<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ Archives - วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</title>
	<atom:link href="https://farm.vayo.co.th/blog/tag/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%8B%E0%B8%B2%E0%B8%AE%E0%B8%B7%E0%B9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://farm.vayo.co.th/blog/tag/วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้/</link>
	<description>Natural agriculture and holistic health center</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Jan 2024 03:22:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	
	<item>
		<title>วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</title>
		<link>https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[vayogroup]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Jun 2021 18:17:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เห็ด]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://farm.vayo.co.th/blog/?p=1486</guid>

					<description><![CDATA[<p>เห็ดเป๋าฮื้อ ชื่อวิทยาศาสตร์: Pleurotus abalonus (P.cystidiosus) ชื่อสามัญ : abalone mushroom   สูตร  ขี้เลื่อยยางพารา 100 กก. รำละเอียด 3 กก. ข้าวโพดป่น 3 กก. น้ำตาลทรายแดง 1 กก. ดีเกลือ 0.20 กก. น้ำเปล่า   การผลิตก้อนเชื้อ...</p>
<p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wpb-content-wrapper"><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><span style="font-weight: 400;">เห็ดเป๋าฮื้อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อวิทยาศาสตร์: Pleurotus abalonus (P.cystidiosus)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อสามัญ : abalone mushroom</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สูตร </strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ขี้เลื่อยยางพารา 100 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รำละเอียด 3 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ข้าวโพดป่น 3 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">น้ำตาลทรายแดง 1 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดีเกลือ 0.20 กก.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">น้ำเปล่า</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การผลิตก้อนเชื้อ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">การใช้ขี้เลื่อยเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ แม้จะให้ผลผลิตต่ำกว่าฟางหมัก แต่จะประหยัดและมีต้นทุนต่ำกว่า แต่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับขี้เลื่อยที่ใช้กับเชื้อเห็ด ดังนี้</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> สามารถนำขี้เลื่อยของไม้หลายชนิดมาใช้แต่มีข้อจำกัดแตกต่างกันไป เช่น ขี้เลื่อยไม้เลือดควาย ไม้นุ่น ไม้ฉำฉา ไม้สัก ไม้ยางแดง ไม้มะกอกป่า ไม้ไทร ไม้โพธิ์จะให้ผลผลิตไม่สูงหรืออาจไม่ได้ผล สำหรับขี้เลื่อยไม้ยางพาราจัดเป็นไม้เนื้ออ่อน ธาตุอาหารสามารถย่อยสลายและเห็ด</span>เป๋าฮื้อ สามารถนำไปใช้ได้ดีกว่าไม้ในกลุ่มแรก และการใช้ขี้เลื่อยนั้นไม่จำเป็นต้องผ่านการหมัก</li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<h3><strong>เห็ดเป๋าฮื้อ</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื้อเห็ดเป๋าฮื้อในบางครั้งแม้ว่าจะเจริญมีเส้นใยเต็มถุงแล้ว จะหยุดนิ่งและใช้เวลานานกว่าจะสร้างดอก จึงควรเลือกเชื้อเห็ดที่แข็งแรง ผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบความแข็งแรงของเส้นใยแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การผลิตก้อนเชื้อจากขี้เลื่อย </strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากนำขี้เลื่อยผสมกับรำละเอียดในอัตราส่วน 100 ต่อ 5-15 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากัน ข้อควรระวังในการใช้รำข้าวนั้น คือ หากใช้รำในอัตราส่วนสูงผลผลิตจะสูงตาม ในขณะเดียวกันความเสียหายเนื่องจากก้อนเชื้อเสียหายจะสูงตามด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะใช้รำข้าวแล้ว อาจใช้ข้าวโพดป่นแทนรำข้าวบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพท้องถิ่นและราคาวัสดุหลังจากบรรจุลงในถุงแล้วจะเป็นขั้นตอนการนึ่งฆ่าเชื้อต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การต่อเชื้อเห็ดลงถุง</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังการนึ่งก้อนเชื้อเห็ดหรือก้อนปุ๋ยหมักในถุงแล้ว นำเข้าห้องบ่มเชื้อเขี่ยเชื้อที่มีลมสงบ </span><span style="font-weight: 400;">หรือเป็นห้องที่ปิดมิดชิดและผ่านการฆ่าเชื้อให้สะอาดเพียงพอ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การถ่ายเชื้อจากขวดเมล็ดธัญพืชลงถุงก้อนเชื้อจะต้องปฏิบัติอย่างรวดเร็ว โดยเปิดจุกสำลีออกลนไฟฆ่าเชื้อที่ปากขวดและช้อนตัก </span>ก่อนที่จะใช้ช้อนตักควรทำให้หัวเชื้อบนเมล็ดธัญพืชให้กระจาย</li>
<li><span style="font-weight: 400;">สำหรับถุงก้อนเชื้อควรใช้แท่งสแตนเลสขนาดเล็กยาวประมาณ 8-10 นิ้ว ลนไฟฆ่าเชื้อแทงลงในก้อนเชื้อ ก่อนเติมหรือเทเมล็ดธัญพืชลงไป</span></li>
<li>พร้อมกับจุกสำลีและหุ้มด้วยกระดาษไว้ตามเดิม ขณะดึงจุกสำลีออกไม่ควรวางกับพื้น เพราะทำให้ติดเชื้อจุลินทรีย์บนพื้นได้ใช้มือ ( 2 นิ้ว ) จับเอาไว้และไม่ควรใช้มือกำ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การบ่มก้อนเชื้อเห็ด</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นำก้อนเห็ดที่ผ่านการต่อเชื้อไปบ่มในโรงบ่มเชื้อจะวางเป็นชั้นเดียวในลักษณะตั้ง หรือวางนอนซ้อนกันเป็นชั้นๆ ก็ได้การบ่มเชื้อจะใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน ใช้อุณหภูมิประมาณ 28-32 องศาเชลเซียส </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นำไปเข้าห้องเปิดดอกต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การทำให้เกิดดอกเห็ด</strong></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการทำให้เห็ดเกิดดอกต้องย้ายก้อนเชื้อจากโรงบ่มไปไว้โรงเปิดดอก โรงเรือนที่เหมาะสำหรับการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ ควรเป็นโรงเรือนที่สามารถเก็บความชื้นได้ดี มีระบบถ่ายเทอากาศดีและสะดวกต่อการทำความสะอาด การคัดแยกก้อนเชื้อจากโรงบ่มให้สังเกตดูว่าก้อนเชื้อนั้นมีเส้นใยเดินเต็มถุงแล้ว และให้คัดแยกถุงที่มีการออกดอกไปวางไว้ในโรงเปิดดอกเป็นรุ่นแรก ส่วนถุงที่ยังไม่มีการออกดอกให้เก็บที่โรงบ่มเชื้อต่อไป เพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>สำหรับวิธีการจัดวางก้อนเชื้อในโรงเปิดดอกอาจทำได้ 2 วิธีคือ</strong></h3>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"> วางก้อนเชื้อในแนวนอนบนชั้นวางซ้อน ๆ กันหรือใช้เชือกแขวนแล้วเปิดจุกสำลีให้เห็ดออกมาทางคอขวด วิธีนี้เหมาะสำหรับวัสดุเพาะที่ทำจากขี้เลื่อยและซังข้าวโพด </span></li>
</ol>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">รดน้ำสร้างความชื้นในโรงเรือนเช่นเดียวกับเห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดจะเริ่มทยอยออกดอกภายใน 1 อาทิตย์หลังจากเข้าโรงเรือน อุณหภูมิโรงเรือนเปิดดอก 29-32 องศา ความชื้นสัมพัทธ์ 70- 80 เปอร์เซ็นต์</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<ol start="2">
<li><span style="font-weight: 400;"> วางก้อนเชื้อในแนวตั้ง แล้วเปิดจุกสำลีให้เห็ดออกมาทางคอขวด หลังจากเก็บดอกเห็ดรุ่นแรกแล้ว</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้นำคอขวดออก </span></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">พับปากถุงให้สูงจากก้อนเชื้อ 1 นิ้ว แล้วคลุมด้วยดินสะอาดหนา 1 ซม.</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ดินที่ใช้ต้องไม่มีอินทรีย์วัตถุ ไม่มีจุลินทรีย์โรคแมลงปะปน หากเป็นดินร่วนปนทรายที่ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อได้ยิ่งดี </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">โดยก่อนใช้ควรผสมหินปูน 2-3 % หรือปูนขาว 1% ของน้ำหนักดินแห้ง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">เพื่อปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลังจากคลุมดินแล้วให้รดน้ำพอหมาด ๆ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รักษาระดับความชื้นให้คงที่ประมาณ 1 สัปดาห์ จะสามารถเก็บเห็ดรุ่นต่อไปได้</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเก็บดอกเห็ด</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ควรเก็บดอกเห็ดที่มีอายุปานกลาง ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป ควรเก็บก่อนดอกเห็ดจะปล่อยสปอร์โดยสังเกตขอบดอกยังโค้งงออยู่ ดอกแก่จะมีขอบดอกโค้งขึ้น </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใช้มือจับดอกเห็ดแล้วดึงเบาๆ ดอกเห็ดจะหลุดออกมาแล้วใช้มีดตัดส่วนสกปรกที่บริเวณโคนเห็ดออก </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ก้อนเชื้อเห็ดหนัก 800 กรัม จะให้ดอกเห็ดหนักประมาณ 300-400 กรัม หรือ 35-50% ของน้ำหนักก้อนเชื้อ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ใช้ระยะเวลาในการเก็บผลผลิตประมาณ 3-4 ครั้ง ๆ ละประมาณ 100 กรัม </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ไม่ควรวางดอกเห็ดซ้อนกันเป็นจำนวนมาก เพราะเนื้อเยื่อเห็ดจะโตช้าได้ </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ควรมีผ้าขาวยาววางรองบนภาชนะที่ใช้เก็บเพื่อช่วยลดการเสียดสี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ภาชนะควรจะโปร่ง อากาศถ่ายเทได้ เช่น ตะกร้าหรือกระจาด</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>การเก็บรักษา</strong></h3>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ในถุงพลาสติกควรเจาะรูไว้ หรือไม่ควรปิดปากถุงเพราะยังมีขบวนการหายใจมีไอน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้ดอกเห็ดเน่าเสียเร็ว </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ควรเก็บไว้ในที่ร่มหากเก็บในตู้เย็นต้องบรรจุในถุงพลาสติกปิดปากถุงให้แน่น จะเก็บได้นานประมาณ 7 วัน</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ปัญหาที่มักพบหลังการเปิดดอกและแนวทางแก้ไข </strong></h3>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>1. มีเชื้อจุลินทรีย์เจริญอยู่บนคอขวด หรือด้านบนของถุงก้อนเชื้อ </strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สาเหตุ </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ห้องที่ใช้ต่อเชื้อไม่สะอาดพอ หัวเชื้อขาดความบริสุทธิ์ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การแก้ไข </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรับปรุงห้องต่อเชื้อให้สะอาดอยู่เสมอ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>2. มีเชื้อจุลินทรีย์ขึ้นปะปนส่วนกลาง หรือส่วนล่างของถุง </strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สาเหตุ </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ถุงมีรอยรั่วหรือรูรั่ว เนื่องจากคุณภาพถุงไม่ดีหรือของแหลมทิ่มตำ หรือมีมด แมลงเจาะ และการนึ่งฆ่าเชื้อไม่ดีพอ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การแก้ไข </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ระวังอย่าให้เกิดรูรั่วในขณะขนย้าย หรือวางก้อนเห็ด กำจัดมดแมลงและเพิ่มเวลาในการนึ่งฆ่าเชื้อให้นานมากขึ้นกว่าเดิม </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>3. เกิดเชื้อราสีเขียวมะกอก </strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สาเหตุ</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">แมลงเจาะข้างถุง กัดกระดาษที่หุ้มและเจาะสำลีลงไป พร้อมนำเชื้อจุลินทรีย์อื่นเข้าไปด้วย เช่น ไรเจาะสำลีเข้าไปทำรังในก้อนเชื้อ และนำเชื้อจุลินทรีย์เข้าไปแพร่ระบาดในก้อนเชื้อเห็ด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การแก้ไข </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำความสะอาดโรงเรือน อย่าปล่อยให้เป็นแหล่งสะสมของแมลง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>4. เชื้อเห็ดเดินในก้อนเชื้อเล็กน้อย เดินไม่เต็มก้อนเชื้อ และไม่เดินอีก </strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สาเหตุ</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">มีปุ๋ยหมักมากเกินไป มีน้ำไหลเยิ้มแสดงว่าเชื้อแบคทีเรียทำให้ก้อนเห็ดเสียหายได้ การนึ่งฆ่าเชื้อไม่ถูกต้อง เพราะหม้อนึ่งลูกทุ่งจะเป็นเพียงการฆ่าและชะงักการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดเท่านั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>การแก้ไข </strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังการผสมปุ๋ยหมักแล้ว ก่อนบรรจุถุงควรปรับความชื้นให้เหมาะสมหากมีความชื้นสูงเกินไป โดยเกลี่ยปุ๋ยหมักผึ่งลม หรือใช้เวลานึ่งให้นานกว่าปกติเพื่อให้เชื้อแบคทีเรียตายทั้งหมด หรือเหลือน้อยที่สุด หากปุ๋ยหมักไม่ชื้นเกินไปเชื้อเห็ดสามารถเจริญแข่งกับเชื้อ แบคทีเรียได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>5. เชื้อเห็ดเจริญเต็มถุง แต่ไม่เกิดดอกเห็ด </strong></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h4><strong>สาเหตุ</strong></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ขาดความเอาใจใส่ในความสะอาดโรงเรือน แมลงหวี่จะกัดทำลายเส้นใยที่เดินเต็มถุงอยู่นั้น และหัวเชื้อเป็นเชื้ออ่อน ผ่านการต่อเชื้อมาหลายครั้งเชื้อเห็ดจึงไม่แข็งแรง</span></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 class="p1" style="text-align: center;"><b>คลิกเพิ่มเพื่อน</b><span class="s1"><b>! </b></span><b>แจ้งเตือนบทความใหม่ก่อนใคร</b><b> </b><b>ฟรี</b><span class="s1"><b>!!</b></span></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><a href="https://line.me/ti/p/%40715qdllh"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-2588 size-full" src="https://farm.vayo.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/05/th.png" alt="เพิ่มเพื่อนไลน์" width="232" height="72" /></a></p>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper"><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div>
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติม</strong></h3>
</blockquote>

		</div>
	</div>

	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<ul>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-culture-medium/">วิธีการเพาะเชื้อเห็ดในอาหารเหลว พี.ดี.เอ. และขยายเชื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/mushroom-cultivation-evaporative/">โรงเพาะเห็ดระบบ Evaporative ( EVAP )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lentinus-squarrosulas-mont/">วิธีการเพาะเห็ดขอนขาว</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/angel-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า​ ( เห็ดนางรมอินเดีย ) เห็ดนางฟ้าภูฐาน ( เห็ดนางรมภูฐาน หรือเห็ดภูฐาน )</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/oyster-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดสกุลนางรม ( เห็ดนางฟ้า ) : ม. แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/lingzhi-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหลินจือ ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/yanagi-matsutake-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดยานางิ หรือเห็ดโคนญี่ปุ่น</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/schizophyllum-commune-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดแครง </a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/straw-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟางวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง แบบ กอง, โรงเรือน และ ในตะกร้า</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/bamboo-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/champignon-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดแชมปิญอง หรือ เห็ดกระดุม</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/cultivate-golden-needle-mushroom/">วิธีการเพาะเห็ดเข็มทอง</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/puffball-mushrooms-cultivation/">วิธีการเพาะขยายพันธุ์ เห็ดเผาะ หรือ เห็ดถอบ : ม.แม่โจ้</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/shiitake-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/king-oyster-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดนางรมหลวง หรือเห็ดออรินจิ</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/tremella-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดหูหนูขาว หรือเห็ดแม่ไก่</a></li>
<li><a href="https://farm.vayo.co.th/blog/wood-ear-mushroom-cultivation/">วิธีเพาะเห็ดหูหนูดำหลังขาว หรือเห็ดหูช้าง</a></li>
</ul>

		</div>
	</div>
<div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div><div class="vc_empty_space"   style="height: 32px"><span class="vc_empty_space_inner"></span></div></div></div></div></div>
</div><p>The post <a href="https://farm.vayo.co.th/blog/abalone-mushroom-cultivation/">วิธีการเพาะเห็ดเป๋าฮื้อ</a> appeared first on <a href="https://farm.vayo.co.th/blog">วาโย ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้การทำกสิกรรมธรรมชาติ และ ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
