ลิ้นจี่ค่อม หรือ อีค่อม (Litchi Chinensis Sonn.)

ลิ้นจี่ เป็นไม้ไม่มีการพลัดใบ ลำต้นแตกกิ่งค่อนข้างต่ำ กิ่งมีขนาดยาว แตกกิ่งออกจำนวนมาก ทำให้แลดูเป็นทรงพุ่มหนาทึบเป็นทรงกลม เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา เปลือกลำต้นขรุขระ ยอด และใบอ่อนมีสีเหลืองอ่อนปนเขียว ใบมีลักษณะยาวรี ขนาดใหญ่ โคนใบกว้าง ปลายใบแหลมน้อย ข้อใบยาว

ลูกหยี หรือ เขลง,กาหยี,นางดำ (Dialium Cochinchinense)

ลักษณะลำต้นของหยีมีขนาดสูงใหญ่คล้ายต้นพิกุล เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมน้ำตาล ออกเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะเป็นรูปทรงไข่ เรียงสลับกันเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่งประมาณ 5-7 ใบ ปลายใบและโคนใบแหลม แผ่นใบและขอบใบเรียบ ขนาดความกว้างของใบมีประมาณ 5 ซม. ยาวประมาณ 15 ซม.

องุ่นบราซิล (Plinia Cauliflora)

เป็นไม้ยืนต้นเนื้อแข็ง ลำต้นใหญ่ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านต่ำเป็นพุ่มกว้าง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายแหลม โคนสอบหรือป้าน ใบดกให้ร่มเงาดีมาก โดยเฉพาะช่วงแตกใบอ่อนใบจะเป็นสีแดงสด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว

จิกน้ำ หรือ จิกอินเดีย,จิกนา,จิกมุจรินทร์ (Barringtonia Acutangula)

ต้นจิกน้ำเป็นไม้ผลัดใบที่มีลำต้นแผ่ของด้านข้าง ลำต้นมีความโค้งงออย่างอิสระ เปลือกไม้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ผิวสัมผัสเป็นปุ่มเล็กๆ กระจายตัวทั่ว และมีร่องแตกแทรกอยู่   ใบจะเป็นทรงยาวขอบโค้งมน แต่เมื่อสัมผัสดูจะพบว่าขอบใบมีรอยหยักขนาดเล็กอยู่ ทำให้รู้สึกสากมือ

มะตูมแขก หรือ มะตูมซาอุ,สะเดาบาห์เรน (Schinus Terebinthifolia)

มะตูมแขก เป็นไม้ในวงศ์มะม่วง ลักษณะเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก เป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบ สูง 7-10 เมตร ยอดอ่อนสีส้มอมแดง มีกิ่งก้านมากจนมองไม่เห็นลำต้น แตกกิ่งก้านได้ดี ยิ่งตัดยอดยิ่งแตก ทำให้มียอดอ่อนไว้รับประทานเป็นผักสดได้ตลอดปี

ต้นเหรียง หรือ กะเหรี่ยง,เรียง,สะเหรี่ยง,นะกิง,นะริง,สะตือ (Parkia Timoriana)

เหรียง เป็นพันธุ์ไม้ที่มีเขตการกระจายพันธุ์ในหมู่เกาะติมอร์และในแถบเอเชียเขตร้อน ซึ่งไล่ตั้งแต่ประเทศอินเดียไปจนถึงประเทศปาปัวนิวกินี ส่วนในประเทศไทยนั้นจะพบขึ้นได้ทั่วไปทางภาคใต้

มะพร้าวเปลือกหวาน (Cocos Nufiera L.)

ลำต้นกลม ใหญ่ ตั้งตรง ไม่แตกกิ่งก้าน เปลือกต้นแข็ง สีเทา ขรุขระ มีรอยแผลใบ โคนต้นมีสะโพกใหญ่ โตเต็มที่สูงประมาณ 18 เมตร ทางใบใหญ่และยาว ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงเวียน รูปพัดจีบ โคนใบและปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบสีเขียวแก่เป็นมัน โคนก้านใบใหญ่แผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น

เงาะโรงเรียน (Nephelium Lappaccum Linn)

เงาะพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดในตำบลนาสาร อำเภอบ้านนาสาร ประเทศไทย โดยในปี พ.ศ.2469 นายเค หว่อง ชาวจีนสัญชาติมาเลเซียได้ย้ายมาทำงานอยู่ที่นาสารและได้ปลูกบ้านอยู่อาศัย เขาได้นำเมล็ดเงาะพันธุ์หนึ่งเข้ามาปลูกในบริเวณบ้าน แต่เวลาผ่านไปหลายปีเขาก็ตัดสินใจขายที่ดินส่วนนั้นทั้งหมดให้กับกระทรวมธรรมมาการหรือกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน

แคป่า หรือ แคนา, แคขาว,แคเค็ตถวา, แคทราย, แคแน,แคฝอย,แคภูฮ่อ,แคยอดดำ,แคยาว,แคอาว (Dolichandrone Serrulata (DC.) Seem.)

ต้นแคนา จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง โดยมีความสูงของต้นประมาณ 10-20 เมตร ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งก้านสาขาต่ำ เปลือกของลำต้นจะมีสีน้ำตาลอ่อนอมสีเทา บางครั้งอาจมีจุดดำปะปน ผิวของลำต้นเรียบหรือล่อนออกเป็นเกร็ดขนาดเล็ก
ใบต้นแคนา จะมีใบเป็นใบประกอบแบบขนชั้นเดียว ใบมีรูปร่างคล้ายทรงรีหรือรูปไข่

มะขามป้อมยักษ์ (Phyllanthus Emblica L.)

ลำต้นที่เป็นแกนหลักของมะขามป้อมจะไม่ใหญ่มากนัก มีผิวเปลือกไม้ค่อนข้างเรียบ และแตกกิ่งก้านจำนวนมาก หากไม่ตัดแต่งให้ดีก็อาจทำให้ดูรกได้เหมือนกัน ใบจะเหมือนกับใบมะขามทั่วไป คือมีใบขนาดเล็ก แล้วเรียงตัวกันบนกิ่งย่อยขนาดเล็กมาก ใบมีสีเขียวจัด และหลุดออกจากกิ่งย่อยได้ง่าย

มะขามป้อม หรือ มั่งลู่,สันยาส่า,กันโตด,กำทวด (Phyllanthus Emblica L.)

ลำต้นที่เป็นแกนหลักของมะขามป้อมจะไม่ใหญ่มากนัก มีผิวเปลือกไม้ค่อนข้างเรียบ และแตกกิ่งก้านจำนวนมาก หากไม่ตัดแต่งให้ดีก็อาจทำให้ดูรกได้เหมือนกัน ใบจะเหมือนกับใบมะขามทั่วไป คือมีใบขนาดเล็ก แล้วเรียงตัวกันบนกิ่งย่อยขนาดเล็กมาก ใบมีสีเขียวจัด และหลุดออกจากกิ่งย่อยได้ง่าย

สมอภิเภก หรือ ลัน,สะคู้,ซิบะดู่,แหน,แหนต้น,แหนขาว,สมอแหน (Terminalia Bellirica Gaertn. Roxb)

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถgพบได้โดยทั่วไปในประเทศแถบนี้ ในประเทศไทย สามารถพบได้ทั่วไปตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100 – 400 เมตร ส่วนทางภาคใต้มักจะพบขึ้นตามป่าดงดิบ

สักทอง หรือ เซบ่ายี้,ปีฮือ,ปายี้,เป้อยี (Tectona Grandis L.f.)

ลำต้น เป็นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ สีเทา โคนเป็นพูพอนต่ำๆ เปลือกหนาประมาณ 0.3-1.7 เซนติเมตร เนื้อไม้มีสีเหลืองทองถึงน้ำตาลแก่ เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ ใบ เป็นใบเดี่ยวใหญ่มาก ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ปลายใบแหลมโคนมน ยาว 25-30 เซนติเมตร

ปลาไหลเผือก หรือ คะนาง,ขะนาง,ไหลเผือก,ตุงสอ,แฮพันชั้น,หยิกปอถอง,หยิกไม่ถึง,เอียนดอย,เพียก,กรุงบาดาล,ตรึงบาดาล,ตุวุเบ๊าะมิง,ดูวุวอมิง (Eurycoma Longifolia)

ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาล เป็นไม้ลงราก รากกลมโตสีขาวยาว กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาล กิ่งก้านสั้นเป็นกระจุกที่ปลายยอดของลำต้น แตกกิ่งก้านน้อย ก้านใบออกจากลำต้นตรงส่วนปลาย เรียงหนาแน่นช่วงปลายกิ่ง

ชะมวง หรือ มะป้อง,ส้มป้อง,หมากโมง,หมากส้มโมง,ส้มมวง,กะมวง,มวง,กานิ,ตระมูง (Garcinia Cowa Roxb.)

ชะมวง จัดเป็นพันธุ์พืชท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทย พม่า มาเลเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยมักจะพบตามป่าดิบชื้นทั่วไป รวมถึงที่ราบลุ่มที่มีความชื้นพบสมควร ซึ่งมักจะพบตามป่าที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 600 เมตร ขึ้นไป

มังคุด หรือ แมงคุด,เมงค็อฟ (Garcinia Mangostana L.)

มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่เกาะซุนตา และหมู่เกาะโมลุกกะ และแพร่กระจายพันธุ์ไปสู่หมู่เกาะอินดีสตะวันตกราวพุทธศตวรรษที่ 24 แล้วจึงแพร่พันธุ์ไปสู่ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ปานามา เอกวาดอร์ ไปจนถึงฮาวาย 

มะยมแดง หรือ มะยมฝรั่ง,เชอร์รี่สเปน,มะยมหวาน,หมักยม,หมากยม,ยม (Phyllanthus Acidus (L.) Skeels)

ถิ่นกำเนิดจากประเทศ บราซิล เป็นไม้พื้นเมืองในบริเวณสุรินัมในอเมริกาใต้ ไปจนถึงกายอานาและปารากวัย ปัจจุบันมีปลูกทั่วไป ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปลูกที่เกาะชวา ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย แต่ไม่มากนัก ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ขายในประเทศไทยนานแล้ว

ตะลิงปลิง (Averrhoa Bilimbi L.)

มีถิ่นกำเนิดมาจากหมู่เกาะมาลูกู ในประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันกลายเป็นพืชประจำถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เอเชียใต้, ทวีปอเมริกากลาง, ทวีปอเมริกาใต้, ประเทศแทนซาเนีย, ประเทศออสเตรเลีย และประเทศจาเมกา

มะกอกน้ำ หรือ สมอพิพ่าย,สารภีน้ำ,สีชัง (Elaeocarpus Hygrophilus Kurz)

ถิ่นกำเนิดในเอเชียตั้งแต่อินเดีย มาเลเซียจนถึงอินโดนีเซีย ในลุ่มของป่าฝนเมืองร้อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถวแถบคาบสมุทรมลายูขึ้นมาถึงภาคเหนือตอนล่างของไทย มะกอกน้ำขึ้นได้ดีตั้งแต่มาเลเซียจนถึงจังหวัดเหนือสุดของไทย

อบเชย หรือ อบเชยต้น,มหาปราบ,เซียด,ฝักดาบ,พญาปราบ,ฮักแกง,สุรามริด,โมง,โมงหอม,เคียด, กะทังหัน (Cinnamomum Verum J.Presl)

ไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ ทึบ เปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทา เรียบ หรือแตกเป็นสะเก็ดสี่เหลี่ยม มีช่องอากาศกระจายอยู่ทั่วไป เปลือกในสีชมพู กระพี้สีขาว เปลือกและใบมีกลิ่นหอมแบบอบเชย ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม หรือเกือบตรงข้าม รูปขอบขนาน กว้าง 2.5 – 7.5 เซนติเมตร ยาว 7.5 – 25 เซนติเมตร โคนใบมน ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม

มะหวด หรือ กะซ่ำ,กำซำ,มะหวด,กำจำ,ชันรู,มะหวดบาท,มะหวดลิง,ซำ,นำซำ,มะจำ,มะหวดป่า,หวดคา,สีฮอกน้อย,หวดลาว,หวดฆ่า Lepisanthes Rubiginosa (Roxb.)

มะหวดเป็นไม้ยืนต้นชนิดผลัดใบ ลำต้นแตกกิ่งไม่มากทำให้มีทรงพุ่มแลดูค่อนข้างโปร่ง เปลือกลำต้นสีน้ำตาล ผิวเปลือกแตกเป็นร่อง กิ่งมักแตกออกตั้งแต่ระดับล่างของลำต้น กิ่งแขนงมักแตกออกบริเวณส่วนปลายของกิ่งหลัก ปลายกิ่งแขนงมีขนปกคลุม ส่วนเนื้อไม้แข็งปานกลาง มีสีเหลืองอมน้ำตาล

มะหาด หรือ หาดขนุน,ปวกหาด,หาด,ฮัด,มะหาดใบใหญ่,กาอย,ตาแป,ตาแปง,เซยาสู้ (Artocarpus Lakoocha Roxb)

ถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา และ บังคลาเทศ แล้วมีการแพร่กระจายพันธุ์ไปในเขตร้อนของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พม่า,ไทย,ลาว,กัมพูชา,มาเลเซีย เป็นต้น

การบูร หรือ การะบูน,อบเชยญวน,พรมเส็ง,เจียโล่,จางมู่,จางหน่าว (Cinnamomum Camphora L.)

ไม้ยืนต้น ขนาดใหญ่ ทุกส่วนมีกลิ่นหอม โดยเฉพาะที่ราก และโคนต้น ทรงพุ่มกว้าง ทึบ ลำต้นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 1.5 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล ผิวหยาบ เปลือกกิ่งสีเขียว หรือน้ำตาลอ่อน ลำต้นและกิ่งเรียบ ไม่มีขน เนื้อไม้สีน้ำตาลปนแดง ใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี หรือรูปรีแกมรูปไข่

กะบก หรือ กระบก,จะบก,ตระบก,จำเมาะ,ซะอัง,บก,หมากบก,มะมื่น,มื่น,มะลื่น,หมักลื่น,หลักกาย (Irvingia Malayana )

ต้นกระบก เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบ ทรงเรือนยอดเป็นพุ่มแน่นทึบ ลำต้นเปลา เปลือกต้นมีสีเทาอ่อนปนสีน้ำตาลค่อนข้างเรียบ โคนต้นมักขึ้นเป็นพูพอน มีใบเป็นใบเดี่ยวติดเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่หรือรูปรีแกมรูปขอบขนานจนถึงรูปใบหอก ใบกว้างประมาณ 2-9 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-20 เซนติเมตร