก ใบ ดอก ผล )
- ลำต้นมีรากอากาศโผล่จากผิวน้ำ เปลือกต้นสีน้ำตาลปนเทาและแตกร่อน
- ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรี รูปไข่ รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับกว้าง 1 – 2 เซนติเมตร ยาว 2 – 5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน แผ่นใบหนา
- ดอกเดี่ยวออกที่ปลายกิ่ง ดอกบานกลางคืน มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 – 8 เซนติเมตร โคนกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วยหนาและแข็ง ปลายแยกเป็น 6 – 8 แฉก กลีบดอกสีแดง 6 – 8 กลีบ เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก สีขาว เห็นเด่นชัด
- ผลสดทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 – 7.5 เซนติเมตร เมื่อสุกมีเนื้อนุ่ม ภายในมีเมล็ดรูปเกือกม้า
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
12 – 15 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
ทรงพุ่มกว้าง 6 – 8 เมตร
ความต้องการแสง
- ชอบแสงแดด 100%
ความต้องการน้ำ
- รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น
ชอบดินประเภท
- ชอบดินโคลนหรือเลน
ประโยชน์การใช้สอย
- ราก รสเค็มเย็น ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว
- เปลือกต้น รสเค็มเย็น แก้โรคผิวหนัง แก้แผลเปื่อยพุพอง ทำน้ำกระสายยาแก้โรคป่วง
- สามารถสร้างรากหายใจ เพื่อช่วยแลกเปลี่ยนก๊าซในขณะน้ำท่วมขังได้
การเก็บเกี่ยว
- ออกดอกเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม
- ติดผลช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม
การขยายพันธุ์
- การเพาะเมล็ด
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







