กระพี้เขาควาย หรือ กำพี้,เก็ดเขาควาย,เก็ดดำ,กระพี้,อีเม็งใบมน,เวียด,จักจัน (Dalbergia Cultrata Graham Ex Benth.)

ลำต้นของกระพี้เขาควายจัดเป็นต้นไม้ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ เป็นไม้ผลัดใบมีความคล้ายไม้พะยูงแต่มีข้อแตกต่างเรื่องสีสันและลวดลายของไม้ มีความสูงประมาณ 15-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มมีลักษณะกลมยาว เปลือกนอกของลำต้นมีสีขาวนวล มีลักษณะเป็นผิวเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ

โสมเกาหลี หรือ โสมจีน,โสมคน,โสมสวน,โสมป่า,เซียมเซ่า,หยิ่งเซียม,เหยินเซิน (Panax Ginseng C.A.Mey. )

ต้นโสม โสมเป็นพืชโตช้า ถ้าเพาะจากเมล็ดจะต้องใช้เวลาถึง 5-6 ปี จึงจะเก็บมาใช้ได้ โดยในปีแรกจะมีความสูงเพียง 1 ฟุต มีใบ 1 ใบ ประกอบด้วยใบย่อย 3-5 ใบ และใบจะเพิ่มขึ้นปีละ 1 ใบ เมื่อถึงปีที่ 3 ก็จะเริ่มออกดอก เมื่ออายุ 4-5 ปี ต้นจะสูงประมาณ 2 ฟุต

มะนาว หรือ ส้มมะนาว,ส้มนาว,โกรยซะม้า,หมากฟ้า (Citrus Aurantifolia)

ถิ่นกำเนิดจากเมืองที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแรกเริ่มนั้นผู้คนต่างนำมะนาวมาเพื่อประกอบอาหารเนื่องจากมีรสชาติเปรี้ยว ลักษณะลำต้นของต้นมะนาวนั้นจะเป็นไม้พุ่ม มีลักษณะเป็นพุ่มหรือพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดเล็กมีความสูงตั้งแต่ 0.5-5 เมตร

มะม่วงหิมพานต์ หรือ ม่วงเล็ดล่อ,ยาโงย,ยาร่วง,กาหยู,กาหยี,หัวครก,ท้ายล่อ,หมากม่วงหิมพานต์,มะม่วงสิโห,มะโห,มะม่วงกาสอ,มะม่วงกุลา,มะม่วงลังกา,มะม่วงหยอด,มะม่วงสินหน (Anacardium Occidentale L.)

ลำต้นมะม่วงหิมพานต์มีลักษณะทรงกลม ตั้งตรง และไม่สูงมาก เพราะลำต้นแตกกิ่งที่ความสูงไม่มาก เปลือกลำต้นค่อนข้างหนา และเรียบ มีสีเทาอมน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียน ใบหนาเกลี้ยงเหมือนแผ่นหนัง ใบคล้ายรูปไข่กลับหัวถึงรูปรีกว้าง ปลายใบกลม โคนใบแหลม เนื้อใบมีกลิ่นหอม

กันเกรา หรือ ตำเสา,ตาเตรา,ตะมะซู,ตำมูซู,มันปลา, (Fagraea Fragrans Roxb.)

ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นแตกกิ่งต่ำ เรือนยอดแน่นเป็นรูปกรวยคว่ำ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปรีแกมรูปใบหอก มีหูใบระหว่างก้านใบ ช่อดอกออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง มีดอกจำนวนมาก กลิ่นหอมเย็น ดอกแรกบานสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจนถึงเหลืองอมส้ม กลีบดอกติดกันคล้ายรูปแจกันมี 5 กลีบ

ตะเคียนทอง หรือ โกกี,แคน,จะเคียน,ตะเคียนใหญ่ ( Hopea Odorata)

ไม้ต้น  ขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ สูง 20 – 40 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือก  หนาสีน้ำตาล มีชันสีเหลืองเกาะตามเปลือก    ทั่วไป ต้นเล็กเปลือกจะเรียบ แต่เมื่อเป็นต้นใหญ่เปลือกจะแตกเป็นสะเก็ด เรือนยอดเป็นพุ่มทึบกลมหรือรูปเจดีย์ต่ำ ๆ  ใบ  เป็นใบเดี่ยวออกสลับ รูปไข่แกมรูปหอกหรือรูปดาบ ท้องใบจะมีตุ่มคอมเมเซียเกลี้ยง ๆ อยู่ตามง่ามแขนงใบ 

มะกอกป่า หรือ กอก,กอกเขา,กูก ( Spondias pinnata L. f. )

ลำต้น เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ต้นทรงพุ่ม ขยายแตกกิ่งก้าน ลำต้นมีลักษณะกลม เป็นไม้เนื้อแข็งเหนียว เปลือกต้นมีร่องแตก มีสีน้ำตาลอมเทา ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเป็นคี่เวียนสลับกันบนก้านใบยาว มีลักษณะทรงรีเรียว โคนใบแหลม ปลายใบเรียวแหลม ใบเรียบลื่น จะมีใบอ่อนและยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่มีสีเขียว

มะกอกโอลีฟ (Olea Europaea L.)

ถิ่นฐานเดิมซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ ประเทศแถบบอลข่าน แถบที่ราบสูงอิหร่าน ปาเลสไตน์ จนถึงแถบชายฝั่งของซีเรีย ต่อมาได้กระจายมาถึง Chipre ต่อไปทาง Anatolio ผ่าน Crete (ชื่อเกาะที่อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) ไปจนถึงอียิปต์ จนกระทั่งกระจายไปทั่วบริเวณลุ่มแม่น้ำติดกับชายฝั่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

สะเดา หรือ สะเลียม,กะเดา ( Azadirachta Indica A.Juss. Var. Siamensis Valeton)

ไม้ต้น สูง 5-10 เมตร เปลือกต้นแตกเป็นร่องลึกตามยาว ใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ ใบย่อย รูปไข่แกมรูปรี ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบใบหยักฟันเลื่อย ยอดอ่อนสีแดงเรื่อ ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกสีขาว กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้และเพศเมียสีเหลือง

อโศกน้ำ หรือ โสกน้ำ,ส้มสุกโสก,ตะโดลีเต๊าะ,ชุมแสงน้ำ,กะแปะห์ไอย์ ( Saraca Asoca L.)

ไม้ต้นขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มกลม แผ่กว้างและแน่นทึบ เปลือกต้นสีนํ้าตาลอมเทาหรือดำ ค่อนข้างเรียบหรือมีรอยแตกตื้นๆ ตามแนวยาว ใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ มีใบย่อย 1 – 7 คู่ รูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ออกตรงข้ามกัน ยอดอ่อนสีแดงเรื่อ

นนทรี หรือ สารเงิน,กระถินป่า,กระถินแดง,นนทรีบ้าน (Peltophorum Pterocarpum)

ถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยในประเทศไทยนั้นสามารถพบได้ทั่วไปตามชายป่าเต็งรัง หรือป่าเบญจพรรณในภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคเหนือ

หลุมพอ หรือ กะลุมพอ,มื่อบา,เมอเมา,สลุมพอ ( Intsia Palembanica Miq )

ถิ่นกำเนิดในอินโดแปซิฟิก มีการกระจายพันธุ์จากประเทศแทนซาเนียและประเทศมาดากัสการ์ไปทางตะวันออกผ่านประเทศอินเดียและรัฐควีนส์แลนด์, ประเทศออสเตรเลียถึงหมู่เกาะแปซิฟิกของประเทศซามัว

มะม่วงเขียวเสวย ( Mangifera Indica L. )

มะม่วงเขียวเสวย เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง ลำต้นสูงประมาณ 5-15 เมตร ลำต้นแตกหลักกิ่ง และกิ่งแขนงน้อย จนแลดูเป็นทรงพุ่มโปร่ง เปลือกลำต้นแตกเป็นสะเก็ดขนาดเล็ก สีดำอมเทา ใบมะม่วงเขียวเสวย ออกเป็นใบเดี่ยวๆ เรียงสลับกันที่ปลายกิ่ง ใบค่อนข้างรียาว สีเขียวเข้ม และเป็นมัน ขนาดใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร

ตะแบก หรือ ตะแบกนา,ตะแบกไข่,เปื๋อยนา,เปื๋อยหางค่าง ( Lagerstroemia Calyculata Kurz )

ต้นมีความสูงประมาณ 15 – 30 เมตร แตกแขนงบนเรือนยอด ทรงพุ่มเป็นรูประฆัง กิ่งแตกแขนงจำนวนปานกลาง โคนต้นเป็นพูพอนสูงและเป็นร่องลึกล้อมรอบลำต้น ยาวสูงจนถึงกลางลำต้น ลำต้นส่วนปลายไม่เกิดร่อง มีแผลเป็นหลุมตื้นตลอดลำต้นอันเกิดจากผิวด้านนอกแตกสะเก็ดหลุดออก

พยอม หรือ แดน,ยางหยวก,กะยอม,เชียง,เซียว,เซี่ย,พะยอมทอง,ขะยอมดง,พะยอมดง,สุกรม,คะยอม ขะยอม,ยอม,ขะยอม,พะยอมแดง,แคน ( Shorea Roxburghii G.Don)

ต้นมีความสูงประมาณ 15-20 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นอาจยาวถึง 300 เซนติเมตร เปลือกต้นมีสีน้ำตาลหรือสีเทาเข้ม แตกเป็นร่องตามยาวและเป็นสะเก็ดหนา ส่วนเนื้อไม้มีสีเหลืองถึงสีน้ำตาล ลักษณะของต้นเป็นทรงพุ่มกลมสวยงามมาก แตกกิ่งก้านจำนวนมาก ถ้าหากปลูกในที่โล่งแจ้งและไม่มีพรรณไม้ใหญ่ชนิดอื่นอยู่ใกล้ ๆ

ว่านหางจระเข้ หรือ หางตะเข้,ว่านไฟไหม้ (Aloe Vera (L.) Burm.f.)

ต้นเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูงประมาณ 0.5 – 1 เมตร ลำต้นเป็นข้อปล้องสั้น เนื้ออ่อน อวบน้ำ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบต้น ใบหนาและรูปร่างยาว โคนใบใหญ่ ปลายใบแหลม ริมใบหยักและมีหนาม ขอบใบเป็นหนามแหลมห่างกัน แผ่นใบสีเขียวใสและมีรอยกระสีขาว ใบจะอุ้มน้ำได้ดี ภายในมีวุ้นและเมือกใสสีเขียวอ่อนๆ

หมาก หรือ หมากเมีย,หมากสง,เซียด,มะ,เค็ด,พลา,สะลา,สีซะ,หมากมู้,ปีแน,ปิงหวาง,ปีงน๊อ (Areca Catechu Linn.)

ถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และในปัจจุบันก็ยังสามารถพบได้ในเขตร้อนหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงบางส่วนของทวีปแอฟริกา เช่นประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย

จิงจูฉ่าย หรือ โกฐจุฬาลัมพาขาว ( Artemisia Lactiflora)

ต้นมีรากแก้วใหญ่ มีรากแขนงเล็กๆ ยึดดินไว้มั่น เพื่อยึดแขนงที่แตกยอดรอบลำต้น ทั้งใบทั้งดอก ซึ่งงามเป็นพุ่มมากมาย เมื่อถอน 1 ต้น จะได้มาทั้งพุ่ม คล้ายผักชีแต่ใหญ่กว่ามาก ใบเป็นรูปรีขอบเป็นแฉกๆ 5 แฉกสีเขียว เนื้อใบหนา คล้ายต้นขึ้นฉ่าย

แมคคาเดเมีย (Macadamia Integrifolia Maiden & Betche)

ต้นแมคคาเดเมีย ต้นไม้ที่มีลักษณะสูงและตั้งตรง  เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วสามารถมีความสูงได้ถึง 20 เมตร  และแผ่กิ่งก้านสาขาออกได้กว้างถึง 20 เมตร   เป็นไม้ยืนต้นที่มีรูปทรงคล้ายพีรามิดสวยงามโดยจะมีความเขียวชอุ่มอยู่ตลอดทั้งปี ใบจะมีลักษณะเป็นรูปทรงรี  ในส่วนบริเวณขอบของใบจะมีหนามเล็กๆขึ้นอยู่บางๆประปรายรอบใบ  ใบจะมีสีเขียว-เขียวเข้ม   ผิวของใบมีลักษณะเรียบและมันเงา

เสม็ดขาว หรือ กือแล,เม็ด,เหม็ด, เสม็ด ( Melaleuca quinquenervia Cav.)

ต้นเมส็ด คือ ต้นไม้ที่มีขนาดของลำต้นค่อนข้างใหญ่และแข็งแรง เปลือกไม้จะมีสีขาวนวลทั้งหมด แล้วเรียงตัวกันเป็นชั้นๆ แต่พอแกะดูเปลือกด้านใน กลับกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน  ใบมีความเรียวยาว ปลายใบโค้งมน และมีเส้นใบวางตัวตามแนวยาว ผิวสัมผัสที่หน้าใบเรียบลื่น มีสีเขียวเข้มเสมอกันทั้งใบ จะมีสีอื่นแซมเข้ามาเล็กน้อยบริเวณก้านใบและปลายใบ

อโศกอินเดีย หรือ โสกอินเดีย,อโศกเซนต์คาเบรียล (Polyalthia Longifolia)

ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบรูปทรงแคบสูง รูปพีระมิด กิ่งก้านลู่ลง เปลือกต้นสีน้ำตาล มีขีดแคบยาวและรอยด่างสีขาวทั่วทั้งลำต้น ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกแคบ กว้าง 3-5 ซม. ยาว 15-25ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบขอบใบเป็นคลื่นแผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขียวเข้มเรียบเป็นมัน ก้านใบยาว 0.5-1 ซม.

เพกา หรือ ลิ้นฟ้า,หมากลิ้นฟ้า,มะลิดไม้,มะลิ้นไม้,ลิดไม้,เบโก,หมากลิ้นช้าง,หมากลิ้นก้าง,กาโดโด้ง, ดอก๊ะ ,ดุแก ,ด๊อกก๊ะ,โชยเตี้ยจั้ง (Oroxylum Indicum L.)

ถิ่นที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิมของทวีปเอเชีย ซึ่งพบในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นครั้งแรก ในปัจจุบันสามารพบได้หลายประเทศ เช่น อินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย รวมถึง จีนตอนใต้ด้วย

มะยม หรือ หมากยม,ยม ( Phyllanthus Acidus)

ถิ่นกำเนิดอยู่ที่บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างบ้านเรานี่เอง สามารถพบได้ทั้งในประเทศไทย พม่า มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย และได้มีการแพร่พันธุ์กระจายไปยังประเทศอินเดีย แถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้และฮาวาย

ขี้เหล็กเทศ หรือ ขี้เหล็กผี พรมดาน ชุมเห็ดเล็ก ขี้เหล็กเผือก หมากกะลิงเทศ ลับมืนน้อย ผักเห็ด กิมเต่าจี้ ม่อกังน้ำ ผักจี๊ด (Cassia Occidentalis Linn.)

ต้น เป็นพรรณไม้ปีเดียวตาย ลำต้นมีความสูง 1-2 เมตร เนื้อไม้ตรงโคนต้นจะแข็ง และจะแตกกิ่งก้านสาขามาก ใบ จะออกสลับกัน ส่วนก้านใบนั้นเป็นใบร่วมยาวประมาณ 3-5 ซม. ตรงโคนใบจะมีตุ่มนูนออกมา 1 ตุ่ม ใบย่อยมีราว 3-5 คู่ คู่ปลายนั้นจะมีขนาดใหญ่ คู่ถัดไปจะมีขนาดเล็กลงนาตามลำดับ ลักษณะปลายย่อยนั้นจะรีปลายของมันจะแหลมยาวประมาณ 3-6 ซม.