ชื่อ – ชนิด พันธุ์
กล้วยน้ำว้าดำ
ชื่อวิทยาศาสตร์
Musa (ABB group) “Kluai Nam Wa Dam”
ประวัติ
กล้วยน้ำว้าดำ เป็นพันธ์ุโบราณสมัยก่อนนิยมปลูกไว้ตามบ้านเรือน ผลสุกเปลือกสีน้ำตาลแดง แตกลายงาเป็นทางยาวคล้ายผลกล้วยเน่า เนื้อแห้งรสชาติหวานเหมือนกล้วยอบหรือกล้วยตาก
รูปร่าง รูปทรง ( ต้น ใบ ดอก ผล )
- ต้น ลำต้นสูง 2.5 – 3 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร กาบด้านนอกเขียวอ่อน มีปื้นดำชัดเจน
- ใบ ก้านใบสีเขียวอ่อน โคนก้านใบมีปื้นดำ ฐานใบโค้งมน
- ดอก เรียวปลายแหลม ด้านนอกสีแดง อมม่วงด้านในสีแดง เมื่อกาบเปิดจะม้วนงอขึ้น
- ผล เครือหนึ่งมี 5 – 7 หวี หวีหนึ่งมี 10 – 15 ผล ผลอ่อนมีลายตามผิว ผลเป็นเหมือนสนิม เมื่อผลแก่ลายจะมีเกือบเต็มผล และมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่อผลสุก ส่วนที่เป็น สีเขียวจะกลายเป็นสีเหลือง ส่วนที่เป็นสีน้ำตาลสีจะซีดลง ผิดเปลือกจะบาง เนื้อผลสีขาว รสหวานมีกลิ่นเล็กน้อย
ความสูงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่
- 5 เมตร
ความกว้างทรงพุ่มเมื่อโตเต็มที่
- 2-3 เมตร
ความต้องการแสง
- ชอบแสงแดดจัด
ความต้องการน้ำ
- ให้รดทุกวัน แต่ระวังอย่าให้มีน้ำแฉะหรือน้ำขัง
ชอบดินประเภท
- ดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำและอากาศดี มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ หรือที่เรียกกันว่า “ดินน้ำไหลทรายมูล”
ประโยชน์การใช้สอย
- กล้วยน้ำว้าดำ มีสรรพคุณทางยาไม่แพ้ กล้วยน้ำไท ใช้เป็นยาบำรุงกำลังทานได้ทั้งหญิงและชาย และเป็นยาอายุวัฒนะ กินแล้วแก่ช้า หมอชาวบ้านหรือหมอในสมัยโบราณนิยมนำกล้วยน้ำว้าดำมาเป็นส่วนผสมของยาบำรุงกำลังชายหญิง หรือนำไปตากแห้งแล้วมาผสมกับน้ำผึ้งรับประทานเช้าและก่อนนอน ช่วยบำรุงกำลัง ทำงานไม่เหนื่อยและไม่อ่อนเพลีย
การขยายพันธุ์
- การปลูกกล้วยน้ำว้าดำ ปลูกเหมือนกล้วยทั่วไป ขุดหลุมให้ลึกประมาณ 70-80 เซนติเมตร กว้างพอประมาณ 60 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก นำหน่อลงวางกลางหลุม กลบดินให้แน่น และรดน้ำให้ชุ่มในช่วง 2-3 วันครั้ง
คลิกเพิ่มเพื่อน! แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร ฟรี!!
ดูข้อมูลเพิ่มเติม
- สารบัญ







